ผลผลิตจากลา ฟาบริก้า : อดีตดาวรุ่งราชัน พวกเขาอยู่ไหนกันบ้าง?

บอร์ฆ่า มาบอรัล คือผลผลิตคนล่าสุดจากอะคาเดมีของ "ราชันชุดขาว" ที่ถูกยกย่องว่าจะเป็นราอูลคนต่อไป คียาน โซบานี่ คอลัมนิสต์ของเราจะพาย้อนกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาวรุ่งดวงอื่นๆที่เคยสัมผัสประสบการณ์ชุดใหญ่ในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบวมาแล้ว

1. ฆาเบียร์ ปอร์ติโย่ (2002-06)

ลอยไปลอยมาระหว่างสองลีกระดับสูงสุดของประเทศในช่วง 5 ซีซั่นสุดท้ายของอาชีพ เขาไม่เคยเติมเต็มความหวังของแฟนบอลมาดริดที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกได้เลย

ปอร์ติโย่คือตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบว่าทำไมแฟนบอลจึงยังคงคาดหวังในตัวของบอร์ฆ่า มาบอรัลเรื่อยมา หลังจากทำลายสถิติ 150 ประตูของราอูลที่ทำไว้กับทีมเยาวชนแล้ว หัวหอกรายนี้ก็ได้รับการเลื่อนขั้นสู่ทีมชุดใหญ่พร้อมกับความหวังอันสูงเสียดฟ้าว่าจะเป็นอะไหล่สำรองของเฟร์นันโด มอริเอนเตส, โรนัลโด้ และราอูล จากประตูสุดสวยระยะไกลกว่า 35 หลา ที่เขาทำได้ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกกับพานาธิไนกอส มีแต่จะเพิ่มความตื่นเต้นให้สูงยิ่งขึ้นภายในเมืองหลวงของสเปน

นาทีที่ 2.28
 
ซีซั่นถัดมา ในปี 2002/03 ปอร์ติโย่ก็ได้รับโอกาสลงสนามในเวทีลา ลีกาเป็นครั้งแรก และไม่นานจากนั้นก็เริ่มยิงประตูได้ต่อเนื่อง ประตูอันน่าจดจำที่สุดคือการจบสกอร์สุดสวยใส่บาเลนเซีย ขณะที่ลูกตีเสมอโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ในนาทีที่ 92 ก็ช่วยให้เรอัล มาดริด รอดพ้นจากการตกรอบแบ่งกลุ่มถ้วยยุโรป

2003 February 25 Borussia Dortmund Germany 1 Real Madrid Spain 1 Champions League

ปอร์ติโย่ยิงประตูได้ในเกมกับดอร์ตมุนด์
 
ในจุดนั้นเอง ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าความสำเร็จของเขาจะมาถึงจุดจบอย่างรวดเร็ว  ปอร์ติโย่ทำได้ 9 ประตู จากการลงสนาม 35 นัด ในช่วงที่ถูกปล่อยยืมตัวให้กับฟิออเรนติน่าและคลับ บรูช ระหว่างปี 2004 และ 2006 จากนั้นก็กลับสู่ถิ่นเบร์นาเบวหลังเสร็จสิ้นช่วงยืมตัวที่เบลเยียม แต่ทว่ามาดริดไม่ได้ต้องการเขาอีกแล้ว เพราะมีทั้งรุด ฟาน นิสเตลรอย, ราอูล, อันโตนิโอ คาสซาโน่ และโรนัลโด้ ยืนขวางทางเขาอยู่ เส้นกราฟชีวิตค้าแข้งของปอร์ติโย่ก็ต้องดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
 
ต้องระหกระเหินไปอยู่กับกิมนาสติก ที่ซัดไป 11 ประตู แต่ทีมกลับตกชั้น, ก่อนย้ายไปโอซาซูน่าซึ่งผลงานไม่เอาอ่าวสุดๆ ยิงได้แค่ 3 ลูก จากสองซีซั่น จากนั้นก็ลอยไปลอยมาระหว่างสองลีกระดับสูงสุดของประเทศในช่วง 5 ซีซั่นสุดท้ายของอาชีพ เขาไม่เคยเติมเต็มความหวังของแฟนบอลมาดริดที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกได้เลย ล่าสุดเพิ่งแขวนสตั๊ดไปเมื่อปีที่แล้วด้วยวัย 34 ปี

2. ฟรานซิสโก้ ปาวอน (2001-07)

สเน่ห์ดึงดูดของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม มันกลับมาได้ให้เห็นอีกครั้งจากการที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมซึ่งคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ในซีซั่นนั้นเอง

ชื่อของเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้จะเป็นอมตะนิรันดร์กาลตลอดไป เพราะเขาคือหนึ่งในนโยบาย 'Zidanes y Pavones' ของมาดริดในยุคกาลาคติกอส ที่จะเซ็นสัญญาแข้งชื่อดังพร้อมกับดันนักเตะจากระบบเยาวชนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ขณะที่ปาวอนนั้นเป็นดาวรุ่งที่เปี่ยมไปด้วยแววรุ่ง ปัจจุบันชื่อของเขาถูกใช้เป็นชื่อเล่นของกองหลังที่มีค่าเหนื่อยต่ำ เอาไว้เติมช่องว่างภายในทีม และช่วยให้เกิดสมดุลในสมุดบัญชี
 
ปาวอนเป็นคนสำคัญอย่างแท้จริงในช่วงเวลาค้าแข้งของเขากับมาดริด ด้วยการเปิดตัวสุดประทับใจในเกมกับแอธเลติก บิลเบา ในปี 2001 เรียกความนิยมให้กับเขาได้มากมาย ทว่าสเน่ห์ดึงดูดของเขากลับหายไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม มันกลับมาได้ให้เห็นอีกครั้งจากการที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมซึ่งคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ในซีซั่นนั้นเอง

ต้องขอบคุณบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กับภารกิจอันอุตสาหะที่พยายามสร้างสมดุลย์ให้กับทีมที่แนวรุกแข็งแกร่งต่างกับแนวรับแบบฟ้ากับเหว มาดริดใช้เฟร์นันโด เอียร์โร่ คู่กับปาวอนในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค โดยใช้อิบัน เอลกูเอร่าเป็นกองหลังตัวสุดท้ายและมอบหน้าที่มิดฟิลด์ตัวทำลายเกมให้กับโคล้ด มาเกเลเล่ ทำให้คู่ต่อสู้อึดอัดด้วยการครองบอลที่เหนียวแน่น ทำให้ปาวอนดูดีกว่าที่เขาเป็นจริงๆเสียอีก
 
หลังผ่านสามซีซั่นกับการได้ลงสนามอันน้อยนิด ในปี 2007 ปาวอนก็เก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับซาราโกซ่าในเซกุนด้า แล้วก็เลื่อนชั้นกลับสู่ลา ลีกาได้ทันที แต่ก็แสดงให้เห็นทันทีเช่นกันว่าฟอร์มของเขาไมได้อยู่ในระดับสูงสุดอีกต่อไปแล้ว
 
ปาวอนยุติอาชีพค้าแข้งกับอาร์กล์ อาวิญง ทีมจากลีกเดอซ์ ฝรั่งเศส ลงสนามไป 26 นัด ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2011

ปาวอนลงสนามให้กับมาดริดกว่า 100 นัด แต่ไม่เคยดีพอที่จะประสบความสำเร็จได้เลย

3. อัลบาโร่ โมราต้า (2010-14)

ไม่เหมือนกับปอร์ติโล่ และปาวอน โมราต้ากลับประสบความสำเร็จหลังย้ายออกจากยักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงดุ ศูนย์หน้าวัย 23 ปี คว้าดับเบิ้ลแชมป์กับยูเวนตุสตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ย้ายไปร่วมทีมเมื่อปีก่อน ตลอดจนเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังยิงประตูเขี่ยต้นสังกัดเก่าตกรอบรองชนะเลิศ

ขณะที่โมราต้าประเดิมสนามให้มาดริดนัดแรกในปี 2011 นั้น เขาก็ขโมยหัวใจของแฟนบอลในถิ่นเบร์นาเบวกับฟอร์มการเล่นในศึกเอล กลาซิโก้ 3 ปีให้หลัง

