Interviews

ภิญโญ อินพินิจ : โอเว่นเมืองไทยหายไปไหน?

ภิญโญ อินพินิจ ชื่อนี้เคยสร้างความสุขให้แฟนบอลชาวไทยทั้งในทีมชาติ และสโมสรเพื่อนตำรวจ ซึ่งด้วยรูปร่างเล็ก แต่ฝีเท้าจัดจ้านทำให้ถูกตั้งฉายาว่า “เบบี้โกลโปลิศ” ตามตำนานดาวยิงชาวอังกฤษ ไมเคิล โอเว่น  

We are part of The Trust Project What is it?

แต่ช่วงระยะหนึ่งชื่อของเขาหายไปจากสารบบฟุตบอลไทย เกิดอะไรขึ้นกับเขา เส้นทางการผจญภัยบนถนนลูกหนังในเวลานั้นเขาต้องเจอความเจ็บปวดอะไรบ้าง และวันนี้เขาพร้อมจะกลับมาสร้างชื่ออีกครั้งหรือไม่ ไปติดตามเรื่องราวของ ภิญโญ อินพินิจ แบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมได้ที่นี่ที่เดียว...

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

เด็กหนุ่มจากจังหวัดเลยเข้ามาสร้างชื่อในทัวร์นาเม้นขาสั้นของเมืองไทย เวลานั้นเขาคือเพชฆฆาตดาวยิงชนิดหาตัวจับยากในวัยเดียวกัน เขาพาสวนกุหลาบปทุมธานีคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการไม่ว่าจะเป็นกรมพละศึกษา รุ่นอายุ 18 ปี, แชมป์กีฬานักเรียนนักศึกษาระดับประเทศที่ จ.อุบลราชธานี, แชมป์ฟุตบอลกีฬา 7 สี แชมเปี้ยนคัพ กระทั่งฝีเท้าไปเตะตาแมวมองของสโมสรเพื่อนตำรวจที่จับมือเป็นพันธมิตรลูกหนังกับโรงเรียนจนทำให้เขาได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะในอคาเดมีของสโมสรในที่สุด

เส้นทางบนถนนลูกหนังของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น…

จุดเริ่มต้นของ “เบบี้โกลโปลิศ”

“ผมได้เซ็นสัญญากับเพื่อนตำรวจครั้งแรกช่วงหลังจบม.6 แล้วก็ถูกปล่อยให้ ลูกอีสาน เอฟซี ยืมไปใช้งานในดิวิชั่น 2”  ภิญโญ เท้าความถึงจุดเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลของตัวเอง ซึ่งในเวลานั้นเขาเป็นเพียงแข้งโนเนมที่ยังไม่มีใครรู้จัก

วันแรกที่เข้ามาซ้อมผมเห็นพี่เก่ง(สุรชาติ สารีพิมพ์) เล่นแล้วชอบเลย แกเป็นคนที่ทุ่มเกินร้อยเสมอเข้าบอลก็เต็มเหนี่ยวทุกครั้งไม่เคยกลัวใคร ผมเลยยึดถือแกเป็นไอดอล

“ทีมเรามีแต่เด็ก เพราะที่นี่เขาใช้เด็กอคาเดมี่เพื่อนตำรวจมาเล่น พอไปเจอทีมอื่นที่มีนักเตะประสบการณ์สูงบวกตัวต่างชาติด้วยมันเลยสู้ไม่ไหวปีแรกหล่นไปอยู่เกือบท้ายตารางเลย ฤดูกาลต่อมามันเริ่มดีขึ้นทุกคนเข้าใจกันมากกว่าเดิมพอเข้าปีที่สามเลกแรกผมทำผลงานดีมากจำได้ว่ายิงไป 20 ประตู ภายในเลกเดียว ซึ่งเยอะที่สุดตั้งแต่เล่นมา สุดท้ายเลกสองเพื่อนตำรวจก็มาดึงตัวกลับไป มันดูเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะที่เราจะได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่”

