พรีวิว ACL : สุโขทัย เอฟซี VS ยาดานาร์บอน : ศึกแห่งศักดิ์ศรีของ “ค้างคาวไฟ”

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก | วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ.2560 | เวลา 19.00 น. | สนามทุ่งทะเลหลวง สเตเดียม 

ก่อนเกม

นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ สำหรับทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่จะประเดิมศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกของพวกเขาในฐานะแชมป์ เอฟเอ คัพ ของไทย ที่ต้องพบกับ ยาดานาร์บอน ทีมแกร่งจากลีกเมียนมา

แม้จะไม่ได้เจอยักษ์ใหญ่ แต่พวกเขายังไม่เคยมีประสบการณ์ในทัวร์นาเม้นต์นี้ ที่สำคัญไปกว่านั้น “ค้างคาวไฟ” เพิ่งอกหักหลังพลาดแชมป์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 2017 ด้วยการพ่าย เมืองทอง ยูไนเต็ด แบบจัดหนักถึง 0-5 เป็นการเปิดหัวแมตช์อย่างเป็นทางการซีซั่นนี้ที่ไม่สวยนัก ทำให้ฟอร์มของ “ค้างคาวไฟ” ยังน่าเป็นห่วงไม่น้อย

อย่างไรก็ตามความผิดพลาดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขากระหายชัยชนะมากขึ้น โดยเฉพาะครั้งแรกในรายการที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชีย ที่สำคัญไปกว่านั้นพวกเขายังได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในบ้านอย่างล้นหลาม หลังแฟนบอลแห่จองตั๋วเกลี้ยงทุกที่นั่ง ยิ่งทำให้ทัพ “ค้างคาวไฟ” ต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อลบคำสบประมาทว่าเป็นแชมป์จับสลากให้ได้ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในรายการนี้

ด้าน ยาดานาร์บอน ทีมแชมป์ลีกเมียนมาฤดูกาล 2016 ก็ขนทัพจัดหนักไม่น้อยหน้าหวังผ่านเข้าสู่รอบต่อไปให้ได้เช่นกัน

แม้ต้องเดินทางไกลเพื่อมาเยือน สุโขทัย เอฟซี ถึง ทุ่งทะเลหลวง สเตเดี้ยม แต่เรื่องความฟิต และสภาพร่างกายของนักเตะ เรียกว่าพร้อมเต็มอัตราศึก เนื่องจากลีกของพวกเขาเปิดฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย และแข่งขันไปแล้ว 3 นัด ด้วยผลงานชนะ 2 แพ้ 1 รั้งอันดับสองของตารางคะแนน ทำให้ความพร้อม รวมทั้งความลงตัวได้เปรียบเจ้าบ้านอยู่บ้าง

สำหรับทั้งคู่ยังไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ สุโขทัย เอฟซี เพิ่งลงทำศึกทัวร์นาเม้นต์นี้เป็นครั้งแรก ส่วน ยาดานาร์บอน เคยเข้าร่วมมาแล้วในปี 2015 โดยพ่ายในการดวลจุดโทษต่อวาร์ริเออร์ส ทีมจากสิงคโปร์ในรอบคัดเลือก รอบแรก 5-6 (120 นาทีเสมอ 1-1)

ข่าวข้างสนาม

เกมนี้ “ค้างคาวไฟ” เตรียมจัดชุดใหญ่ลงสนามเต็มกำลัง แนวรับมี ฮิโรมิชิ คาตาโนะ ปักหลักหลังบ้าน พร้อมด้วย ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด, ยุทธพงษ์ ศรีละคร รวมถึง ชมพู แสงโพธิ์ มีลุ้นช่วยทีมในเกมนี้ แต่โควต้าต่างชาติจะไม่มี อันทอน เซมลิอานูกิน อดีตจอมทัพที่ย้ายมาจาก ศรีสะเกษ เอฟซี ที่ไม่ถูกส่งชื่อในรายการนี้ แต่รายอื่นๆทั้ง จอห์น บาจโจ้, ดิยุฟ บิรัม และกองหน้าป้ายแดงอย่าง อัดมิร์ อโดรวิช พร้อมลงสนามครบหน้า

ด้านทีมเยือน ยาดานาร์บอน เล็งส่งชุดหลักลงสนามเพื่อหวังคว้าชัยชนะให้ได้ โดยมีศูนย์หน้าจอมเก๋าหยาน เปียง ปีกหลักแดนหน้า พร้อมผนึกกำลังแข้งหลักอย่าง ลิน คยอ ชิต, เมียว โค ตัน รวมไปถึง ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่สร้างชื่อกระฉูดในศึกชิงแชมป์อาเซียนอย่าง อ่อง ธู เตรียมลุ้นลงยิงประตู “ค้างคาวไฟ” เช่นเดียวกัน

