พลิกล็อคกันน่าดู : ดีลช็อคโลกที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนัง อันดับ 30-21

หลังจากได้พบกับอันที่ 55-31 ไปกันแล้ว ในวันนี้เราจะพาไปต่อกันที่อันดับ 30-21 จะมีใครบ้าง ติตดามได้ที่นี่เลย   

พลิกล็อคกันน่าดู : ดีลช็อคโลกที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนัง อันดับ 55-41

พลิกล็อคกันน่าดู : ดีลช็อคโลกที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนัง อันดับ 40-31

30. กาเบรียล บาติสตูต้า (ริเวอร์เพลท ไป โบค่า จูเนียร์ส ปี 1990)

ค่าตัว : ฟรี

ในศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก ที่อาร์เจนตินาเอาชนะอุรุกวัยไปได้ 2-1 ที่กรุงบูเอนอส ไอเรส ดาวยิงรายนี้ฉลองชัยชนะด้วยการวิ่งไปหา ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า  กุนซือของอุรุกวัย แล้วพูดว่า “ชัยชนะนี้เพื่อคุณเลย” ทำเอากุนซือชาวอาร์เจนไตน์รายนี้เจ็บจี๊ดทีเดียว

สาเหตุที่บาติสตูต้าทำเช่นนั้น ก็เพราะเจ้าตัวยังแค้นกุนซือรายนี้ไม่หาย หลังจากที่ถูกเขี่ยทิ้งออกจากทัพริเวอร์เพลท ในปี 1990 เนื่องจากพาสซาเรลล่ามองว่า บาติสตูต้านั้นเป็นนักเตะที่ต้องการเพื่อนร่วมทีมที่เล่นเพื่อเขา (รวมทั้งเขายังไม่ชอบทรงผมของกองหน้ารายนี้ด้วย)

กองหน้าเจ้าของฉายา “บาติโกล” รายนี้ ก็ตอบกลับแบบสุดแสบด้วยการตัดสินใจย้ายข้ามฝากจาก ริเวอร์เพลท ไปร่วมทัพโบค่า จูเนียร์ส คู่อริตลอดกาลของทีม และสถาปนาตัวเองจนกลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญในเวลาต่อมา ซึ่งพาสซาเรลล่าเองก็ไม่พอใจและรู้สึกเสียใจมาตลอดที่เขาเลือกที่จะปล่อยให้ดีลนี้เกิดขึ้น

29. เจอร์เก้น คลินส์มันน์ (โมนาโก ไป ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ปี 1994)

ค่าตัว : 2 ล้านปอนด์

นี่คือดีลที่จริงๆ แล้วสเปอร์สไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น เพราะในตอนแรก คนที่พวกเขาตั้งใจจะซื้อตัวมานั้นคือ ดิเอโก้ มาราโดน่า ทว่าไปๆ มาๆ อลัน ชูการ์ ประธานสโมสรในเวลานั้นกลับไปกล่อมให้คลินส์มันน์มาร่วมทีมแทน ซึ่งปรากฏว่าการเจรจาของทั้งคู่ก็ได้ผล ทำให้ดาวเตะรายนี้ตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพไก่เดือยทอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 1994 ซึ่งในตอนนั้น คลินส์มันน์ถือว่าเป็นยอดกองหน้าอันดับต้นๆ ของโลก ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าตัวจะยอมย้ายมาร่วมทัพสโมสรแห่งเกาะอังกฤษแห่งนี้

สเปอร์สในตอนนั้นไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ พวกเขาคือทีมระดับกลางตารางทีลีกที่ยังไม่พัฒนาดีด้วยซ้ำ วงการฟุตบอลผู้ดีในตอนนั้นยังไม่ได้รับความนิยมเช่นวันนี้ แฟนบอลบางรายยังเห็นว่าการใส่หน้ากากป้องกันแก็สพิษมาเชียร์ฟุตบอลยังเป็นเรื่องตลกอยู่เลย

