พรีวิว AFF 2016 ไทย vs เมียนมา : ด่านสุดท้ายช้างศึกก่อนถึงนัดชิง

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 | รอบรองชนะเลิศ เลกสอง | วันพฤหัสบดีที่ 8  ธันวาคม 2559 | เวลา 19.00น. | สนามราชมังคลากีฬาสถาน 

ก่อนเกม

ทีมชาติไทย แชมป์เก่าและเจ้าของแชมป์ 4  สมัย โชว์ผลงานใน 4 เกมที่ผ่านมาสุดหรู สามารถเก็บชัยชนะได้ทุกนัด ยิงรวมมากถึง 8 ประตู และไม่เสียประตูมาแล้ว 3 เกมติดต่อกัน อีกทั้งเลกแรกของรอบ 4 ทีมสุดท้าย ยังบุกไปกุมความได้เปรียบด้วยการเอาชนะ เมียนมา ถึงถิ่นธุวันนา สเตเดี้ยม  2-0

ดังนั้นนัดนี้ จึงถือเป็นก้าวที่สำคัญต่อการลุ้นแชมป์สมัยที่ 5 ของทีมชาติไทย  หากทำสำเร็จจะกลายเป็นเจ้าของแชมป์สูงสุดทันที

ทีมชาติเมียนมา ทะลุสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ด้วยการใช้ผู้เล่นพลังหนุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ถึง 18 คน และมีค่าเฉลี่ยอายุน้อยสุดเป็นอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนต์ รองจาก กัมพูชา ทีมเดียว นัดแรกพลาดท่าพ่าย ไทย 2-0 หากต้องการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ต้องเอาชนะ ไทย ให้ได้ 2 ประตูขึ้นไป ในการเยือนสนามราชมังคลากีฬาสถานครานี้

สำหรับสถิติที่พบกัน ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 7  ครั้งที่ผ่านมา ไทยเหนือกว่าทุกกระบวนท่า ด้วยการชนะ 4 นัด เสมอ 3 ไม่เคยแพ้ และที่สำคัญนัดที่ผ่านมา ไทยเพิ่งทำลายสถิติไม่เคยชนะ เมียนมา ในการเล่นเกมเยือนนานถึง 47 ปี ได้สำเร็จอีกด้วย

ข่าวข้างสนาม

“ช้างศึก” ของกุนซือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะไม่มี ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ นายด่านเพียงคนเดียวที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นสภาพทีมโดยรวม นักบอลมีความฟิตสมบูรณ์ คาดว่านัดนี้ โค้ชซิโก้ อาจมีการโรเตชั่นนักเตะเพียงเล็กน้อย เพราะยังไม่ประมาทคู่แข่งที่อาจจะมาเปิดหน้าแลกแบบไม่มีอะไรจะเสีย รวมถึงจะไม่มีการพักนักเตะที่ติดโทษแบนใบเหลืองอีกด้วย

สำหรับทีมชาติไทย คาดว่าจะเล่นในระบบ 3-4-1-2  ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ – กองหลัง : อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง – กองกลาง : ศราวุฒิ มาสุข,  สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ธีราทร บุญมาทัน – กองกลางตัวรุก : ชนาธิป สรงกระสินธ์ – กองหน้า :  ธีรศิลป์ แดงดา, สิโรจน์ ฉัตรทอง

“ไวท์ แองเจิล” ของเฮดโค้ช แกร์ด ซีเซ่  นัดนี้มาแบบไม่มีอะไรจะเสีย คาดว่าน่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมลงเล่นเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีนักเตะอย่าง สวน ลัมเมือง, ธาน เปียง และ เย  โค อู เป็นตัวสอดแทรก ในระบบเดิมคือ 4-4-2

สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ เมียนมา ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู :  คยอ ซิน พโย – กองหลัง : คยอ ซิน ลวิน ,ซอ มิน ตุน,เปียว โค โค คยอ,นันดา คยอ – กองกลาง : เดวิด ตัน ,ยาน ออง คยอ ,เมียว โค ตุน ,มอง มอง ลวิน – กองหน้า : อ่อง ธู, ก็อง แซ็ท ไน

