Match Previews

พรีวิว ไทยลีก บางกอกกล๊าส VS เมืองทอง : กิเลนลุ้นทาบสถิติปราสาท

โตโยต้า ไทยลีก 2016 | ลีโอ สเตเดียม | วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2559 | เวลา 20.00 น.

We are part of The Trust Project What is it?

ก่อนเกม 

การพบกันของสองทีมท็อปทรีของตารางโตโยต้า ไทยลีก กิเลนผยอง ต้องการเดินหน้าทาบสถิติชนะรวดติดต่อกันมากที่สุดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขณะที่ กระต่ายแก้ว ก็หวังที่จะสานต่อฟอร์มที่กำลังกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

เมืองทอง ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างสุดๆเมื่อผ่านพ้นไป 18 นัด ชนะ 16 แพ้ 2 มี 48 แต้ม นำหน้าอันดับ 2 แบงค็อก ยูไนเต็ด 4 แต้ม และ นำ อันดับ 3 บางกอกกล๊าส 12 แต้ม แถมลูกได้เสียยังบวกถึง 35 ประตู โดยเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีก 45 ลูก และเสียน้อยที่สุดในลีกเพียง 11 ลูก 

ธชตวัน ศรีปาน มีทีมที่ค่อนข้างลงตัวตั้งแต่เลกแรกโดยยึดแกนหลักของทีมชาติไทยไว้ทุกตำแหน่งตั้งแต่ผู้รักษาประตูถึงกองหน้า สอดแทรกด้วยผู้เล่นต่างชาติในจุดสำคัญอย่างเซนเตอร์ฮาล์ฟที่มีทั้ง อบรานเต้ และ อาโอยามะ รวมถึงกองหน้าตัวจบสกอร์อย่าง เคลตัน ซิลวา 

ขณะที่เลกสองพวกเขาก็ไม่เสริมทัพมากมายแต่ดึงผู้เล่นที่น่าสนใจอย่าง ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติไทยมาจากคู่ปรับอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่ใช้งานได้ทั้งริมเส้นฝั่งซ้ายและเพลย์เมกเกอร์ตัวกลาง อย่างที่เห็นในนัดประเดิมสนามเมื่อเขากลายเป็นคีย์แมนของทีมมีส่วนกับ 3 ประตูช่วยให้ เมืองทอง ถล่มชนะ นครราชสีมา 4-1 

นอกจากนี้ยังมี ซูมาโฮโร ยาย่า อดีตปีกซ้ายระดับตำนานของทีมที่ย้ายกลับจากลีกเบลเยียมมาซบตักบ้านหลังเก่าในรอบ 5 ปี เพื่อเป็นตัวเลือกในแนวรุกอีกคนแต่ก็ยังคงต้องรอเวลาในการเรียกความฟิตก่อนประเดิมสนาม 

ส่วน บางกอกกล๊าส เอฟซี หลังจากที่ผลงานขึ้นๆลงๆในช่วงปลายเลกแรกจนทำให้ อนุรักษ์ ศรีเกิด ตัดสินใจประกาศลาออกแม้ว่านัดสุดท้ายเขาจะพาทีมเอาชนะ บีบีซียู ได้ 3-1 และรั้งอันดับ 3 ก็ตาม 

ต้องยอมรับว่าช่วงที่ กระต่ายแก้ว ฟอร์มตกลงไปนั้นส่วนหนึ่งคือการขาด อาเรียล โรดริเกวซ กองหน้าคนสำคัญที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติคอสตาริกาจนได้รับบาดเจ็บกลับมา พร้อมๆกับที่ ลาซารัส คาอิมบี ก็เจ็บจนถูกปล่อยตัวออกไปเช่นกันทำให้ผู้เล่นต่างชาติในแนวรุกที่เป็นหัวใจของทีมมาตลอดเหลือเพียง โตติ และ ทาเชฟสกี้ ส่งผลถึงการจบสกอร์ของทีม 

