พรีวิว AFC U23 : ไทย vs ญี่ปุ่น : ช้างศึกหวังย้ำชัย

ฟุตบอล AFC U23 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 / วันเสาร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561 / เวลา 18.30 น. / สนามเจียงหยิน สปอร์ต เซนเตอร์ / ถ่ายทอดสด ช่อง 7 HD 35 และ BugabooTV

ก่อนเกม

ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ของ โซรัน ยานโควิช ประเดิมเวทีชิงแชมป์เอเชีย ได้ไม่น่าประทับใจนัก หลังพ่ายต่อ เกาหลีเหนือ ด้วยประตูชัยตั้งแต่ไก่โห่ในนาทีที่ 2 ของ ริ ฮุน ที่เคยทำแสบยิงประตูโทนใส่ “ช้างศึก” มาแล้ว ในศึก M-150 Cup เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เป็นหนึ่งในสองทีมของกลุ่ม บี ที่ยังไม่มีคะแนน ร่วมกับ ปาเลสไตน์

ด้าน ญี่ปุ่น ของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยการเฉือนชนะ ปาเลสไตน์ ไป 1-0 จากประตูชัยของ โค อิตาคุระ ปราการหลังดาวรุ่งของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ โดยในเกมนี้ พวกเขาจะต้องเจอกับ ไทย ที่เป็นฝ่ายแซงเอาชนะพวกเขามาได้ 2-1 ในศึก M-150 Cup ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเดือนธันวาคม และเฝ้ารอที่จะล้างแค้นให้ได้ในรายการใหญ่ครั้งนี้

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ช้างศึก” มีข่าวดีคือจะได้ นพพล พลคำ กองกลางตัวรับคนสำคัญ ที่จะพ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้แล้วในเกมนี้ เช่นเดียวกับ สิทธิโชค กันหนู อีกหนึ่งหัวหอก ที่จะสลัดอาการบาดเจ็บ พร้อมลงสนามได้เช่นกัน ส่วนผู้เล่นคนอื่นก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากนัดที่ผ่านมา

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม : นนท์ ม่วงงาม (GK) - จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ศฤงคาร พรมสุภะ, วรวุฒิ นามเวช, สหรัฐ ปองสุวรรณ - รัตนากร ใหม่คามิ, นพพล พลคำ, สุภโชค สารชาติ - ชัยวัฒน์ บุราญ, เจนรบ สำเภาดี, พิชา อุทรา

ขุนพล “ซามูไรบลู” มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้เล่นจากศึก M-150 Cup เกือบทั้งทีม โดยคงเหลือนักเตะชุดรองแชมป์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพียง 5 คน เท่านั้น คือ ยูโงะ ทัตสึตะ, อิตสึกิ อุราตะ, ชิออน อิโนอุเอะ, ยูตะ คามิยะ และ เรน โคมัตสึ ซึ่งต่างก็ลงสนามเป็นตัวจริงในนัดที่แล้วด้วยกันทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นแกนหลักจากทีม U20 ปี ชุดฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม : เรียวสุเกะ โคจิมะ (GK) - โซ ฟูจิทานิ, อิตสุกิ อุราตะ, โค อิตาคุระ, โคจิ มิโยชิ, ยูโตะ อิวาซากิ, โฮโนยะ โชจิ, ชิออน อิโนะอุเอะ, ยูตะ คามิยะ, เรน โคมัตสึ, ยูโงะ ทัตสึตะ

คีย์แมน: นพพล พลคำ vs ยูตะ คามิยะ

มิดฟิลด์พันธุ์ดุรายนี้ คือกำลังหลักของทีมในแดนกลาง เข้าพลาดการลงสนามนัดแรกเพราะติดโทษแบน และจะได้กลับมาช่วยทีมอีกครั้งในเกมนี้ เขาคือกองกลางตัวตัดเกมที่เข้าบอลได้อย่างหนักหน่วง และแม่นยำ ซึ่งเกมที่ผ่านมากับ เกาหลีเหนือ มีหลายช่วงที่แดนกลางของ “ช้างศึก” ต่อกรกับคู่ต่อสู้ไม่ได้ เชื่อว่าการมีเขาอยู่ในสนาม จะช่วยทำให้พื้นที่ดังกล่าวแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

จอมทัพ “ซามูไรบลู” วัย 20 ปี เป็นคีย์แมนสำคัญในแดนกลางของทีมสามารถคุมเกม ผ่านบอลสั้น-ยาวได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญยังมีลูกยิงไกล และลูกตั้งเตะที่อันตรายเปลี่ยนเป็นสกอร์ให้กับทีมได้อีกด้วย นอกจากนี้ในศึก M-150 Cup ที่เจอกับ ทีมชาติไทยและ นัดชิงชนะเลิศกับ อุซเบกิสถาน เมื่อปีก่อน แม้จะแพ้ทั้งสองนั้น แต่ดาวเตะโชนัน เบลมาเร รายนี้ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเหนือใคร