พลังขับเคลื่อนเวอร์ชั่นใหม่ : เมื่อ 'พอช' เจอกุญเเจแห่งความแตกต่าง

พอล ไวลค์ นักข่าวของ FFT อยู่ที่สนาม ฮอว์ธอร์น ในเกมที่ ท็อตเเน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทำได้แค่เสมอกับ เวสต์บรอมฯ 1-1 ซึ่งวันนี้เขาจะมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ สเปอร์ส ในยามที่ไร้ดาวยิงอันดับ 1 อย่าง แฮร์รี่ เคน 

สเปอร์ส นั้นไม่สามารถเอาชนะ เวสต์บรอม ได้เลยในทั้ง 2 นัดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา การที่ต้องเจอแท็คติกเกมรับที่แข็งแกร่งของ โทนี่ พูลิส ทำให้ทั้ง 2 เกมนั้น ไก่เดือยทอง ทำได้แค่เพียง 2 ประตูเท่านั้น แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นการยิงเข้าประตูตัวเองของ เคร็ก ดอว์สัน อีกด้วย

สเปอร์ส ยังคงพยายามมองหาชัยชนะที่ เดอะ ฮอว์ธอร์น ต่อไปหลังทำได้แค่เสมอกัน 1-1 จากโดนอดีตเด็กเก่าอย่าง นาเซอร์ ชาดลี่ ยิงประตูออกนำไปก่อน ... และหากย้อนสถิติกลับไปมันคงน่าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อ สเปอร์ส ชนะ เวสต์บรอม ได้เพียง 1 เกมเท่านั้นจากการเจอกัน 7 เกมหลังสุด แม้ผลการแข่งขันของเกมเมื่อวันเสาร์อาจไม่จบลงด้วยชัย แต่ สเปอร์ส ก็เปลี่ยนไปและค้นพบอาวุธใหม่ของพวกเขา และเราจะมาดูกันว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น?

ลูกทีมของปอเชตติโนเกือบเอาตัวไม่รอดในการเจอกับเวสต์บรอม

ความหลากหลายของระบบการเล่น

การเล่นของเราจะเเสดงให้เห็นจากคาแร็คเตอร์ในสนาม

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้ทีมชุดที่ดีที่สุดในฤดูกาลที่เเล้วด้วยระบบการเล่น 4-2-3-1 เขามักจะโรเตชั่นในตำแหน่งฟูลแบ็คเท่านั้น มันไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักสำหรับ 11 ตัวจริง อย่างไรก็ตามพวกเขายังทำได้ดีกับการไล่เพรสซิ่งและใช้แนวรับยืนตำแหน่งที่สูงกว่าปกติ

"ตอนที่ผมยังทำงานให้กับ เอสปันญอล และ เซาท์แฮมป์ตัน ในช่วงแรกนั้นๆเรามีผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก และมีความคิดเห็นที่ว่าการเล่นของเรามันตายตัวเกินไปและไม่มีแผนสำรองออกมาใช้" โปเช็ตติโน่ กล่าวก่อนที่เกมกับ เวสต์บรอม จะเริ่มขึ้น

"มันคือสิ่งสำคัญเมื่อเราอยู่ในโปรเจ็คพัฒนาหลังจากผ่านไป 2 ปีเพื่อเพิ่มมูลค่าของทีมรวมถึงการวิธีการเล่นและวิธีคิดที่แตกต่างไปจากเดิม การเล่นของเราจะเเสดงให้เห็นจากคาแร็คเตอร์ในสนาม นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ระบบการเล่นได้มากกว่า 1 ระบบ ซึ่งทั้งหมดมันออกมาดีทีเดียว"

แม้ในฤดูกาลที่แล้วผลงานของสเปอร์สอาจจะสวนทางกับที่ พอช ว่าไว้ แต่นั้นเป็นเพราะว่าเมื่อ 12 เดือนก่อนพวกเขาไม่มีตัวเลือกมากนัก ในเเนวรุกพวกเขามีเพียง แฮร์รี่ เคน เท่านั้นนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาพยายามซื้อตัว ไซโด้ เบราฮิโน่ เพื่อช่วยเติมความรวดเร็วในการเล่นเกมแบบโต้กลับนั่นเอง

ตัวเลือกในเเนวรุก

สเปอร์ส ตัดสินใจทุ่มซื้อ วินเซนต์ แยนส์เซ่น มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาซึ่งสไตล์ของ แยนส์เซ่น นั้นแตกต่างกับสไตล์การเล่นของ เบราฮิโน่ อย่างสิ้นเชิงรวมถึงแตกต่างกับ เคน ที่กำลังบาดเจ็บอยู่ในเวลานี้ด้วย แยนส์เซ่น อาจจะยิงได้ถึง 27 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดให้ อัลค์ม่าร์ ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ทว่า โปเช็ตติโน่ กำลองมองเห็นบางสิ่งในตัวของเขาที่แตกต่างออกไป