“วันแรกที่เข้ามาซ้อมผมเห็นพี่เก่ง(สุรชาติ สารีพิมพ์) เล่นแล้วชอบเลย แกเป็นคนที่ทุ่มเกินร้อยเสมอเล่นตำแหน่งเดียวกันด้วย เวลาแกเสียบอลแกจะวิ่งไล่ตลอด ไม่มีเดินเหยาะแหยะจังหวะเข้าบอลก็เต็มเหนี่ยวทุกครั้งไม่เคยกลัวใคร ผมเลยยึดถือแกเป็นไอดอล”

ภิญโญ ก้าวเข้าสูทีมชุดใหญ่เพื่อนตำรวจเต็มตัว โดยในฤดูกาล 2013 ลงสนามให้ทีมไป 10 นัด ยิง 1 ประตู ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาโอกาสลงสนามมีมากขึ้น และฝีเท้าที่เปี่ยมไปด้วยความเร็ว จบสกอร์คม ทำให้เขาได้รับฉายา “เบบี้โกลโปลิศ” ซึ่งปีนั้นเองมันกลายเป็นปีแห่งความเปลี่ยนที่ทำให้คนรู้จักชื่อของ ภิญโญ อินพินิจ มากขึ้น

เขย่าเอเชียนเกมส์ที่ อินชอน

“ตอนนั้นผมเห็นหนังสือพิมพ์ประกาศรายชื่อนักเตะที่จะได้ไปเอเชียนเกมส์ ซึ่งผมมีชื่อเป็นหนึ่งในนั้นด้วย” ภิญโญ เผยความรู้สึกหลังรู้ว่าตัวเองมีชื่อติดทีมชาติไทยลุยศึกเอเชียนเกมที่เกาหลีใต้ที่เขาเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อ “ผมตกใจมาก เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะติด คือจะว่าไปผมก็เพิ่งขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 มาเล่นในไทยลีก ซึ่งบางคนเขามาจากดิวิชั่น 1 บ้าง ไทยลีกบ้าง แต่ทุกคนก็สนิทกันอยู่แล้ว เพราะเคยเล่นรุ่นเดียวกันมา”

ทัพช้างศึกภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำผลงานแบบสุดเซอรไพรส์ในทัวร์นาเม้นต์เอเชียน คัพ 2014 ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งอุดมไปด้วยแข้งดังทั้ง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันทร์, สารัช อยู่เย็น, อดิศักดิ์ ไกรษร, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ฯลฯ

ทีมชาติไทยถูกจับอยู่ในกลุ่มอี โดยมี อินโดนีเซีย, มัลดีฟส์ และ ติมอร์ เลสเต ร่วมกลุ่ม ภิญโญ ถูกส่งลงสนามในเกมนัดสองที่พบกับ ติมอร์ เขาเป็นคนยิงปิดท้ายพาทีมชนะ 3-0 ก่อนจะทำประตูต่อเนื่องในเกมถัดมาที่พบกับ อินโดนีเซีย ภิญโญ กดประตูสุดท้ายให้ทีมได้อีกครั้ง และมีส่วนช่วยพาช้างศึกผ่านเข้ารอบ 16 ทีม ได้สำเร็จด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

รอบต่อมาไทย เอาชนะ จอร์แดน 2-0 ผ่านเข้าไปดวลเจ้าภาพเกาหลีใต้ในรอบรองชนะเลิศ น่าเสียดายที่สุดท้ายทัพช้างศึกไม่อาจต้านความแกร่งของเจ้าภาพได้ และแพ้ไป 0-2 แถมตกรอบไปแพ้อิรัก ในการชิงที่สาม ส่งผลให้ได้เพียงอันดับสี่มาครอง แต่ทัวร์นาเม้นต์นั้นนับเป็นรายการสำคัญที่ ภิญโญ อินพินิจ แจ้งเกิดเต็มตัว

เขาไม่ใช่แข้งโนเนมอีกต่อไป…