พอล วิลเลี่ยมส์ : สโมสรไทยดีเกินกว่าจะเล่นใน เอเอฟซี คัพ แต่ไม่ใช่เอซีแอล (?)

ชัยชนะของโกลบัล เอฟซี เหนือ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม จาก มาเลเซีย เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมามันกลายเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของ วงการฟุตบอล ฟิลิปปินส์ และเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของเหล่าแฟนบอลของทีม 

ชัยชนะของโกลบัล เอฟซี เหนือ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม จาก มาเลเซีย เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมามันกลายเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของ วงการฟุตบอล ฟิลิปปินส์ และเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของเหล่าแฟนบอลของทีม

พวกเขาอาจจะโดนไล่ถล่ม โดย บริสเบน รอร์ ใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก แต่ว่ามันก็ทำให้พวกเขาค้นพบระดับที่แท้จริงของตัวเองนั่นคือ ในรายการที่เล็กกว่าอย่าง เอเอฟซี คัพ ที่เป็นเหมือนการสร้างความมั่นใจ และ ประสบการณ์ที่ประเมินค่ามิได้ ในอีกหลายเดือนและหลายปีต่อจากนี้

เช่นเดียวกับ เจดีที พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2015 ซึ่งมันทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกจากอาเซียน ที่ไม่ได้แค่มาแข่งรายการนี้ ไม่ได้แค่เข้าชิง แต่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย

อย่างไรก็ตาม สโมสรจากประเทศไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดในแถบภูมิภาคนี้ เลือกที่จะปฏิเสธโอกาสประสบความสำเร็จระดับทวีป และกลายเป็นเหยื่อความสำเร็จของลีกตัวเอง ซึ่งกลายเป็นสถานการณ์ที่ถูกจับตามอง

สโมสรจากประเทศไทย ต่างทำผลงานได้เกินคาด ในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีใครลืมว่าครั้งหนึ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ในปี 2013 แต่ว่าความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ พวกเขาดีเกินกว่าจะเล่นใน เอเอฟซี คัพ แต่ก็ยังดีไม่พอสำหรับ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก

นับตั้งแต่ปี 2012 สโมสรจากเมืองไทยที่ได้โควต้าเข้ารอบแบ่งกลุ่มของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยอัตโนมัติ พวกเขามาเล่นในรายการนี้ 37 นัด ชนะ 9 นัด เสมอ 12 นัด และ แพ้ 16 นัด

มันไม่เคยเป็นงานง่ายของทีมจากเมืองไทย หรือทีมอื่น ๆ ในอาเซียนที่มาเล่นในรายการนี้ เช่นเดียวกับตอนเล่นเพลย์ออฟ

ยิ่งในตอนนี้ ด้วยขั้นตอนของการเล่นรอบคัดเลือก ที่เต็มไปด้วยทีมจากลีกที่เป็น "บิ๊กโฟร์" ทั้ง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ , จีน  และ ออสเตรเลีย มันยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่ทีมจาก อาเซียน จะผ่านทีมเหล่านี้ไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้ โดยเฉพาะในเกมเพลย์ออฟ นัดสุดท้าย พวกเขาจะต้องไปเยือนทีมจาก บิ๊กโฟร์ เพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้ารอบ

ในแมตช์ที่ว่า มีสถิติบันทึกเอาไว้ว่า ทีมจาก อาเซียน ยิงได้แค่ 3 ประตู และเสียไปถึง 46 ประตู อย่างเช่นเกมที่ ชลบุรี เอฟซี แพ้ให้กับ เอฟซี โตเกียว 9-0 เมื่อปีก่อน หรือจะเป็น เอฟซี โซล ที่ชนะ ฮานอย ทีแอนด์ที 7-0 ในปี 2015

จริงอยู่ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด. และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำผลงานได้สมกับเป็นความภูมิใจของเมืองไทย ในการเข้ามาเจอกับทีมทีมที่ดีที่สุดจาก ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และจีน

แต่แล้วที่เหลือล่ะ? ทีมอื่น ๆ ที่เข้ามานั้นกลับเป็นตรงกันข้าม ทั้ง แบงค็อก ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส , ชลบุรี และ สุโขทัย นี่คือทีมที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกในช่วง 5 ปีหลังสุด

เมื่อพลาด เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วเป็นยังไงต่อ? พวกเขาก็จะมองว่า โอเค ปีหน้าเอาใหม่ มันเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความแข็งแกร่งของลีกไทย ทำให้พวกเขาได้โควต้าโดยอัตโนมัติในรายการใหญ่ของทวีป แต่ในโควต้าเพลย์ออฟมันก็หยุดที่ตรงนี้ตลอด

การมาเล่นฟุตบอลระดับทวีปจะทำให้คุณได้ประสบการณ์มากมาย คุณจะได้เรียนรู้กับการเล่นเกมกลางสัปดาห์ เรียนรู้การรับมือกับความเหนื่อยล้า และการโรเตชั่นนักเตะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ล้ำค่า

