พรีวิว AFF 2016 ฟิลิปปินส์ vs ไทย : "ช้างศึก" ลุ้นเก็บ 9 แต้ม

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 |  นัดที่ 2 กลุ่ม A |  วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 | เวลา 19.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) | สนามฟิลิปปินส์ สปอร์ต สเดเดี้ยม ประเทศฟิลิปปินส์ 

ก่อนเกม

 
ทีมชาติฟิลิปปินส์ ทีมอันดับ 124 ของโลก และเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ตามฟีฟ่า แรงกิ้ง อยู่ในสถานการณ์ลำบากไม่น้อย เมื่อ 2 เกมแรกพวกเขาทำได้แค่เสมอกับ สิงคโปร์ 0-0 และ อินโดนีเซีย 2-2  เท่ากับเปิดโอกาสให้อีก 2 ทีมในสายมีลุ้นเข้ารอบ ตามช้างศึก
 
ทีมชาติไทย เบอร์ 3 อาเซียนตามฟีฟ่าแรงกิ้ง (อันดับ 146 ของโลก) มีสถานการณ์ที่แตกต่างกับ ฟิลิปปินส์ อย่างสิ้นเชิง เมื่อเก็บชัยชนะ 2 เกมแรก เหนือ อินโดนีเซีย 4-2 และ สิงคโปร์ 1-0 กรุยทางสู่รอบตัดเชือกในฐานะแชมป์กลุ่ม แน่นอนแล้ว 
 
สำหรับสถิติของ ทั้งสองทีม พบกันมาแล้ว 18 ครั้ง ไทย เอาชนะได้มากถึง 14 ครั้ง เสมอ 1 และ ฟิลิปปินส์ ชนะเพียง 3 นัด ซึ่งชัยชนะครั้งสุดท้ายที่ ฟิลิปปินส์ ทำได้เกิดขึ้นในปี 1972 หรือ 44  ปีที่แล้ว 
 
ส่วนในรายการเอเอฟเอฟ แชมเปียนชิพ เจอกันมา 8 ครั้ง ไทยชนะถึง 7 เสมอ 1 และไม่เคยแพ้ ยิงได้ 22 ประตู เสียเพียง 3 ลูก
 

ข่าวข้างสนาม

โธมัส ดูลีย์ เฮดโค้ชของฟิลิปปินส์ ไม่มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ และติดโทษแบน แต่เรื่องค่อนข้างน่าหนักใจคงเป็นการจบสกอร์ เพราะทัวร์นาเมนต์ พวกเขากลายเป็นทีมที่ใช้โอกาสเปลืองสุด ยิงได้เพียง 2 ลูกจากโอกาสมากถึง 36 ครั้ง ยิงน้อยสุดอันดับ 2  จาก 8 ทีม นัดนี้คงต้องเปิดเกมรุกอย่างเต็มตัวมาสู้กับไทย เพื่อโอกาสในการเข้ารอบ
 
สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย : ผู้รักษาประตู โรแลนด์ มุลเลอร์  - กองหลัง :เจฟฟรีย์ คริสเตียนส์, อมานี อกีนัลโด้, ฮิคารุ มิเนกิชิ –  กองกลาง : สเตฟาน ชร็อค, มานูเอล อ็อตต์, เควิน อิงเกรโซ, มาร์ติน สตรูเบิ้ล – กองหน้า :  ไมค์ อ็อตต์, ฟิล ยังฮัสแบนด์, มิซาก บาฮาโดรัน
 
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย นัดนี้คงมีการพักผู้เล่นตัวหลัก หลังจากกรำศึกหนักต่อเนื่องในฟุตบอลลีก, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยเฉพาะ ทริสตอง โด และ ธีราทร บุญมาทัน ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ คาดว่า ซิโก้ น่าจะให้โอกาสผู้เล่นที่ยังไม่ลงสนามในทัวร์นาเมนต์ลงไปสัมผัสเกมทั้งนั้น โดยมีผู้เล่นตัวหลักอย่าง ชนาธิป, ธีรศิลป์ คอยเป็นตัวสำรองลงไปพลิกเกม
 
สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย : ผู้รักษาประตู สินทวีชัย หทัยรัตนกุล- กองหลัง : อดิศร พรหมรักษ์, ประวีณวัช บุญยงค์, ประทุม ชูทอง, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา – กองกลาง : อดุล หละโสะ, ชาริล ชัปปุยส์, ประกิต ดีพร้อม – ริมเส้น :  มงคล ทศไกร, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้าตัวเป้า : สิโรจน์ ฉัตรทอง
 

