พลังแห่งอาเซียน : ถ้าคนไทยเห็นแข้ง “ช้างศึก” ในเคลีก

อินชอน ยูไนเต็ด กำลังมีผลงานที่ไม่ดีนักในศึกเคลีก คลาสสสิค หรือลีกสูงสุดของเกาหลีใต้… แต่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ ยอดผู้ติดตามทีมผ่านโซเชี่ยลมีเดีย…

ถามว่ามันเกิดจากอะไร? แน่นอนว่า คำตอบแรกสุดที่เห็นได้ชัด คือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอินชอน ยูไนเต็ด ของ เลือง ซวน ตรวง แข้งดาวรุ่งทีมชาติเวียดนามวัย 21 ปี มัน คือ อิมแพ็คที่เห็นชัดและจับต้องได้ แม้เขาเพิ่งลงสัมผัสสนามในเวทีสูงสุดของเกาหลีใต้เพียง 1 นัด…

สมาคมฟุตบอลลีกอาชีพของเกาหลีใต้ มีเป้าหมายอยากจะขยายฐานแฟนบอลมายังภูมิภาคอาเซียน หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางประชากรกว่า 600 ล้านคน และ อินชอน ยูไนเต็ด คือ สโมสรแรกในรอบหลายสิบปีของแดนโสมขาว ที่นำเข้านักเตะจากภูมิภาคนี้ (คนก่อนหน้านี้ คือ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานทีมชาติไทยที่เคยอยู่กับ ลัคกี้ โกลด์ สตาร์ หรือ เอฟซี โซล ในปัจจุบัน)

อี มิน ฮยอบ ผู้จัดการทั่วไปสโมสรอินชอน ยูไนเต็ด กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2016 ที่สโมสรคว้าตัว ซวน ตรวง มาร่วมทีมในสัญญายืมตัวจาก ฮองอันห์ยาลาย ทำให้มีผู้เข้ามากดไลค์ติดตามแฟนเพจของสโมสรเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว (ปัจจุบันอยู่ที่ 36,140 ไลค์) แม้ว่าปีนี้โดยภาพรวมทีมจะมีผลงานแย่กว่าปีก่อนๆก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น ซวน ตรวง เพิ่งลงเล่นไปแค่ 1 นัดในศึกเคลีก เกาหลีใต้ นัดพบกับ กวางจู ก่อนแพ้ไป 0 - 1

จำนวนแฟนบอลเฉลี่ยปีนี้ของ อินชอน ยูไนเต็ด อยู่ที่ 6,500 คน เมื่อเทียบกับความจุของสนาม อินชอน ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม สังเวียนแข้งที่ทันสมัยและสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ (เพราะเพิ่งก่อสร้าง เพื่อรองรับการแข่งขันเอเชี่ยน เกมส์ 2014 ที่ผ่านมา) ถือว่าไม่น่าพอใจเท่าไหร่เลย อย่างไรก็ตามหนึ่งในแผนการตลาดที่จะเติบโตได้ คือ การใช้นักเตะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแม่เหล็กดึงดูด…

แน่นอนว่านักเตะจากอาเซียนที่ดึงเข้ามาร่วมทีม ย่อมต้องสมเหตุสมผล ทั้งราคา และฝีเท้า รวมถึงความดึงดูดต่อชาตินั้นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับ คือ มาตรฐานของของฟุตบอลลีกในภูมิภาคอาเซียน กับลีกอย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังห่างกันอยู่พอตัว คำถามต่อมา คือ จะทำอย่างไร หากนักเตะอาเซียนที่ว่าแน่แล้ว ดีแล้ว ยังไม่ดีพอยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงในเคลีก  

อี มิน ฮยอบ กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่าทางสโมสรวางแผนรองรับเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้… สิ่งสำคัญ คือ เรื่องการตลาดนั้น เราจำเป็นต้องสร้างเรื่องให้สวยงาม นักเตะอาเซียนที่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอีกประเทศหนึ่ง ย่อมเจออุปสรรคมากมาย และพวกเขาต้องต่อสู้ฝ่าฟัน เพื่อก้าวผ่านกำแพงเหล่านั้น จนได้ลงสนามและได้รับการยอมรับในท้ายที่สุด คล้ายๆกับ ปาร์ค จี ซอง ในวันที่เขาย้ายไปเล่นยุโรปใหม่ๆ กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อนประสบความสำเร็จ จนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาคว้าตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นตำนานของ “ปีศาจแดง” ในเวลาต่อมา

ในรายของ เลือง ซวน ตรวง มีคุณสมบัติของนักสู้ เขามีความกระหายที่จะพัฒนา เขารู้ว่าโอกาสในการลงเล่นในศึกเคลีก อาจเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เขาพยายามอดทน เพื่อพัฒนาตัวเอง ยิ่งได้อยู่กับคนที่เก่งกว่า ย่อมทำให้เขาพัฒนาต่อไปได้ ความคิดเหล่านี้ ย่อมส่งผลดีต่ออนาคตวงการลูกหนังเวียดนาม

ซวน ตรวง พยายามปรับตัว เขาพูดภาษาอังกฤษได้ดี และนั่นทำให้การใช้ชีวิตของเขา มีอุปสรรคน้อยลงมาอีกนิด เพราะอย่างน้อยชาวเกาหลีใต้ที่พอพูดภาษาอังกฤษได้ ก็สามารถสื่อสารกับเขาได้อย่างไม่เคอะเขิน

ต่อคำถามสำคัญ....ทำไม อินชอน ยูไนเต็ด หรือ ทีมในเคลีก เกาหลีใต้ จึงไม่คว้าตัวนักเตะไทย ที่ทุกๆคนในภูมิภาคนี้รู้กันว่ามีลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังเป็นเพียงชาติเดียวในภูมิภาคที่ได้เข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย… ปัญหาอย่างเดียว คือ เรื่อง “เงิน”

คงจะผิดมารยาทหากจะบอกว่า ซวน ตรวง ได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ที่เกาหลีใต้ แต่เขาได้รับเท่าๆ กับนักเตะเกรดธรรมดาๆ ในไทยลีกเท่านั้น ขณะที่สถิติของเคลีกเมื่อปี 2014 ระบุว่า นักเตะมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400,000 บาท ต่อเดือน (KRW 163,000,000 ต่อปี)  

อี มิน ฮยอบ คนเดิม เล่าว่า ความจริง อินชอน ยูไนเต็ด เคยสนใจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ อย่างมาก กระทั่งตัวเขาก็ได้ชมการเล่นของเขาและรู้สึกชื่นชอบ แต่ปัญหา คือ ค่าตัวที่แพงมหาศาล

ค่าตัวนักเตะไทย ตอนนี้ฟุ้งเฟ้อไปไกล และคงเป็นเรื่องลำบาก หากจะบอกพวกเขาให้ลดค่าเหนื่อยไปรับเงินที่น้อยลง หรือ เท่าๆเดิม แต่อยู่ต่างที่ต่างถิ่น ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

แต่ลองถ้าทุกฝ่ายหาทางออกที่ลงตัวกันได้เมื่อไหร่ และนักเตะไทยปรากฎตัวในเคลีก... อิมแพ็คที่เกิดกับสโมสร หรือทั้งลีก อาจมากกว่า เลือง ซวน ตรวง หลายเท่าตัว