Analysis

ผงาดเวทีเอเชีย : 6 แข้งช้างศึกฟอร์มเด่นในเอเชียนคัพ รอบแรก

ช้างศึกผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เอเชียนคัพได้สำเร็จหลังรอคอยมานานกว่า 47 ปี… 

We are part of The Trust Project What is it?

แม้เกมแรกจะพ่ายอินเดียหมดรูป 1-4 แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ในสองนัดหลังสุดเมื่อเอาชนะบาห์เรนต่อด้วยไล่เจ๊าเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะรองแชมป์กลุ่มในที่สุด

และนี่คือเหล่านักเตะของทีมชาติไทยที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

เขาคือนักเตะที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของทัพช้างศึกโดยเฉพาะนัดล่าสุดที่ยิงประตูชัยพาไทยเสมอยูเออีพร้อมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ

สไตล์การเล่นที่ดุดันวิ่งไม่มีหมดทั้งขึ้นทั้งลงตลอดทั้งเกมยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอสำหรับนักเตะรายนี้ เขาจัดเป็นมิดฟิลด์มดงานที่ทำงานอย่างหนักจนส่งผลให้แดนกลางของไทยเล่นได้ราบรื่นขึ้น แต่หากย้อนไปเกมแรกกับอินเดียน่าเห็นใจเหมือนกันที่เจ้าตัวไม่อาจโชว์ฟอร์มเก่งในนัดแรกได้

สาเหตุสำคัญมาจากการไม่มี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ คู่หูเขาหลังจาก มิโลวาน ราเยวัช ส่ง สรรวัชญ์ เดชมิตร ลงมาเล่นแทน ซึ่งอย่างที่เห็นเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่ถนัดนักเมื่อขึ้นไปช่วยเกมรุกก็กลายเป็นเปิดพื้นที่แนวรับระหว่างกองหลังกับกองกลางจนถูกแข้งอินเดียเล่นงาน เพราะไม่มีตัวคอยช่วยสกรีนบอลสลับขึ้นลงอย่าง ธนบูรณ์

ทว่าเกมกับบาห์เรน ภายใต้การนำของ โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย มิดฟิลด์เบอร์ 8 ของไทยสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มที่เมื่อมี ธนบูรณ์ ลงมาช่วย และแทคติกถูกปรับเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นสไตล์เดียวกับที่เขาถนัดมีวิงแบ็คคอยเติมเกมรุกด้านข้าง มี ธนบูรณ์ คอยช่วยเก็บตรงกลางทำให้จังหวะที่ควรพาบอลขึ้นไปถึงแดนคู่แข่งทำได้แบบไม่ต้องกังวลใจมากนัก และทำให้เขามีส่วนกับเกมเยอะมากๆ

โดยเฉพาะเกมกับเจ้าภาพ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เขาทำผลงานได้ย่างดีเยี่ยมไล่เพรสซิ่งบอลตลอดเวลา และเล่นอยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบรวมถึงมีความขยันจนสุดท้ายกลายเป็นผู้พาทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในรอบ 47 ปี ได้สำเร็จ

ชนาธิป สรงกระสินธ์

เกมแรกกับอินเดีย ชนาธิป ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเสียเท่าไหร่เพราะอินเดียใช้ตัวประกบ 2-3 คนเสมอยามที่จอมทัพคอนซาโดเล ซัปโปโร ได้บอล

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือแทคติกของ ราเยวัช ที่เน้นรับรัดกุมเกินไปจนเเจ้าตัวไม่อาจมีคนคอยให้ฝากบอลในเวลาที่เปิดเกมรุกโต้กลับจนหมดสิทธิ์สร้างสรรค์เกมอย่างอิสระเหมือนที่เคย และช็อตที่น่าเจ็บช้ำที่สุดคือการถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังทั้งที่เขาคือผู้เล่นที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้มากที่สุด

ฝันร้ายผ่านพ้นไปสิ่งใหม่ๆได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ให้เขาเล่นเกมรุกได้อิสระ ทำให้เราได้เห็นชนาธิปร่างเทพกลับมาอีกครั้ง เขาพาบอลลากเลื้อยได้น่ากลัว และโชว์เซนส์บอลอันสุดยอดเหมือนที่เล่นในเจลีกออกมาได้สมบูรณ์แบบ

เกมดังกล่าว ชนาธิป มีลูกจ่ายสวยๆหลายครั้งรวมถึงจังหวะแหวกแนวรับบาห์เรนรุกพื้นที่อันตรายจนท้ายที่สุดสามารถซัดประตูชัยได้สำเร็จ และยังคงสานต่อความยอดเยี่ยมมาถึงเกมสุดท้ายกับยูเออีที่เรียกได้ว่าแม้จะถูกผู้เล่นเจ้าบ้านพยายามปิดตายตลอดทั้งเกม แต่เขาเอาตัวรอดได้ดีแถมความจี๊ดจ๊าดยังยกระดับมากขึ้น

การเจอยูเออี ชนาธิป ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจเมื่อโชว์ศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่ลากเลื้อยริมเส้นหลอกกองหลังยูเออีคนแล้วคนเล่าเรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งสนาม ซึ่งเขามีส่วนสำคัญทีเดียวกับการผ่านเข้ารอบของทีมชาติไทยครั้งนี้