สำหรับทัพไก่เดือยทองเลยต้องบอกว่า ดีลนี้เป็นเรื่องที่ดีจนแทบจะคิดว่าฝันไปหรือไม่ และแน่นอน คลินส์มันน์โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขากับสเปอร์ส ทว่ามันก็ดีจนทำให้เขาถูก บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของเยอรมันมาดึงตัวไปร่วมทัพในฤดูกาลต่อมา อย่างไรก็ตามในปี 1997 กองหน้ารายนี้ก็ได้โอกาสกลับมาช่วยสเปอร์สลาตาข่ายอีกครั้งหนึ่งด้วย

28. เอ็นริเก้ บอร์ฆ่า (พูมาส ไป อเมริกา, 1969)

ค่าตัว : ไม่เปิดเผย

บาร์ฆ่าในวัย 32 กะรัตรายนี้ ยิงไปได้ถึง 69 ประตูให้กับพูมาส ทว่าในตอนที่เขาถูกขายออกไปให้สโมสรอเมริกานั้น เจ้าตัวยังไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวด้วยซ้ำไป โดยเป็นบอร์ดบริหารที่เข้ามาบอกเขาว่า เขาจะถูกขายให้กับสโมสรคู่อริตัวฉกาจของทีมในปี 1969

ดาวเตะรายนี้หัวเสียเป็นอย่างมากที่เขาไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายครั้งนี้เลย และนั่นทำให้เขาถึงขั้นคิดที่จะแขวนสตั๊ดเลยทีเดียว  เหตุการณ์นี้ทำให้ กิเยร์โม่ ดิอาซ ออร์แดซ ประธานธิบดีของเม็กซิโกถึงกับต้องเข้ามาเจรจาดีลดังกล่าว ทว่าสุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

อย่างไรก็ตาม ออร์แดซ สัญญาว่าจะออกกฏใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักฟุตบอลที่จะได้ประโยชน์จากการย้ายทีมด้วย ซึ่งนั้นถึงทำให้บอร์ฆ่ายอมย้ายทีมในที่สุด ก่อนที่จะกลายเป็นตำนานของสโมสรใหม่ไปจนได้

27. ดิเอโก้ มาราโดน่า (บาร์เซโลนา ไป นาโปลี ปี 1984)

ค่าตัว : 8 ล้านปอนด์

หลังจากปาร์ตี้หนักจนสุขภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม แถมยังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อยๆ ทำให้ดาวเตะรายนี้กลายเป็นเพียงอะไหล่สำรองของบาร์เซโลน่า และนั่นส่งผลให้เขาได้โอกาสย้ายไปร่วมทัพ นาโปลี ในปี 1984 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่อย่างที่เราทราบกัน

การฉีกกระชากแนวรับคู่แข่งด้วยลีลาทักษะอันยอดเยี่ยมของมาราโดน่าสามารถเข้ามายกระดับนาโปลีได้อย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้าที่เขาจะย้ายมานั้น สโมสรแห่งนี้ขยับขึ้นๆ ลงๆ อยู่ระหว่างลีกสูงสุดและลีกรองของประเทศ ซึ่งหลังจากจอมทัพร่างเล็กรายนี้ย้ายมา เขาก็สามารถช่วยทีมให้คว้าแชมป์เซเรีย อาได้ 2 สมัยด้วยกัน

กระนั้นแม้จะประสบความสำเร็จจนกลายเป็นตำนานของทีมได้สบายๆ ทว่าชีวิตนอกสนาม เจ้าตัวก็มีปัญหาอยู่ตลอด โดยมาราโดน่ายังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดอยู่เหมือนเคย แถมยังมีข่าวเชื่อมโยงกับแก๊งค์มาเฟียในประเทศอิตาลีอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความสุดยอดของเขา ทำให้หลังจากมาราโดน่าอำลาทีมไป เสื้อเบอร์ 10 ของเขาก็ถูกรีไทร์เพื่อเป็นเกียรติให้กับตำนานชาวอาร์เจนไตน์รายนี้