พรีวิว อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล : เวงเกอร์เอาอยู่หรือไม่เมื่อเจอ 'เกเก้นเพรสซิ่ง'

Jurgen Klopp, Arsene Wenger

ฟอร์มของอาร์เซนอลดูจะเหนือกว่าลิเวอร์พูลในช่วงปรีซีซั่น ขณะที่ทั้งคู่โคจรมาพบกันตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2016/17 ซึ่ง ธอเร่ โฮกสตัด จะมาอธิบายว่าทรงบอลของเดอะ กันเนอร์ส ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้อย่างไร …

เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่เหล่ากูนเนอร์สเรียกร้องให้ อาร์แซน เวงเกอร์ และบอร์ดบริหารทุ่มเงินซื้อนักเตะใหม่ หลายๆคนต้องการศูนย์หน้าที่ดีกว่า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เช่นเดียวกับกองหลังเหนียวๆเอาไว้รับมือกับวิกฤติการณ์ในแผงหลังที่พากันเดี้ยง แต่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการขยับตัวเลย นั่นหมายความว่าอาร์เซนอลจะลงเล่นในนัดเปิดฤดูกาลด้วยเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเลือกที่ 4 และ 5 ในทีม และนี่คือจุดอ่อนที่ผู้มาเยือนในเกมวันอาทิตย์อย่างลิเวอร์พูลจ้องจะทะลุทะลวงเข้าไป
 
Alexis Sanchez
ซานเชซน่าจะรับบทหัวหอกจำเป็น

แต่ข่าวดีสำหรับเวงเกอร์ก็ยังมีอยู่เมื่อตำแหน่งอื่นน่าจะโอเคแม้ว่าจะมีคนที่ขาดหายไปเพิ่มเติมก็ตาม เมื่อพวกเขาจะอดใช้งานชิรูด์และ เมซุต โอซิล ที่เพิ่งจะกลับมาซ้อมได้ไม่นานหลังจากที่กรำศึกในยูโรมา (เวงเกอร์ชี้ว่าพวกเขาสมควรได้รับการพักผ่อนอย่างเหมาะสม โดยโอซิลกระเสือกกระสนอย่างมากในฤดูกาล 2014/15 หลังกลับมาจากฟุตบอลโลก)

นั่นหมายความว่า ธีโอ วัลค็อตต์ หรือไม่ก็ อเล็กซิส ซานเชซ จะได้เล่นเป็นศูนย์หน้า และแน่นอนว่าสตาร์ชาวชิลีจะสร้างปัญหาให้กับลิเวอร์พูลได้หากได้ค้ำหอก ขณะที่ตัวเลือกตรงริมเส้นก็มีทั้งวัลค็อตต์,​ อเล็กซ์ อิโวบี้, โจเอล แคมป์เบลล์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในส่วนของมิดฟิดล์ตัวกลางจะไม่มี แจ็ค วิลเชียร์ ที่ยังต้องเช็คฟิต แต่เวงเกอร์ก็มี ซานติ กาซอร์ล่า, ฟรองซิส โกเกอแล็ง, โมฮาเหม้ด เอลเนนี่, อารอน แรมซี่ย์ และแข้งใหม่อย่าง กรานิต ชาก้า รอเรียกใช้บริการอยู่

หน้าที่ในแนวรับ 

แน่นอนว่า เอคตอร์ เบเยริน จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวา ขณะที่ เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ กาเบรียล เปาลิสต้า ยังเจ็บ ส่วน โลร็องต์ กอสเซียลนี่ เพิ่งจะกลับมาซ้อมเช่นเดียวกับชิรูด์และโอซิล ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ในทีมชุดนี้ นั่นหมายความว่า 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดของทีมจะไม่ได้ลงสนาม
 
Hector Bellerin
เบเยรินได้รับการยกย่องว่าเป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดในลีก

"นี่เป็นเรื่องน่าผิดหวังมาก แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมเช่นกัน" เวงเกอร์กล่าว "บางครั้งคุณก็พบทางออกที่คุณไม่เคยเจอมาก่อนถ้าไม่มีนักเตะบาดเจ็บ เรามีปัญหาตรงที่ขาดกองหน้าที่มีประสบการณ์ และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟก็เป็นอีกตำแหน่งที่ประสบการณ์ก็เป็นส่วนสำคัญ แน่นอนว่าเรากำลังมองหานักเตะใหม่อยู่ เรากำลังทำงานตรงจุดนั้น แต่ในเกมวันอาทิตย์เราต้องแก้ปัญหากันเป็นการภายในก่อน"

ถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะขาดผู้เล่นบางราย แต่ก็มีแผงกองหลังที่แข็งแกร่งพอตัว อีกทั้งยังได้กองกลางตัวใหม่อย่าง ซาดิโอ มาเน่ กับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

โดยตัวเลือกของเวงเกอร์มี มาติเยอ เดอบูชี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, นาโช่ มอนเรอัล และ ร็อบ โฮลดิ้ง ซึ่งดูจะไม่มีใครสามารถเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติเลย แต่ถ้าให้เลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็นแชมเบอร์สกับโฮลดิ้ง โดยแชมเบอร์สวัย 21 ปีได้เป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 2 นัดเมื่อซีซั่นก่อน ขณะที่ ร็อบ โฮลดิ้ง วัย 20 ปีก็เพิ่งย้ายมาจากโบลตันด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตามเวงเกอร์ก็สามารถหุบมอนเรอัลไปเป็นเซ็นเตอร์แล้วให้ คีแรน กิ๊บบ์ส หรือเดอบูชี่ยืนเป็นแบ็คซ้ายแทน

แต่ถึงอย่างไรก็คงมีค่าเท่ากันเมื่อลิเวอร์พูลมาเยือนด้วยสภาพที่พร้อมกว่า ถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะขาดผู้เล่นบางราย แต่ก็มีแผงกองหลังที่แข็งแกร่งพอตัว อีกทั้งยังได้กองกลางตัวใหม่อย่าง ซาดิโอ มาเน่ กับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม แม้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จะยังต้องเช็คฟิต แต่ ดิวอค โอริกี ก็มีคุณภาพที่ไม่ด้อยกว่ากัน ทำให้เครื่องจักรเพรสซิ่งพร้อมทุกขุมกำลังเลยทีเดียว
 
และข่าวร้ายสำหรับอาร์เซนอลก็คือว่าเกมเพรสซิ่งของคล็อปป์มักจะใช้ได้ดีกับทีมที่เน้นครองบอล พวกเขาพร้อมจะไล่บี้ตั้งแต่แผงหลังเพื่อบีบให้จ่ายบอลพลาด และเปลี่ยนจากรับเป็นรุกทันที ซึ่งมีเพียงสเปอร์สเท่านั้นที่มีพลังทำลายล้างทีมคู่ต่อสู้ที่ชอบจ่ายบอลพอๆกัน และนี่คือสิ่งที่กองหลังของอาร์เซนอลต้องระวังให้ดี
 
Jurgen Klopp
แทคติกของคล็อปป์ขึ้นอยู่กับการแย่งบอลมาให้ได้เร็วๆ

ฝันร้ายใจกลางเมือง   

ซึ่งตัวบ่งชี้ถึงความสามารถของลิเวอร์พูลตรงจุดนี้เกิดขึ้นเมื่อ 6 วันก่อนที่พวกเขาเอาชนะบาร์เซโลน่าได้ 4-0 ที่เวมบลีย์ ซึ่งโอกาสที่ได้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากแย่งบอลในแผงมิดฟิลด์ได้ มันอาจจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็จริง แต่มันก็เป็นรูปแบบการเข้าทำที่พวกเขาใช้มาตลอดฤดูกาลก่อน ซึ่งฟอร์มอันสุดยอดของลิเวอร์พูลในยุคของคล็อปป์เกิดขึ้นมาเจอกับทีมที่คล่องและมีเทคนิคสูง แต่เกมรับไม่แน่นอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน รวมถึงตัวอาร์เซนอลเองด้วย

โดยลิเวอร์พูลได้ไปเยือนอาร์เซนอลและเอฟเวอร์ตันไปแล้วก่อนที่คล็อปป์จะมาถึง แต่เกมที่รังของซิตี้ได้เป็นตัวพิสูจน์ได้อย่างดี ซึ่งเกมนั้นทีมเรือใบเองก็มีปัญหาในแนวรับเหมือนอย่างอาร์เซนอล เมื่อกัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็อมปานี ได้รับบาดเจ็บ และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ นั่งสำรอง แล้วให้ เอเลียควิม ม็องกาล่า และ มาร์ติน เดมิเคลิส ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ ผลปรากฏว่าลิเวอร์พูลบุกไปถล่มยับ 4-1
 
พวกเขาก่อกวนแผงหลังของซิตี้ที่พยายามจะตั้งเกมจากแดนหลัง แล้วทำการจู่โจมทันทีโดยใช้ความเร็วของ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ทำให้ลิเวอร์พูลออกนำ 3-0 ภายในเวลา 33 นาที "ในการเล่นเกมรับ, เกมรุก และครองบอล ผมไม่เคยเห็นทีมของผมเล่นแบบที่พวกเขาเล่นมาก่อน" มานูเอล เปเยกรินี่ กล่าว "มันคือหายนะอย่างแท้จริง"
 
Martin Demichelis
แนวรับของซิตี้เจอกับฝันร้ายในการฟาดแข้งกับลิเวอร์พูล

กรณีศึกษาสำหรับเวงเกอร์ 

1 – ลิเวอร์พูล v แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ลิเวอร์พูลอาจจะไล่ตีเสมอซิตี้ 1-1 ในช่วงท้ายเกมของนัดชิงชนะเลิศลีก คัพ แต่ก็ยังมีกรณีศึกษาอีกตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นในเกมลีกที่ทั้งคู่พบกันที่แอนฟิลด์เมื่อหงส์แดงออกนำ 3-0 ภายในเวลา 60 นาที เป็นอีกครั้งที่พวกเขาตัดทางลำเลียงบอลตั้งแต่ในแดนของเรือใบสีฟ้าและเล่นเกมรุกอย่างรวดเร็ว

2 – ลิเวอร์พูล v เอฟเวอร์ตัน

มีอีกนัดหนึ่งให้ศึกษาคือเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านชนะเอฟเวอร์ตัน 4-0 แม้เดอะ เร้ดส์ จะเจองานง่ายเมื่อ ฟูเนส โมรี โดนไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 50  แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาก็ขึ้นนำไป 2-0 แล้ว โดยลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กดดันอย่างหนักจนท็อฟฟี่จ่ายบอลกันสะเปะสะปะไปหมด ทำให้ลูกทีมของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ทำพลาดแบบเข้าตาถึงสองครั้งสองคราเลยทีเดียว
 
Liverpool v Everton

3 – ลิเวอร์พูล v อาร์เซนอล

ในเดือนมกราคม อาร์เซนอลได้ไปเยือนแอนฟิลด์แล้วก็โดนอย่างซิตี้และเอฟเวอร์ตันที่ถูกกดดันอย่างหนัก พลพรรคปืนใหญ่อาจเป็นทีมที่ครองบอลมากที่สุดในลีก (56.9%) ก็จริง แต่คืนนั้นพวกเขาทำได้เพียง 40.5% และจ่ายบอลสำเร็จแค่ 71.1% ขณะที่การรับส่งบอลที่บ่อยครั้งที่สุดไม่ใช่คู่ของโอซิลกับเพลย์เมคเกอร์คนไหน หากแต่เป็น ปีเตอร์ เช็ก กับชิรูด์
 
ซึ่งความจริงก็คือเวงเกอร์ใช้บอลโด่งข้ามแผงกองกลางที่มีแข้งลิเวอร์พูลคอยกดดันอยู่ และนั่นคือกุญแจสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลมีแต้มในเกมดังกล่าว แต่พวกเขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ในบ้าน โดยแผงหลังของอาร์เซนอลคงจะตั้งเกมตั้งแต่แดนหลังเหมือนเช่นปกติในการเจอกับลิเวอร์พูลที่จะวิ่งไล่กวดตั้งแต่แดนหน้า แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าคล็อปป์ตั้งเป้าไว้ที่อะไร และถ้าผลที่ออกมาเลวร้ายสุดๆ เวงเกอร์ก็ต้องรีบกุลีกุจอเสริมทัพตั้งแต่เช้าวันจันทร์แน่
 
Liverpool v Arsenal

Arsenal vs Liverpool LIVE ANALYSIS with Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android