พ่อค้าแข้งสู่แพะยาบ้า : ชีวิตในห้องขังของ…วีรศักดิ์ จี้อุ่น

นี่ คือ เรื่องราวของ “โดม” วีรศักดิ์ จี้อุ่น อดีตมิดฟิลด์ดาวรุ่งแห่งวงการลูกหนังแดนใต้ ที่ได้รับการยอมรับคนหนึ่ง ก่อนชีวิตพลิกผันกลายเป็น แพะรับโทษในเรือนจำกว่า 2 ปีครึ่ง

แต่โชคชะตายังคงขีดเส้นทางให้กลับมาเดินทางสายลูกหนังกระทั่งกลับมาพาทีมบ้านเกิดสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้… FFT TH ได้โอกาสพูดคุยถึงชีวิตอันแสนโหดร้ายในอดีตของเขา

​ยอดแข้งแดนใต้

เด็กหนุ่มจาก อำเภอบ้านนาสาน จ.สุราษฎร์ธานี เร่ิมหัดเตะบอลตั้งแต่ 7 ขวบ ก่อนจะเข้าไปเรียนต่อที่ โรงเรียนกีฬานครศรีธรรมราช เพียงปีเดียวสร้างชื่อในทัวรน์นาเม้นท์ลูกหนังขาสั้น ระดับประเทศอย่าง ฟุตบอลไนกี้ จนได้โควตาร์เข้าสู่รั้ว ราชวินิตบางแก้ว พาทีม “สิงห์ปากน้ำ”คว้าแชมป์ระดับประเทศมากมาย ทั้ง ฟุตบอล 7 สี, แชมป์ บอลถ้วย ผบ.ทอ., แชมป์ 18 ปี ก. กระทั่งจบ ม.6

จากนั้นเร่ิมเข้าสู่เส้นทางลูกหนังอาชีพ เป็นเยาวชนของสโมสรทีโอที เอสซี, สุราษฎร์ธานี เอฟซี บ้านเกิด เล่น โปรวิเชียล ลีก ก่อนจะพาทีมเลื่อนชั้น สู่ ดิวิชั่น 1 กระทั่งได้ขึ้นมาเล่น เวที ไทยลีก ครั้งแรก กับสโมสร ทีทีเอ็ม พิจิตร แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังมีไม่มาก “โดม”ตัดสินใจหันมาค้าแข้งในลีก ดิวิชั่น 2 กับ พังงา เอฟซี และ พาทีม กระบี่ เอฟซี คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นสู่ ลีกพระรอง ได้ในปี 2011 ซึ่งถือเป็นปีที่สร้างชื่อให้ “โดม” หลายสโมสรทั้งในดิวิชั่น 1 และไทยลีก ต่างยื่นข้อเสนอเพื่อดึงไปร่วมทีม 

ชีวิตผันกลายเป็น “แพะ”

ในวัย 24 ปี ฟอร์มอันโดดเด่นของ “โดม” เป็นที่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะแถวหน้าของลีกภาคใต้ และกำลังมีอนาคตที่สดใส แต่ใครจะรู้ว่า ช่วงที่พาทีมกระบี่ เอฟซี เถลิงแชมป์ ดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นสู่ ลีกพระรองได้ นั้น “โดม” ถูกเพื่อนรัก ซัดทอดว่าเป็นผู้ค้ายา ต้องสู้คดีนานกว่า 3 ปี   “มันเป็นความโชคร้ายของผม เพื่อนที่ผมสนิทถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด และให้การซัดทอดผมกับแฟน โดยการยัดยาบ้า 70 เม็ดใส่ในกระเป๋าแฟนผม เพื่อต้องการถูกลดโทษ พาตำรวจเข้ามาจับผมถึงบ้าน ในตอนนั้นผมไม่มีทางเลือกต้องปกป้องแฟนผมโดยการรับสารภาพว่าทั้งหมดเป็นของผม เพื่อหวังจะสู้คดีในภายหลัง” โดมเล่าถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น

ตลอด 3 ปี ที่ต้องวิ่งระหว่างสนามบอล กับ ขึ้นศาล เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่เป็นผล ด้วยคำให้การตอนแรกที่สารภาพเพื่อปกป้องแฟนสาวให้พ้นผิด จนสุดท้ายศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ทำให้ “โดม”ต้องก้มหน้ารับโทษที่ตนไม่ก่อโดยศาลยันโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน “ช่วงแรกๆรู้สึกท้อมาก แต่โชคดีตลอดเวลาที่สู้คดี ครอบครัว, เพื่อน, ผู้ใหญ่ คอยให้กำลังใจ ทำให้ผมลืมเรื่องเหล่านั้น มุ่งมั่นซ้อมและลงเล่นให้กับทีมกระบี่ เอฟซี จนพาทีมคว้าแชมป์ และเลื่อนชั้นได้สำเร็จ”

แม้ว่าตัวกำลังจะต้องเข้ารับโทษ ในปี พ.ศ. 2555 “โดม” ยังคงรับใช้สโมสรกระบี่ เอฟซี ต้นสังกัดจนวินาทีสุดท้าย แมตช์กระบี่ เอฟซี บุกแพ้ ปตท.ระยอง 0-1 ในวันที่ 20 ต.ค. 2555 หลังจากนั้นอีก 5 วัน จากนักเตะ “โดม”กลายเป็น นักโทษในเรือนจำพิเศษ จ.สุราษฎร์ธานี

นักโทษ - นักบอลแห่งทัณฑสถาน

“โดม”ได้เล่าถึงชีวิตในสถานจองจำว่า ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ ทุกสิ่งไม่ได้เลวร้าย มีทั้งคนเลวและคนดีปะปนอยู่รวมกัน ไม่แตกต่างอะไรกับสังคมโลกภายนอก แถมยังมีฟุตบอลอยู่คอยเป็นเพื่อนดับทุกข์

“ผมค่อนข้างโชคดีได้อยู่ในเรือนจำ สุราษฎร์ธานี เพราะคนส่วนใหญ่ในนี้ ทั้งนักโทษ และ ผู้คุม ไปจนถึงผู้อำนวยการเรือนจำ ก็รู้จักผมในฐานะนักฟุตบอลมาก่อน อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร เพราะชีวิตข้างใน(เรือนจำ) ก็ไม่ได้สุขสบาย ต้องอยู่ในกฎระเบียบที่เคร่งครัด บางวันไม่มีน้ำอาบ ไม่มีข้าวกิน ต้องเบียดเสียดแย่งที่นอน (เรื่องนอนคือเรื่องมากสำหรับนักโทษ) ส่วนเวลาว่างก็มีกิจกรรมให้เล่น ทำให้ผมได้เตะบอลคลายเหงาได้บ้าง”

แม้ว่าชีวิตที่ต้องโทษ “โดม” ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนเรือนจำ ลงแข่งขันกีฬาประจำปีของกรมราชทัณฑ์และได้เป็นตัวแทนนักโทษภาคใต้คว้าแชมป์ฟุตซอลระดับประเทศมาแล้ว      

ด้วยความประพฤติที่ดี เดินตามกฎระเบียบที่วางไว้ ทำให้ นช.วีรศักดิ์ เป็นนักโทษ “ชั้นเยี่ยม” ได้รับอภัยโทษตามวาระต่างๆ จนครบ 2 ปี “โดม” ถูกส่งตัวไปอยู่ ศูนย์บำบัดพิเศษ (เกาะแต้ว) จ.สงขลา ในช่วง 6 เดือนสุดท้าย

“ผมถูกย้ายมาศูนย์บำบัดพิเศษ นี้ เป็นสถานที่ที่ให้นักโทษที่กำลังจะพ้นโทษ ได้ฝึกวิชาชีพในสายงานต่างๆ เพื่อมีวิชาติดตัว ซึ่งตลอด 6 เดือน ผมก็ได้รื้อฟื้นความหลังกับฟุตบอลในสนามหญ้า มีเวลาเล่นบอลมากขึ้น และเร่ิมกลับไปคิดถึงการเป็นนักเตะอาชีพอีกครั้ง”

พ้นโทษ พาบ้านเกิดเถลิงแชมป์     

19 มี.ค 2558 “โดม” วีรศักดิ์ จี้อุ่น พ้นโทษกลับสู่โลกภายนอก โดยสิ่งที่อยู่ในหัวคือการหวนคืนสู่สังเวียนผืนหญ้าอีกครั้ง หลังจากห่างหายมากว่า 2 ปีครึ่ง โดยได้รับโอกาสจาก “โกจ๋วน”สมเกียรติ กิตติธรกุบ ประธานสโมสรกระบี่ เอฟซี ผู้ที่อ้าแขนรับ “โดม”กลับสู่เส้นทางนักเตะอาชีพอีกครั้ง “หลังจากพ้นโทษ โกจ๋วน ก็ชวนผมกลับไปร่วมทีมกระบี่” โดม เล่าถึงความโชคดีในชีวิตของตัวเอง  “แต่ผมคิดว่า การร้างสนามไปนานสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่น ยังไม่เหมือนเดิม บวกกับฟุตบอลสมัยนี้มาตรฐานสูงขึ้น จึงขอไปหาประสบการณ์กับทีมในลีก ดิวิชั่น2 ก่อน ซึ่งก็ได้ ไปเล่นใน พังงา เอฟซี, ตรัง เอฟซี ก่อนที่ปีนี้จะกลับมาช่วยทีม สุราษฎร์เอฟซี ในเลกสอง และช่วยทีมคว้าแชมป์โซนภาคใต้ ซึ่งอนาคตอันใกล้ผมจะกลับไปรับใช้กระบี่ เอฟซี แน่นอน”     

ปัจจุบัน “โดม”ในวัย 29 ปี ได้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวเล็กๆแสนอบอุ่นที่มี ภรรยา, ลูกชายวัยขวบเศษ

ฟุตบอล ลูกยางกลมๆ ที่เป็นมากกว่าชีวิตของ วีรศักดิ์ จี้อุ่น