Analysis

พ่อหาย/ทำเพลงแร็ป/แข้งตกยุค? : ชีวิตสุดเหวี่ยงของ ‘ควินเตโร่’ จอมฟรีคิกแห่งโคลอมเบีย

Juan Fernando Quintero

เพลย์เมคเกอร์อัจฉริยะของโคลอมเบียผู้นี้ต้องสูญเสียคุณพ่อไปตั้งแต่ 2 ขวบ และเกือบจะสูญเสียความรักต่อเกมฟุตบอลไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับสร้างความพิศวงให้กับแฟนบอลในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย มาพบกับเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครของ ฮวน เฟอร์นานโด ควินเตโร่ กันดีกว่า

We are part of The Trust Project What is it?

ดูเหมือนว่าฮวน เฟอร์นานโด ควินเตโร่ จะยอมแพ้แล้ว

ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ไหนที่เหมาะสมกับเขาในระยะยาว ควินเตโร่ตัดสินที่จะทำอาชีพเกี่ยวกับดนตรี และมันเป็นเส้นทางที่จะทำให้เขามีชื่อเสียงในวงการศิลปะได้ เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการให้ความสนใจในการแสดงดนตรียามค่ำคืนร่วมกับมาลูมา นักร้องชาวโคลอมเบีย และตัวของควินเตโรก็ปรากฏในมิวสิควีดีโอของเพลงแนวเรกเกตอน(เพลงแร็ปผสมกับดนตรีสไตล์เร็กเก้)อีกด้วย แต่ดูเหมือนว่าดาวเตะชาวโคลอมเบียไม่ได้สนใจกับคำวิจารณ์เท่าไร

ควินเตโร่ไม่วางใจบรรดาสื่อมวลชนนัก เขาพูดถึงช่วงเวลาของตัวเองผ่านสื่อน้อยมาก และเมื่อมีการมาพูดคุยกันในเดือนเมษายน เจ้าตัวก็ตอบออกมาง่ายๆ ว่า “ผมเคยมีประสบการณ์กับเรื่องราวที่ยากลำบากในชีวิต คนใกล้ตัวผมรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนั้น” และเมื่อเขาถูกกระตุ้นจากเรื่องในชีวิต เขาก็บอกอีกว่า “ผมไม่อยากพูดถึงมัน ผมต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องเหล่านี้มันอยู่กับผมมาตลอด”

แต่ดูเหมือนเรื่องราวมันจะถลำลึกลงไปมากกว่าเดิม

เมื่อคุณพ่อ ‘หายสาบสูญ’

ควินเตโร่เกิดที่เมืองเมเดลลินในปี 1993 ซึ่งเป็นยุคที่การค้ายาเสพติดระบาดอย่างหนักในประเทศโคลอมเบีย

“กองทัพของโคลอมเบียได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ในเงื่อนไขการทำสงครามกับยาเสพติด” เบรนด้า เอลเซย์ ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ของภูมิภาคละตินอเมริกา ประจำมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา อธิบาย “ผลลัพธ์จากสงครามนี้ทำให้พลเรือนในประเทศเสียชีวิตและหายสาบสูญเป็นจำนวนมาก”

เมื่อควินเตโร่อายุได้ 2 ขวบ พ่อของเขาก็หายสาบสูญไป องค์กรบีลาส ซีเลนเซียดาส องค์กรสิทธิมนุษยชน บอกว่า เจมี่ เอนริเก้ ควินเตโร่ คาโน่ พ่อของควินเตโร่ ได้ไปกับรถตู้ และหายตัวไปพร้อมกับหัวหน้าของเขา ในทันทีที่กองทัพเข้ามาให้ความช่วยเหลือ พ่อของควินเตโร่ไม่กลับมาปรากฏตัวอีกเลยหลังจากนั้น

“เป็นเวลากว่าสองทศวรรษแล้วที่เราตามหาเขา และตั้งคำถามว่าเขาอยู่ที่ไหน มันเป็น 20 ปี ที่เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย” ซิลเวีย พี่สาวของเจม และผู้เป็นป้าของควินเตโร่ กล่าวไว้ในงานระลึกถึงการหายไปของเจมในปี 2015 ปัจจุบันเธอเป็นผู้อำนวยการขององค์กร DES ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนต่อครอบครัวของผู้ที่เป็นเหยื่อจากเหตุอาชญากรรม

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากควินเตโร่จะกลายเป็นคนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อกับตัวเอง มันทำให้อาชีพนักเตะของเขาหยุดอยู่กับที่ เขาพลาดโอกาสการย้ายไปอาร์เซนอล หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับปอร์โต้ในตอนแรก เพราะเขากำลังตกอยู่ในอาการที่เรียกว่า การตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่บางที นี่ก็อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมให้เขาต้องทำอะไรบ้างไม่ใช่หรือ?