คีย์แมน

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในไทย ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในยุคของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม้จะถนัดในตำแหน่งกองกลางตัวรับ แต่บทบาทการเป็นผู้บัญชาเกมการแผงหลัง เขาก็สามารถทำหน้าที่ได้ดี และยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงทีมชาติมาอย่างต่อเนื่อง

เกมที่แล้วกับ “ไทยบุสเกสต์” แทบจะไม่ปล่อยให้แนวรุกเมียนมา เข้ามาทำอันตรายเกมรับไทยได้เลย นอกจากนี้ เจ้าตัวยังมีความทรงจำที่ดีกับการดวลกับทีมแดนหม่อง เพราะประตูแรกในสีเสื้อทีมชาติ เกิดขึ้นในการเจอกับ เมียนมา นั่นเอง

ก็อง แซท ไน หนึ่งเดียวจากขุนพลชุดนี้ ที่ค้าแข้งนอกประเทศ ฤดูกาลที่ผ่านมา ก็อง  เล่นให้กับ สมุทรสาคร เอฟซี แม้จะไม่ได้เป็นผู้เล่นตัวหลักเนื่องจากต้องเบียดแย่งตัวจริงกับผู้เล่นต่างชาติรายอื่น แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยในการข้ามเทือกเขาตะนาวศรี มาค้าแข้งยังแผ่นดินสยาม แม้จะลีกระดับดิวิชั่น 2 ก็ตาม

การย้ายมาค้าแข้งในประเทศไทย ทำให้ ก็อง เป็นผู้เล่นคนเดียวในทีมชุดนี้ที่รู้จักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งการได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทุกนัด จาก แกร์ด ซีเซ่ น่าเป็นสิ่งที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าถูกคาดดหวังจากเฮดโค้ชมากเพียงใด หลังจากกุนซือชาวเยอรมัน เลือกตัด คยอ โค โค ออกจากทีมแล้วใส่ชื่อเขามาเป็นตัวตายตัวแทน

สองกุนซือ

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย กล่าวว่า “แม้เราจะกุมความได้เปรียบมาก่อนในเกมแรก แต่เราก็บอกน้องๆว่าเกมที่สองยังเป็นเกมที่สำคัญ เราต้องการโชว์ฟอร์มการเล่นต่อหน้าแฟนบอลของเรา ต้องการเก็บชัยชนะนั่นคือเป้าหมายของเรา”

“เรารู้ว่าเมียนมาเป็นทีมวัยรุ่น พวกเขายังมุ่งมั่น ตั้งใจ ฉะนั้นเราจะไม่ประมาท เราจะเล่นฟุตบอลให้สวยงาม เล่นให้สนุก และต้องการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ”

แกร์ด ซีเซ่ เฮดโค้ชทีมชาติเมียนมา กล่าวว่า "อย่างแรกขอแสดงความยินดีกับซิโก้ เพื่อนของผม ที่เข้ารอบชิงไปแล้วครึ่งตัวแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุด โดยไม่ใช่แค่ผลสกอร์ แต่เราจะพยายามโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา ต้องยอมรับว่าไทยเป็นทีมใหญ่ เราจะทำงานหนักที่สุดเท่าที่ทำได้" กุนซือชาวเยอรมัน กล่าว

"(เกี่ยวกับแท็คติก) เราต้องพยายามไม่ผิดพลาดโดยเฉพาะในแนวรับ เราสามารถเล่นได้หลายรูปแบบ เราสามารถทำได้ดีกว่านี้ เราจะเพรสซิ่งหรือไม่ต้องมาดูในเกมพรุ่งนี้ ซึงแน่นอนผมจะไม่เอาผู้เล่นสิบคนไปอยู่ในในกรอบเขตโทษอย่างเดียวแน่นอน"

"เราสร้างโอกาสได้มากมาย แต่เรามีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ ผมหวังว่าเราจะมีโชคกว่านี้ในการเล่น"