"มันจะเป็นประโยชน์กับทีมจากประเทศไทย รวมถึงทีมคู่แข่ง เป็นการยกระดับมาตรฐานขึ้นมา เพราะว่าการเจอกับทีมจากต่างแดนล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดี"

- เจสัน วิธ

"ผมเชื่อว่าเราควรได้เล่นใน เอเอฟซี คัพ หากว่าตกรอบคัดเลือกของถ้วยใหญ่" เจสัน วิธ ผู้อำนวยการกีฬาฟุตบอล ของ สโมสรสุโขทัยกล่าวกับ โฟร์โฟร์ทู หลังจากที่ทีมของเขาแพ้ให้กับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในรอบคัดเลือกของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนี้

"มันจะเป็นประโยชน์กับทีมจากประเทศไทย รวมถึงทีมคู่แข่ง เป็นการยกระดับมาตรฐานขึ้นมา เพราะว่าการเจอกับทีมจากต่างแดนล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดี"

วิธ นั้นมีความเห็นว่าในเมื่อ คือลีกที่มีความแข็งแกร่งที่สุดของภาคพื้นอาเซียน มันก็น่าจะดีกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับทีมอื่น ๆ ในโซนนี้ ที่จะได้ยกระดับในการเจอกับทีมไทย ซึ่งนั่นน่าจะเป็นป้าหมายและประโยชน์ของรายการ เอเอฟซี คัพ และเป็นทางที่ดีที่สุดที่สโมสรจากประเทศไทย จะได้ประสบการณ์จากการแข่งระดับทวีป ไม่ใช่ไปเล่นแค่นัดเดียวแล้วตกรอบอย่างที่เป็นอยู่

แม็ตต์ สมิธ กัปตันทีมของ บางกอกสล๊าส ที่แพ้ให้กับ ปักกิ่ง กั๋วอัน 3-0 ในรอบคัดเลือกเมื่อปี 2015 เป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่า ทีมจากประเทศไทย ควรได้ไปลุยในถ้วยเล็กอย่าง เอเอฟซี คัพ เช่นกัน

"มันคือประสบการณ์อันล้ำค่า หากว่าได้ลงเล่นในระดับสโมสรเอเชีย มันจะเป็นการพัฒนาด้านการเตรียมตัวให้กับเราทั้งและนอกสนาม มันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น" สมิธ บอกเรื่องนี้กับ โฟร์โฟร์ทู

"ในฐานะผู้เล่น ที่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันคือเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา ทั้งที่ บริสเบน และ ที่ บางกอกกล๊าส ที่ยังมีนักเตะดี ๆ หลายคนที่ยังใหม่กับสิ่งเหล่านี้"

"ถ้าหากว่าเรามีโอกาสลงเล่นในรายการ เอเอฟซี คัพ หลังจากที่ต้องตกรอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดี แม้ว่าระดับของทั้งสองถ้วยจะต่างกันลิบลับก็ตาม"

"ถ้าหากว่าเรามีโอกาสลงเล่นในรายการ เอเอฟซี คัพ หลังจากที่ต้องตกรอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดี แม้ว่าระดับของทั้งสองถ้วยจะต่างกันลิบลับก็ตาม"

- แมท สมิธ

แม้ว่าหลายเสียงจะดูเหมือนว่า เอเอฟซี คัพ คือสิ่งที่ดีสำหรับทีมจากไทยลีก แต่ มาริโอ  ยูรอฟสกี้ สตาร์ดังจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด ไม่ได้คิดแบบนั้น โดยเขาได้บอกกับ โฟร์โฟร์ทู ว่า เขาไม่เห็นประโยชน์อะไรจากรายการนี้เลยแม้แต่น้อย

"ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรายการ เอเอฟซี คัพ นะ แต่การต้องเดินทางไปเล่นในรายการระดับนี้ไม่ได้ช่วยให้เราพัฒนาขึ้นมานักหรอก สโมสรต่างต้องการโฟกัสกับการเล่นในไทยลีก เพื่อที่จะไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยอัตโนมัติ หรืออย่างน้อยก็ไปรอบคัดเลือก ผมคิดว่า เป้าหมายของ แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็คือการทำผลงานให้ดีในลีก เพื่อที่จะไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในทุก ๆ ปี และเราคงไม่มีเวลาไปสนใจในถ้วย เอเอฟซี คัพ กันหรอก"

แต่สิ่งที ยูรอฟสกี้ พูดมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยาก สำหรับการที่ทีมไทย ไปมีประสบการณ์ในการเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก หากว่า เอเอฟซี ยังไม่เปลี่ยนระบบ เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เห็นทีมจากเมืองไทยมากกว่านี้ในถ้วยใหญ่

แต่ถ้าเป็นในถ้วยเล็กอย่าง เอเอฟซี คัพ ทีมจากประเทศไทยสมควรได้รับโอกาสตรงนั้น เพื่อจะได้มีโอกาสลิ้มรสอันหอมหวานกับค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์แบบเดียวกับ ที่ โกลบัล เอฟซี เพิ่งได้สัมผัสมันมาเมื่อสัปดาห์นี้