ขณะที่โมราต้าประเดิมสนามให้มาดริดนัดแรกในปี 2011 นั้น เขาก็ขโมยหัวใจของแฟนบอลในถิ่นเบร์นาเบวกับฟอร์มการเล่นในศึกเอล กลาซิโก้ 3 ปีให้หลัง แม้เขาจะทำประตูไม่ได้ แต่ก็เล่นด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมั่นใจแบบสุดขีด, ทำแอสซิสต์ได้หนึ่งครั้งและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสร้างปัญหาให้แนวรับของบาร์เซโลน่าได้
 
มาดริดไม่การันตีตำแหน่งตัวจริงให้กับเขา หัวหอกทีมชาติสเปนรายนี้จึงย้ายซบอกทีมม้าลายแห่งตูรินในปี 2014 กลับมาหลอกหลอน "ลอส บลังกอส" ด้วยการซัดสองประตูใส่ทีมเก่าในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งชวนให้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เฟร์นานโด มอริเอนเตส ที่พาโมนาโกเขี่ยมาดริดตกรอบได้ในปี 2004

Real Madrid 1 1 Juventus   Goles   13/05/2015

ประตูของโมราต้าในเกมกับมาดริด
 
ทว่าในซีซั่นนี้โมราต้าต้องดิ้นรนหาโอกาสลงสนาม จึงยังทำให้มีโอกาสที่เขาจะย้ายกลับเมืองหลวงของสเปนอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขซื้อคืนที่พ่วงอยู่ในสัญญา ซึ่งจะมีผลในซัมเมอร์นี้

4. รูเบน เดอ ลา เรด (2004-07, 2008-10)

พรสวรรค์อันสูงส่งและไอคิวทางฟุตบอลที่เป็นเลิศ ทำให้เขาดูเหมือนเป็นผลผลิตจากอะคาเดมีที่จะแก้ปัญหาระยะยาวในตำแหน่งกองกลางตัวรับของมาดริดได้ หากว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

กรณีของเด ลา เรด เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ แต่กระนั้นก็สมควรได้รับการจดจำ พรสวรรค์อันสูงส่งและไอคิวทางฟุตบอลที่เป็นเลิศ ทำให้เขาดูเหมือนเป็นผลผลิตจากอะคาเดมีที่จะแก้ปัญหาระยะยาวในตำแหน่งกองกลางตัวรับของมาดริดได้ หากว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ
 
ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมกับบาเลนเซีย และก็ทำผลงานได้น่าประทับใจตลอดเกือบ 16 เกมที่ลงสนามระหว่างปี 2004 และ 2007 แต่ด้วยปัญหาสุขภาพในเรื่องของหัวใจ ทำให้เขาต้องแขวนสตั๊ดอย่างรวดเร็วในวัยแค่ 25 ปี สองปีหลังจากที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ระหว่างเกมกับเรอัล ยูเนียนในศึกโกปา เดล เรย์ ปัจจุบันยังวนเวียนในวงการฟุตบอล กับบทบาทโค้ชของเคตาเฟ่ เบ สโมสรที่ย้ายไปค้าแข้งเป็นทีมแรกหลังออกจากมาดริดในปี 2007 และก็ย้ายกลับทีม "ราชันชุดขาว" ซีซั่นถัดมา
 

และอีกมากมายที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้

เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, อัลบาโร่ เนเกรโด้, ฆวน มาต้า, โรแบร์โต้ โซลดาโด้, ดิเอโก โลเปซ, ซามูเอล เอโต้ หมู่มวลนักเตะที่บ่มเพาะฝีเท้าจากลา ฟาบริก้า แต่ก็ต้องย้ายออกไปเพราะความยิ่งใหญ่ของสโมสร
 
มาดริดจะต้องเสียใจที่ปล่อยให้บางคนแยกทาง อย่างไรก็ดี มันยังคงเป็นข้อเตือนใจอย่างดีสำหรับแฟนบอลในถิ่นเบร์นาเบวว่าไม่ควรตั้งความหวังกับดาวรุ่งอย่างบอร์ฆ่า มายอราลไว้สูงเกินไป หลังจากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ก้าวต่อไปในชีวิตค้าแข้งของเขาจะเป็นตัวชี้ขาดว่าอนาคตจะรุ่งหรือจะร่วง