หมดเวลาสำหรับนักเตะเบอร์ 10

สไตล์การเล่นแบบควินเตโร่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มายาวนาน สไตล์ฟุตบอลในปัจจุบันเกิดจากการพัฒนาให้นักเตะกลายเป็นสุดยอดนักกีฬาที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งดูจะขัดกับสไตล์การเล่นของกองกลางอัจฉริยะอย่างควินเตโร่ โดยยุคนี้เป็นยุคที่ผู้เล่นสามารถวิ่งได้ระยะทางเป็น 2 เท่า หากนำไปเปรียบกับนักเตะในฟุตบอลโลก 1970 ที่เพิ่งมีการถ่ายทอดสดเป็นภาพสีออกไปทั่วโลกเป็นครั้งแรก มันต่างกันโดยสิ้นเชิง

มาตรฐานของเกมฟุตบอลในปัจจุบันนั้นสูงกว่าที่เคยมีมา แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างหายไป เช่น นักเตะในตำแหน่งเบอร์ 10 อย่างควินเตโร่ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญของการเล่นฟุตบอลในอดีต และนักเตะตำแหน่งนี้ก็พอจะหาได้แค่ในอาร์เจนติน่า ซึ่งมีรูปแบบการเล่นของฟุตบอลที่เชื่องช้า และเป็นรูปแบบการเล่นที่กำลังจะหมดไป

ในปัจจุบัน เกมฟุตบอลนั้นเล่นกันอย่างรวดเร็วและดุดันมาก ซึ่งมันอาจจะไม่มีเวลาพอให้ควินเตโร่ได้คิด และสร้างสรรค์เกม ด้วยการเก็บบอลไว้กับตัวเพื่อหาช่องส่ง โดยที่ไม่ต้องเคลื่อนที่ไปไหน

เพลย์เมคเกอร์เจ้าของความสูง 5 ฟุต 6 นิ้ว (ประมาณ 165 ซม.) ทำให้เรานึกถึงนักเตะในอดีต เขามีเสน่ห์ น่าสนใจ ลึกลับ มีความกวนอารมณ์ แต่กับกีฬาที่ตกเป็นเป้าของสื่ออย่างฟุตบอลในปัจจุบัน ผู้เล่นจะต้องถูกฝึกให้รับมือกับการสัมภาษณ์ที่บางทีดูจะละเมิดสิทธิของนักเตะมากเกินไป

ในปี 2017 เขาเดินทางกลับบ้าน เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ควินเตโร่เล่นให้กับอินดิเพนเดนเต้ เมเดลลิน ด้วยสัญญายืมตัวมาจากปอร์โต้ หลังจากได้ลงเล่นไป 13 นัด ในปีนั้น โดยที่เขาปฏิเสธการเปลี่ยนแนวทางในการเล่น การย้ายทีมในครั้งนี้มีผลต่ออนาคตของเขา เขากลับมาสู่ฟอร์มการเล่นที่ดี รวมถึงกลับมาสู่การเล่นฟุตบอลที่เขารักอีกครั้ง อีกทั้งยังช่วยให้เขามองหาสโมสรที่จะไปเล่นต่อได้ และต้องขอบคุณริเวอร์ เพลท ทีมยักษ์ใหญ่จากอาร์เจนติน่า ที่มาดึงตัวควินเตโร่ไปร่วมทีม

เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมดังจากอาร์เจนติน่าในช่วงเดือนมกราคม ควินเตโร่ไม่ยอมรับถึงเรื่องการที่เขามีน้ำหนักตัวมากเกินไป โดยการตอกกลับไปว่า “ผมแค่มีก้นใหญ่เท่านั้น” ซึ่งโค้ชของริเวอร์ เพลท อย่างมาร์เซโล่ กัลลาร์โด ก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม ควินเตโร่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง 13 นัด แต่ได้ลงเล่นจนจบเกมแค่เพียง 2 นัด ในปี 2018 โดยควินเตโร่ก็กล่าวอ้างว่า เขากำลังปรับตัวให้เข้ากับความเชื่องช้าของเกมฟุตบอลสมัยใหม่ในลีกอาร์เจนติน่าอยู่