การเล่นร่วมกับแนวรุกคนอื่นๆและการเล่นในพื้นที่เเคบๆของเขาทำได้ดีกว่า เคน เสียอีก ดาวยิงชาวดัตช์ สามารถทำให้การเปิดบอลโด่งของทีมมีเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งต่างกับเคนที่มักจะชอบเล่นชิงจังหวะกับกองหลังคู่ต่อสู้

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือการที่ สเปอร์ส เปลี่ยนมาเล่นในระบบ 4-1-4-1 ในฤดูกาลนี้รวมถึงเกมที่ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 พวกเขาใช้ ซน เฮือง มิน เล่นในตำแหน่งที่ฟุตบอลสมัยใหม่เรียกกันว่า "ฟอลส์ ไนน์" ที่คอยชิงจังหวะเล่นงานแนวรับของ ซิตี้

ในเกมกับ เวสต์บรอม แยนส์เซ่น คอยค้ำในเเดนหน้าด้วยการสร้างจังหวะการเข้าทำประตูให้ทีมถึง 4 ครั้ง และมีโอกาสได้ยิงเองอีก 3 ครั้ง รวมถึงมีจังหวะโหม่งข้ามคานไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ในเกมเดียวกันนี้เมื่อเดือน ธันวาคม ปีที่เเล้ว เคน ได้รับบอลจาก คริสเตียน อีริคเซ่น เพียงแค่ 6 ครั้งเท่านั้น ทว่าในปีนี้ เบน เดวิส กลับเปิดบอลยาวเข้าเป้าของ แยนส์เซ่น ไปทั้งหมดถึง 10 ครั้งเลยทีเดียว

"พวกเขาเปลี่ยนวิธีการเล่นที่แตกต่างออกไป" นี่คือสิ่งที่ พูลิส ให้สัมภาษณ์ไว้หลังเกมดังกล่าว "พวกเขาฉลาดมากกับวิธีการเล่นของพวกเขา พวกเขาถ่างเกมรับของเราโดยใช้ทั้ง คริสเตียน เอริคเซ่น , อัลลี่ แะล เดมเบเล่"

พูลิส หมายถึงบทบาทของ เเยนส์เซ่น ที่ทำให้แนวรับของเขาต้องถอยไปเล่นต่ำซึ่่งเท่ากับว่ามันเปิดพื้นที่ให้กับแนวรุกของ สเปอร์ส เติมเกมขึ้นมาได้ เห็นได้ชัดๆจากการเล่นกับ เอริค ลาเมล่า ในช่วง 10 นาทีแรกที่สร้างโอกาสได้แต่สุดท้าย ลาเมล่า ก็ยิงออกไป

นอกจากนี้ แยนส์เซ่น ยังเป็นนักสร้างโอกาสชั้นเยี่ยมอีกครั้งเมื่อเขาเล่นกับ อัลลี่ ในเวลาต่อมาจนดาวเตะชาวอังกฤษได้หลุดไปดวล 1-1 กับ เบน ฟอสเตอร์ ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้ประตูอีกครั้ง

การได้รับความสนับสนุนจากกุนซือ

ในช่วงแรกๆนั้นแฟนบอลของ สเปอร์ส ไม่ค่อยพอใจนักกับฟอร์มการเล่นของ เเยนส์เซ่น โดยพวกเขาคิดหวังไว้ว่าจะได้กองหน้าที่เล่นได้คล้ายกับ หลุยส์ ซัวเรส และในช่วงสตาร์ทฤดูก่ล แยนส์เซ่น เองก็ไม่สามารถผลิตสกอร์แม้แต่ประตูเดียวในเกมลีก

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้มีเสียงวิจารณ์ต่อตัว แยนส์เซ่น ที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม โปเช็ตติโน่ ไม่คล้อยตามคำติติงเหล่านั้น เขายังผลักดัน แยนส์เซ่น ต่อไปพร้อมกับให้ความเห็นว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ที่แหละคือผู้ปิดทองหลังพระสำหรับแนวรุกคนอื่นๆในทีม

"ผมคิดว่าเขาเล่นดีเลยแหละ ในฐานะกองหน้าจริงอยู่ที่ต้องการยิงประตู แต่สำหรับเขานั้นมันต่างออกไป ... ผมแฮปปี้มากกับการทำงานของเขา" นี่คือสิ่งที่ โปเช็ตติโน่ บอกกับเรา

สเปอร์ส อาจจะไม่สามารถคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้แต่หากมองลึกลงไปที่ความหลากหลายในการเข้าทำของพวกเขามันชัดเจนเหลือเกินว่าตอนนี้ไก่เดือยทองได้เพิ่มเขี้ยวเล็บในแนวรุกของพวกเขาเเล้ว ต่อไปนี้พวกเขาจะมีแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นยามเจอกับคู่แข่งที่เล่นแท็คติก "รถบัส" และ เเยนส์เซ่น คือพระเอกของกลยุทธ์นี้