พลิกล็อคกันน่าดู : 11 สุดยอดการคัมแบ็คในเลกสองของเวทียุโรป

ไม่ต้องเศร้าเสียใจไป ถ้าหากว่าโชว์ฟอร์มในเลกแรกได้อย่างย่ำแย่ เพราะเกมเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความหวังยังมีอยู่เสมอ โดย ชาร์ล ดัคส์บิวรี่

เรอัล มาดริด vs ดาร์บี้ เคาน์ตี้, 1975/76 (1-4, 5-1)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างเหนือความคาดหมายในยุคของไบรอัน คลัฟ กับดาร์บี้ หนึ่งในยอดแข้งของทีมอย่างเดฟ แม็คเคย์ นำทีม "แกะเขาเหล็ก" เปิดบ้านคว้าชัยเหนือเรอัล มาดริดในศึกยูโรเปี้ยน คัพครั้งที่สองของพวกเขาได้ถึง 4-1 ซึ่งชาร์ลี จอร์จ ซัดแฮทริกได้ด้วย โดยอาร์ชี่ เจมมิลล์ มิดฟิลด์ตัวเก่ง จำได้ขึ้นใจว่า
 
"เราไปถึงก่อนเกมเลกสองล่วงหน้าสองวัน และมีเวลาพอที่จะเยี่ยมชมเมือง แม้ในปัจจุบันจะไม่มีการเดินไปมารอบเมืองเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม" ผลปรากฏว่าดาร์บี้บุกไปพ่ายถึง 5-1 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 120,000 คน ต้องขอบคุณโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (ไม่ใช่ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันหรอกนะ) ที่ซัดเบิ้ลช่วยทีมคว้าชัยได้
 

ปาร์ติซาน เบลเกรด vs คิวพีอาร์, 1984/85 (2-6, 4-0)

ก่อนที่คิวพีอาร์จะโดนกระหน่ำยิงนอกบ้านเป็นเวลาเล่นทุกสัปดาห์ในพรีเมียร์ ลีกแล้ว พวกเขาเคยโดยมาแล้วในเวทียุโรปเช่นกัน เกมกับปาร์ติซาน เบลเกรดในศึกยูฟ่า คัพ "ทหารเสือราชินี" ถล่มทีมจากยูโกสลาเวียถึง 6-2 ในเกมที่พวกเขาลงเล่นในไฮบิวรี่ รังเหย้าของอาร์เซนอล ต้องขอบคุณที่ตอนนั้นลอฟตัส โร้ดใช้หญ้าเทียม
 
จากนั้นทีมของอลัน มัลเลอรี่ ก็เดินทางไปที่เบลเกรดเพื่อลงเตะเลกสอง ซึ่งโดนถลุงยับถึง 4-0 แถมมีอเวย์โกลตุนไว้สองลูก "มัลเลอรี่วิ่งตามเราไปที่อุโมงค์ บอกให้พวกเราฮึดสู้เพื่อต่อเวลาพิเศษ" ผู้รักษาประตู ปีเตอร์ ฮัคเกอร์ กล่าว "เขาแทบไม่รู้กฏเลยด้วยซ้ำ" ไม่น่าแปลกใจ อดีตแข้ง "ไก่เดือยทอง" ถูกปลดในสัปดาห์ถัดมา
 

เม็ตซ์ vs บาร์เซโลน่า, 1984/85 (2-4, 4-1)

หลังจากเอาชนะได้ในเลกแรกที่ฝรั่งเศส สตาร์ดังของบาร์ซ่าอย่างแบร์นด์ ชูสเตอร์ กล่าวว่า "ผมจะให้แฮมกับนักเตะเม็ตซ์ เพื่อเป็นการขอบคุณพวกเขาสำหรับของขวัญที่มอบให้พวกเราในคืนนี้" ไม่มีสถานีโทรทัศน์หรือสถานีวิทยุใดๆของฝรั่งเศสส่งเจ้าหน้าที่ของตัวเองไปทำข่าวที่คัมป์นูในเลกสอง และดูเหมือนจะตัดสินใจไม่ผิดเมื่อเม็ตซ์ถูกทิ้งห่างด้วยผลประตูรวมเป็น 5-2
 
แต่พวกเขาทำได้สองประตูก่อนพักครึ่ง ตามด้วยอีกหนึ่งประตูหลังเริ่มครึ่งหลังได้ 10 นาที ก่อนที่หัวหอกชาวยูโกสลาเวียอย่างโทนี่ คูร์บอส จะซัดแฮทริกได้ในช่วง 3 นาทีสุดท้าย ผู้รักษาประตูของเม็ตซ์ มิเคล เอ็ตตอเร่ ก็อิ่มอกอิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง "ตอนหมดเวลาผมวิ่งตรงไปที่ชูสเตอร์ และตะคอกใส่เชาว่า 'ไหนล่ะแฮมของนาย?' จอมหนึบหัวเราะลั่น 'ผมไม่คิดว่าเขาจะพูดภาษาฝรั่งเศสได้หรอก แต่คืนนั้นเขาคงเข้าใจผมแล้วหล่ะ'"

Pages