ฟื้นคืนชีพ

ควินเตโร่มีความสามารถทุกอย่าง ยกเว้นความเป็นนักกีฬา เขามีพรสวรรค์สูงมาก และมีความฉลาดในการเล่นฟุตบอล เขาเป็นนักฟุตบอลที่โดดเด่นมากๆ ในตอนที่อยู่กับสโมสรเอนวิกาโด้ เมื่อครั้งเป็นเด็ก ซึ่งสโมสรแห่งนี้ปลุกปั้นนักเตะอย่างเฟรดี้ กัวริน, จิโอ โมเรโน่, ดอร์ลาน ปาบอน และฮาเมส โรดริเกรซ มาแล้ว

ตอนที่ควินเตโร่อายุ 12 เจ้าตัวเคยแนะนำโค้ชในช่วงพักครึ่งเวลา ให้มีการเปลี่ยนแท็คติก และควินเตโร่ก็เอาชนะในจ้อถกเถียงครั้งนี้ เขาเอาชนะการแข่งขันด้วยการทำ 2 ประตู ในครึ่งหลัง “ควินเตโร่เป็นคนเปิดเผยและมีความกล้าหาญ” ฮอร์เก้ เบตานคูร์ โค้ชของควินเตโร่ในตอนนั้นพูดถึงอดีตลูกทีม นอกจากนั้นควินเตโร่ยังเป็นคนที่มีความแข็งกร้าวอีกด้วย

และจากการที่ควินเตโร่โชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอกับริเวอร์ เพลท ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติอีกครั้ง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้จะไม่มีส่วนร่วมในเกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกเลยก็ตาม และดาวเตะของปอร์โต้รายนี้ก็จัดการยุติช่วงเวลา 2 ปีครึ่ง ที่ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติ ด้วยการเป็นตัวสำรองลงมาช่วยให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะฝรั่งเศส 3-2 และเจ้าตัวก็เป็นคนยิงจุดโทษตัดสินเกมด้วย “ฟุตบอลให้โอกาสผมอีกครั้ง มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์อีกครั้ง” ยอดเพลย์เมคเกอร์ชาวโคลอมเบียกล่าว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อของฮาเมส โรดริเกรซ ทำให้ควินเตโร่มีโอกาสได้ลงสนามในฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังจากที่เขาเคยทำประตูได้ในเกมพบกับไอวอรี่ โคสต์ ในการแข่งขันฟุตบอล เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้บรรดาแมวมองจากสโมสรทั่วยุโรปให้ความสนใจในตัวเขา และในการแข่งขันเมื่อวันอังคาร ดาวเตะตัวยืมของริเวอร์ เพลท ก็ยิงฟรีคิกลอดใต้กำแพง ผ่านมือผู้รักษาประตูของญี่ปุ่นเข้าไปอย่างสุดสวย มันเป็นจังหวะที่ถือเป็นไฮไลท์ของเกมในวันนั้นเลย

ควินเตโร่ไม่ได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที เนื่องจากถูกเปลี่ยนตัวออกเมื่อเกมเดินทางมาครบหนึ่งชั่วโมง และส่งฮาเมส โรดริเกรซ ลงสนามไปแทนเขา ก่อนที่สุดท้าย ทัพโลส คาเฟเตรอส จะแพ้ญี่ปุ่นไป 1-2 ดูเหมือนว่าควินเตโร่อาจจะไม่ได้ลงสนามในเกมกับโปแลนด์ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ แต่ตัวเขาเองก็เจอหน้าที่ที่เหมาะสมกับตัวเองแล้ว

“นักมายากลมาจะโชว์กลเด็ดๆ ของเขาจากหมวกเสมอ ส่วนผมโชว์ด้วยการหลอกผู้รักษาประตู แฟนบอล และเทคโนโลยีโกล์ไลน์ จากลูกยิงของผม” เพลย์เมคเกอร์ชาวโคลอมเบียได้กล่าวไว้ และแม้จะผิดหวัง เขาก็ยังปลุกใจเพื่อนร่วมทีมด้วย “เราต้องเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ให้ได้ แม้ทีมเราจะไม่มีอะไรพิเศษก็ตาม”

ดูเหมือนว่าควินเตโร่ กับทัพโคลอมเบียจะแสดงความสามารถพิเศษออกมาเรื่องหนึ่งแล้ว นั่นก็คือเรื่องที่พวกเขาจะยังไม่ยอมแพ้ต่อการแข่งขันอย่างแน่นอน

New features you’d love on FourFourTwo.com