คีย์แมน

 
ฟิล ยังฮัสแบรนด์ กัปตันทีมชาติฟิลิปปินส์ ถือเป็นความหวังของ ดิ อัซกาลส์ ยุคใหม่ที่ดึงเอาดาวเตะลูกผสมกลับมารับใช้ชาติหลายราย ฟิล เกิดและเติบโตที่อังกฤษ เคยเป็นเด็กฝึกหัดของ เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่อังกฤษ ก่อนเลือกเล่นให้ทีมชาติฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2006 กระทั่งได้เป็นกัปตันในวัย 28 ปี
 
เขายังคงจำวันที่ถูก ทีมชาติไทย เขี่ยตกรอบเมื่อปี 2014 ได้ดี และรอคอยเกมที่พบกับไทยอีกครั้ง โดยครั้งนี้ เจ้าตัวยังทำไปแล้ว 1 ประตู หากจะหาใครสักคนที่เป็นความหวังของทีมชาติฟิลิปปินส์ ก็ต้องยกให้กับ จอมทัพเลือดผสม รายนี้
 
ชาริล ชัปปุยส์ จอมทัพลูกครึ่งไทย หนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญที่พา ช้างศึก ผงาดสู่จ้าวอาเซียน เมื่อปี 2014
 
แต่หลังจากนั้นเขาค่อนข้างโชคร้าย เมื่อได้รับบาดเจ็บจนต้องหายไปจากสนามหญ้านานถึง 1 ปีครึ่ง ก่อนจะค่อยๆเรียกฟอร์มของตัวเองกลับมากับ สุพรรณบุรี เอฟซี
 
ความพยายามของเขา ทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตัดสินใจเรียก ชาริล กลับมาติดธงอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะไม่ได้รับการันตีตัวจริง หลังจาก ปกเกล้า อนันต์ มิดฟิลด์จาก ชลบุรี ทำผลงานได้ดีกว่าและยึดพื้นที่แดนกลางทีมชาติ แต่นี่คือบทพิสูจน์ฝีเท้าของเขา ในฐานะตัวคุมเกมทีมชาติไทย ดวลกับ ฟิลิปปินส์ ครั้งนี้

สองกุนซือ

โธมัส ดูลีย์ กุนซือทีมชาติฟิลิปปินส์ "พวกเรารอคอยเกมที่พบกับ ทีมชาติไทย เหมือนกับเราเฝ้ามองดูพัฒนาการของพวกเขามาโดยตลอด เรายังมีโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบรอง เราต้องเอาชนะในวันพรุ่งนี้ให้ได้"
 
"ผมไม่ได้สนใจเรื่องฟีฟ่า แรงกิ้ง (ฟิลิปปินส์อันดับ 1 อาเซียน) ผมสนใจแค่ชัยชนะเท่านั้น นี่คืออาจเป็นเกมสุดท้ายของพวกเรา ดังนั้นมันจึงเป็นแมตช์ที่สำคัญสุด นักเตะก็อาจจะมีความกดดันบ้าง"
 
"การที่ต้องชนะสถานเดียวเพื่อผ่านเข้ารอบ คือแรงกระตุ้นชั้นดี ในเกมฟุตบอลคุณไม่มีทางรู้หรอก บางครั้งทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว อาจจะเล่นด้วยความไม่กดดันและทำได้ดี สิ่งสำคัญคุณต้องเตรียมพร้อมทีมคุณเองให้อยู่ฟอร์มที่ดีที่สุด เพื่อเอาชนะทีมอย่างไทยให้ได้ "
 
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย "สำหรับความพร้อมในวันพรุ่งนี้้ (25 พ.ย.) ถึงแม้ว่าทีมชาติไทยจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแล้วนะครับ แต่เรายังให้ความสำคัญกับแมตช์ฟิลิปปินส์ ฉะนั้นพรุ่งนี้ เราต้องการคว้า 3 แต้ม ตามเป้าหมาย 9 แต้มในรอบแรก"
 
“ฟิลิปปินส์เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ทั้งสามทีมคือเพื่อนกัน ใครที่จะเดินคู่ไปกับเราก็อยากจะได้ทีมที่ดีที่จะได้ไปลุยด้วยกัน ถ้าฟิลิปปินส์ ยากเดินคู่กับเราก็ต้องชนะเราให้ได้”
 
"เราอาจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นบ้าง แต่เรื่องความแข็งแกร่งในทีมเรา 23 คน ใครก็ได้ สามารถเป็น 11 คนแรกได้หมด แน่นอนว่า เป้าหมายอยู่มีเพียงช้อยส์เดียวไม่สามารถเปลี่ยนได้ คือ แชมป์เปียน และเราจะไปถึงจุดนั้นให้ได้"
 
"เราต้องการโชว์ให้อาเซียนเห็นว่า เราไม่ได้เล่นแค่เล่นๆ ทุกทีมในสายต้องช่วยตัวเองฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตัวเอง”