พรีวิว ACL 2016 เมืองทองฯ - ยะโฮร์ : สองยักษ์แห่งอาเซียน

ACL 2016 รอบคัดเลือก รอบ 2 I สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม I วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 I เวลา 19.30 น.

ก่อนเกม

เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ 2015 ยกเครื่องใหม่อีกครั้งในซีซั่น 2016 หลังจากผิดหวังไร้แชมป์ใดๆ มา 3 ปีติดต่อกันแล้ว แม้ ดราแกน ทาลายิช กุนซือชาวโครแอตเคยเป็นคนที่ใครหลายคนคาดหวัง แต่สุดท้ายในยุคของเขา 1 ปี ครึ่ง “กิเลนผยอง” ก็ไม่เคยได้ฉลองแชมป์ใด

การเซ็นสัญญากับ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เข้ามากุมบังเหียนในปีนี้ กลายเป็นคนไทยคนแรกในรอบ 6 ปีของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด มีความหมายและนัยยะหลายอย่าง บางครั้งการใช้โค้ชต่างชาติ ไม่ได้อาจดีเสมอไปในภาวะที่ลูกทีมต้องการคนที่เข้ามาหลอมรวมจิตใจ พวกเขามุ่งมั่นที่จะกลับมาต่อกรกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ได้ และการเซ็นสัญญา 3 นักเตะทีมชาติไทย ทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา มาจากบีอีซี เทโรศาสน สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลไทยทั่วประเทศยกใหญ่

จะว่าไปเมืองทองฯ ไม่เสียผู้เล่นไทยที่ตัวหลักออกไป มีเพียงเหล่านักเตะต่างชาติอย่าง คิม ดอง จิน กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่อยู่กับทีมมายาวนานจนเริ่มอิ่มตัวเท่านั้นที่ต้องโบกมือลาทีม แต่ก็ถูกทดแทนด้วยแข้งต่างชาติความหวังใหม่ ทั้ง จูเนียร์ เนเกรา กับ ฟาบริซิโอ ซิลวา ดอร์เนลลาส อดีตกองหลังของฮอฟเฟ่นไฮม์ในบุนเดสลีก้า เยอรมัน ทำให้โดยภาพรวมนั้นแข็งแกร่งพอตัว

ขณะที่ ยะโฮร์ ดารุล ตะซิม ยักษ์ใหญ่แห่งมาเลเซีย ภายใต้การทำทีมของ ตวนกู อิสมาอีล สุลต่าน อิบรอฮีม มกุฎราชกุมารแห่งรัฐยะโฮร์ หลังจากคว้าแชมป์เอเอฟซี คัพ 2015 มาได้ ทำให้พระองค์วางแผนไว้เพื่อให้สโมสรเป็นที่รู้จักมากขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะการทำผลงานให้ได้ดีในระดับ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งบรรดาผู้เล่นอย่าง ซาฟิค รอฮีม, ฮาริสส์ ฮารูน, ไอดิล ซอฟวาน อับดุล รอซัค และ อัมรี ยะห์ยา ต่างอยู่กับทีมมา 2 ปีแล้ว ทำให้เกิดความเข้าขาเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีแข้งต่างชาติอย่าง มาร์กอส อันโตนิโอ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวเก่ง ฮอร์เก้ เปเรย์รา ดิอาซ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์กลับมาจากอินดีเพนเดียนเต้ ส่วนของดีท้องถิ่นที่เข้ามาเพิ่มเติมมีทั้ง อซามุดดีน อกิล, อัคราม มาฮินัน และอซินี มาอิบ

มาร์กอส อันโตนิโอ กองหลังตัวเก่งของ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ชาวบราซิลเลี่ยน

ยะโฮร์ รู้ดีว่าการเจอกับทีมตัวแทนของไทยไม่ง่าย ก่อนหน้านี้จึงได้นำทีมมาอุ่นเครื่องกับ ชลบุรี เอฟซี อีกหนึ่งทีมชั้นนำของไทยที่ได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 รอบคัดเลือก รอบ 2 เช่นเดียวกัน อีกทั้งความพ่ายแพ้ต่อ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในรอบเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน คงเป็นบทเรียนชั้นดีของ “เสือร้ายแดนใต้” ที่จะช่วยให้พวกเขากลับมาทำงานได้ในเวทีนี้ได้ดีกว่าเดิม

ข่าวข้างสนาม

“กิเลนผยอง” ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน อาจยังไม่ได้มีผลงานการอุ่นเครื่องที่สวยหรูเลิศเลอนัก หลังแพ้เกมอุ่นเครื่องนัดพิเศษต่อทั้ง บินห์เยืองของเวียดนาม 1-2 และแพ้ ออลสตาร์กัมพูชา 3-4 อย่างไรก็ตามนั่นเป็นช่วงระยะเวลาไม่กี่วันหลังจาก “โค้ชแบน” เข้ามาปรับจูนทีม จึงยังไม่อาจบ่งบอกศักยภาพที่แท้จริงได้มากนัก อีกทั้งตอนนั้น เมืองทองฯ ยังไม่ได้เซ็น 3 กุมารจากเทโรฯ “เจ-บาส-ตั้ม” เข้ามาร่วมทีมด้วย

นักเตะของเมืองทองฯ ฟิตเต็มถัง ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ 3 แข้งใหม่ของเทโรฯ ต่างพร้อมลงสนามในถ้วยเอเชีย เป็นครั้งแรก ความห้าวหาญจึงเต็มเปี่ยม ขณะที่ ธีรศิลป์ แดงดา, สารัช อยู่เย็น, ดัสกร ทองเหลา, และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต่างก็พร้อมลงสนามทั้งหมด ขณะที่ผู้เล่นต่างชาติจะมีเพียง ฟาบริซิโอ ซิลวา ดอร์เนลลาส เท่านั้นที่หมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากทางสโมสรลงทะเบียนกับเอเอฟซีไม่ทัน   

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของเมืองทองฯ (4-3-3) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), ฐิตินันท์ พ่วงจันทร์, นาโออากิ อาโอยาม่า, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ดัสกร ทองเหลา, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เคลตัน ซิลวา, จูเนียร์ เนเกรา และ ธีรศิลป์ แดงดา

ขณะที่ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ภายใต้การคุมทีมของ มาริโอ โกเมซ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บใดๆ มีเพียง อัซซารุดดิน ปูตรา แบ็คซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บยาวตั้งแต่ปีก่อนเท่านั้น แต่ที่เหลือฟิตสมบูรณ์ไม่มีใครติดโทษแบน…

ก่อนหน้านี้พวกเขาพาทีมมาอุ่นเครื่องแพ้ชลบุรี 0 - 2 โดย เปาโล รางเกล กองหน้าบราซิลเลี่ยน อดีตผู้เล่นของเมืองทองฯ ลงเล่นด้วย แต่ดูเหมือนว่าความสามารถของเขายังไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจสุลต่านมากนัก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เกมนี้ เปาโล จะไม่ได้ลงสนามพบทีมเก่า   

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม (4-3-2-1) : ฟาริซอล มัรลิยาส (GK) - ส.คุนันลัน, มาร์กอส อันโตนิโอ, ไอดิล ซอฟวาน, ฟัซลี มัซลัน - ซาฟิค รอฮีม, ฮาริส ฮารูน, ญาซัซริน ญามาลุดดิน, มาฮัลลี ญาซูลี - อัมรี ยะยาห์, เปเรย์รา ดิอาซ

ฮาริส ฮารุน กองกลางตัวเก่งที่จะจับคู่กับ ซาฟิค รอฮีม

คีย์แมน : ธีรศิลป์ แดงดา VS มาร์กอส อันโตนิโอ

“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ อาจเป็นผู้เล่นชั้นยอดที่เมืองทองฯ หวังเข้ามาเติมเต็มเกมรุก แต่ในเกมแรกของเขากับ “กิเลนผยอง” ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกมากมาย…

คนที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่แท้จริงกับการพลิกเกมแมตช์นี้ คือ ชายผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชน ธีรศิลป์ แดงดา เขามักเป็นผู้เล่นที่มีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยามต้องพบกับเกมใหญ่ๆ และเขามีประสบการณ์เวทีระดับเอเชียกับเมืองทองฯ มาทุกครั้งที่ “กิเลนผยอง” ได้เข้าร่วมแข่งขัน

ชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา หรือ “เจ้ามุ้ย” เป็นที่รู้จักดีของแฟนบอลเสือเหลือง เขาเคยมีข่าวกับหลายสโมสรในมาเลเซีย และการเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ลงเล่นเกมระดับ ลาลีก้า สเปน กับอัลเมเรีย มันยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

เขา คือ กองหน้าหมายเลข 1 ของอาเซียนแบบไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แม้ปีก่อนอาจมีผลงานการยิ่งประตูไม่ได้ถล่มทลาย หรือความดุดันในการเล่นเหมือนสมัยรุ่นๆ แต่เขาได้ความเก๋า ประสบการณ์ มาทดแทน และมาตรฐานตัวเลขการยิงประตูก็ยังนับว่าน่าพอใจ เขายิงไป 15 ประตูรวมทุกรายการ และยิงได้อีก 4 ประตูในนามทีมชาติไทย

“มุ้ย” จะไม่ได้เป็นผู้ทำประตูในเกมนี้ เกมการจ่ายบอลที่เฉียบขาด การเคลื่อนที่ที่สามารถหลอกล่อกองหลังคู่แข่งให้หลงทาง จะเป็นตัวเปิดทางให้ จูเนียร์ เนเกรา และ เคลตัน ซิลวา รวมถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ทะลวงตาข่าย

ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงเป็นแกนหลักคนสำคัญที่สุดในแนวรุกของ "กิเลนผยอง"

ส่วนคีย์แมนคนสำคัญของ ยะโฮร์ คือ มาร์กอส อันโตนิโอ เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวบราซิลเลี่ยน อดีตกองหลังโอแซร์ และ ราปิด บูคาเรสต์ เขาคือกุญแจแห่งชัยชนะในเกมเอเอฟซี คัพ 2015 ของยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม เมื่อปีก่อน…

แข้งแซมบ้าเจ้าของส่วนสูง 187 เซนติเมตร วัย 32 ปี ลงเล่นให้ ยะโฮร์ รวมทุกรายการ 34 นัด เมื่อปีก่อน… ในเกมที่ ยะโฮร์ ดูเป็นรองในภาพรวม แน่นอนว่าพวกเขาต้องมาเล่นแบบตั้งรับตามแบบฉบับของ มาริโอ โกเมซ ทำให้เกมนี้ มาร์กอส อันโตนิโอ ต้องทำงานหนัก เพื่อหยุดเกมรุกของเมืองทองฯ ให้ได้… ไม่ใช่แค่ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วยตลอดเกม แต่รวมถึง ตัวรุกคนอื่นๆ อีกมากมาย   

สองกุนซือ  

อดีตกองกลางระดับตำนานทีมชาติไทย สั่งสมประสบการณ์การเป็นเฮดโค้ชระดับสโมสรมายาวนานมากพอตัวถึง 6 ปี กับ บีอีซี เทโรศาสน ในฐานะโค้ชและผู้เล่น, สระบุรี เอฟซี และเพื่อนตำรวจ  ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาคุมสโมสรยักษ์ใหญ่ระดับเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่ได้โลดแล่นในเวทีระดับเอเชีย

ธชตวัน ศรีปาน วัย 44 ปี มีบุคลิกที่พิเศษ เขาดูนิ่งๆขรึมๆ ไม่โวยวาย แต่กลับยึดเหนี่ยวจิตใจของลูกทีมได้ดี เป็นที่ยอมรับและเคารพของนักเตะทุกคน เขาเคยถูก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ชักชวนไปทำงานร่วมกันในนามทีมชาติไทย แต่ “สุภาพบุรุษลูกหนัง” คนนี้ต้องการสั่งสมประสบการณ์ของตัวเองกับเวทีลูกหนังภายในประเทศให้มากขึ้นกว่านี้เสียก่อน… สไตล์บอลของเขาไม่ได้หวือหวา ดุดัน แต่สวยงามแบบคลาสสิค และไม่บุ่มบ่ามสุ่มสี่สุ่มห้าบุกเพื่อความอินเตอร์เทน แต่เปี่ยมด้วยความละเอียดในการเล่น

การเข้ามาของ “โค้ชแบน” ทำให้เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่เคยยึดปรัชญาการใช้โค้ชชาวต่างชาติ ต้องหวนกลับมาใช้โค้ชไทยในรอบ 6 ปี โดยคนสุดท้าย คือ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ผู้ล่วงลับ

เมื่อ 6 ปีก่อน “โค้ชแต๊ก” เคยพา “กิเลนผยอง” คว้าแชมป์ลีกในฐานะโค้ชไทย และบางทีบอร์ดบริหารอาจต้องการให้ “โค้ชแบน” มาสานต่อความยิ่งใหญ่ก็เป็นได้

ธชตวัน ศรีปาน กับภารกิจที่ต้องทำให้เมืองทองฯ กลับมาผงาดให้ได้อีกครั้ง

ส่วน มาริโอ โกเมซ กุนซือวัย 58 ปี ชาวอาร์เจนไตน์ของยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม นับเป็นกุนซือรายที่ 5 ของ “เสื้อร้ายแดนใต้” นับตั้งแต่ปี 2013 แต่การพาทีมคว้าแชมป์เอเอฟซี คัพ ได้อาจทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลรวมถึงเป็นที่เชื่อมั่นของ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐยะโฮร์ มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

เขาใช้เวลาแค่ 6 เดือน จึงพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ทั้งการเซ็นสัญญาที่ชาญฉลาด ตลอดจนการวางแผนการเล่นในแต่ละเกมอย่าง “รู้เขารู้เรา” และฟอร์มแจ่มสุดๆในลีก… เขาไม่ใช่โค้ชที่จะคอยมาสั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุก แต่เขารู้จักประเมินคู่แข่งและทีมตัวเองได้เป็นอย่างดี อย่างที่เขาแสดงให้เห็นในเอเอฟซี คัพปีก่อน ที่ยะโฮร์ ยุคของเขาจะเล่นแบบเน้นการตั้งรับและสวนกลับที่มีประสิทธิภาพ