คีย์แมน : จอห์น บาจโจ้ V อ่อง ธู

ปีกจิ๋วจอมพลิ้วชาวมาดากัสการ์ ไม่สามารถพา สุโขทัย คว้าถ้วย ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 2017 และพ่ายแพ้ให้เมืองทองไปอย่างราบคาบ

ย้อนไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จอห์น บาจโจ้ ถือเป็นแข้งที่สร้างความฮือฮาอย่างมากจากลีลากระชากลากเลื้อยกับ “ค้างคาวไฟ” ที่ทำเอาแนวรับสุดแกร่งในลีกสูงสุดของไทยต้องปวดหัวอย่างมาก ก่อนจะพาทีมเข้าป้ายอันดับ 7 พร้อมผลงานลงสนาม 31 นัด และยิงไปอีก 5 ประตู ที่สำคัญยังถูกยกให้เป็นแนวรุกสุดอันตรายอันดับต้นๆของศึกไทยลีกอีกด้วย

ความพ่ายแพ้ต่อ “กิเลนผยอง” ฟอร์มโดยรวมอาจจะประเดิมไม่สวย แต่เขายังเป็นนักเตะที่คู่แข่งไม่ควรประมาทเสมอ อย่างไรก็ตามต้องรอลุ้นว่าเกมกับ ยาดานาร์บอน เขาจะงัดฟอร์มเด็ด พร้อมป่วนแนวรับคู่แข่งได้ดีแค่ไหนกับศึกถ้วยเอเชีย ครั้งแรกของเขา และสุโขทัย เอฟซี ในปีนี้

ส่วนด้านแนวรุกเมียนมา ฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง หลังจากที่เขาสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักอย่างมากจากเกมชิงแชมป์อาเซียน 2016

ดาวรุ่งวัย 20 ปี เป็นตัวหลักทีมชาติเมียนมาในเกม ซูซูกิ คัพ พร้อมมีส่วนสำคัญพาทีมทำผลงานได้น่าประทับใจ แม้จะต้องจอดป้ายที่รอบรองชนะเลิศก็ตาม แต่ฟอร์มของ อ่อง ธู กลับโดดเด่น และน่าจับตามองอย่างมาก

ด้วยส่วนสูงเพียง 166 เซนติเมตร ทำให้อาจเสียเปรียบเรื่องความแข็งแกร่ง ทว่าเขามีความเร็วที่เข้ามาทดแทน และถือเป็นจุดเด่นของแข้งรายนี้ จนจัดเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่อันตรายคนหนึ่งของทีมแชมป์ลีกเมียนมาเลยทีเดียว

สองกุนซือ

เจสัน วิธ ผู้อำนวยการเทคนิคชาวอังกฤษของ “ค้างคาวไฟ” ยอมรับว่า ยาดานาร์บอน คือทีมสุดแกร่งทีมหนึ่งในรายการนี้

“แม้เกมล่าสุดเราจะแพ้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง 0-5 แต่เวลานี้เราได้ปรับปรุงจุดที่บกพร่อง” เฮดโค้ชชั่วคราว “ค้างคาวไฟ”

“ต้องยอมรับว่า ยาดานาร์บอน เป็นทีมที่แข็งแกร่ง เพราะผ่านเข้าสู่บอลถ้วย เอเชียได้ 2 จาก 3 ปี หลังสุด ส่วนตัวเชื่อว่าเกมในวันพรุ่งนี้ที่ทะเลหลวงจะสนุกอย่างแน่นอน”

ส่วนด้าน เรเน เดอซาเยียร์ กุนซือชาวเบลเยียม ของ ยาดานาร์บอน ผู้มีประสบการณ์คุมทีมในเมืองไทยกับ บีอีซี เทโรศาสน และเคยพาเมืองทองคว้าแชมป์ไทยลีก มาแล้ว เมื่อฤดูกาล 2010 ก็ยกย่องว่า สุโขทัย แข็งแกร่งไม่แพ้กัน และเป็นงานยากที่พวกเขาจะเอาชนะในเกมนี้

“ต้องยอมรับคุณภาพทีมจากไทยกับเมียนมานั้นต่างกัน แม้ทีมยาดานาร์บอนจะมีผู้เล่นทีมชาติหลายคน แต่ก็มีผู้เล่นต่างชาติเพียงคนเดียว และจากที่ได้ดูฟอร์มของ สุโขทัย เอฟซี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก"

“อย่างไรก็ตามหากว่าพรุ่งนี้เป็นวันดีของ ยาดานาร์บอน ก็เป็นเรื่องยากที่ สุโขทัย เอฟซี จะผ่านไปได้เช่นกัน อีกทั้งเราไม่เคยกลัว เราจะสู้เต็มที่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้”

 
Topics