อย่างไรก็ตามการปรับทีมในเลกสองแม้ว่าจะปล่อย ดาร์โก ทาเชฟสกี้ และ ลาซารัส ออกไป แต่การได้ โรแม็ง กัสมี กองกลางจอมยิงไกลมาจากเชียงใหม่ เอฟซี ก็สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ทันทีในเกมที่บุกชนะ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 2-1 รวมทั้ง อาเรียล โรดริเกวซ ก็กลับมาแล้ว แถมยังมี จักรพันธ์ พรใส และ คาลิฟา ซิสเซ่ เสริมเข้ามาทำให้ตัวเลือกมีมากขึ้น 

ข่าวข้างสนาม 

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่จะคุมทีมขัดตาทัพเป็นนัดที่สอง เกมนี้จะยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ศิวกร แสงวงศ์ และ ประวีณวัช บุญยงค์ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ก็ได้ สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแนวรับ 

ขณะที่แกนหลักรายอื่นอยู่พร้อมหน้าคาดว่าจะยึดแกนหลักจากเกมล่าสุดเป็นส่วนใหญ่ มี นริศ ทวีกุล เฝ้าเสา แนวรับนำโดย แมตต์ สมิธ แดนกลางเปลี่ยนมาใช้ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ตัดเกมร่วมกับ คาลิฟ่า ซิสเซ่ ส่วนแนวรุก สุรชาติ สารีพิมพ์ กลับมาเป็นตัวจริงกับ โรแม็ง กัสมี่ , จักรพันธ์ พรใส และ อาเรียล อาราย่า ด้าน โตติ คาดว่าจะเป็นสำรอง 

ธชตวัน ศรีปาน พากิเลนผยองทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องล่าสุดเปิดบ้านสังหาร นครราชสีมา เอฟซี มาถึง 4-1 ซิวชัยเป็นนัดที่ 13 ติดต่อกัน แม้จะยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ซามาฮูโร่ ยาย่า ที่ยังไม่ฟิตแต่ก็ได้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หายเจ็บกลับมารวมถึง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก็พร้อมลงสนาม 
อย่างไรก็ตามคาดว่าเกมนี้ทีมจะยังเลือกใช้ ธีราทร บุญมาทัน ที่โชว์ฟอร์มได้ดีออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแดนกลางต่อไปร่วมกับ สารัช อยู่เย็น และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ พร้อมสามประสานแนวรุกอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา , อดิศักดิ์ ไกรษร และ เคลตัน ซิลวา ดาวซัลโวสูงสุดของลีกที่ยิงไปแล้ว 19 ประตู 

คีย์แมน : อาเรียล โรดริเกวซ VS เคลตัน ซิลวา 

หัวหอกทีมชาติคอสตาริกา ผ่านช่วงเวลาที่โชคร้ายสุดๆในชีวิต เมื่อได้รับบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อม จนต้องถอนตัวออกจากทีมชาติชุดลุยโคปา อเมริกา ซึ่งแต่หลังพักฟื้นหายเจ็บกลับมา เจ้าตัวก็มากลับมาหน้าที่ จอมซัลโวตาข่ายให้กับบางกอกกล๊าสได้เหมือนเดิม ด้วยการเหมา 2 ประตู พาทีมชนะบีบีซียู 3-1 12 ประตูจาก 15 นัดที่ลงสนาม คือ สิ่งที่การันตีได้ว่า เขามีส่วนสำคัญต่อทีมมากขนาดไหน 

ช่วงต้นฤดูกาล บีจีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอยู่ระยะหนึ่ง ก็มาจากเขายิงประตูเป็นกอบเป็นกำนั่นเอง และเมื่อทีมต้องขาดอาเรียลไปร่วมเดือน ก็ส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมดร็อปลงอย่างน่าใจหาย และวันนี้เขากลับมาอีกแล้ว ด้วยความกระหาย ที่จะหยุดสถิติจ่าฝูงในรังตัวเอง 

เคลตัน ซิลวา ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลและในฤดูกาลนี้ของไทยลีก กลายเป็นนักเตะไม่มีใครจะหยุดได้ไปแล้ว เขายิงมากถึง 19 ประตู จากการลงสนาม 18 นัด เฉพาะแค่เกม โอสถสภาฯ กับ เชียงราย เคลตันกระหน่ำรวมไปได้ถึง 7 ดอก แถมยังเป็นการทำประตูได้ทุกรูปแบบทั้ง โหม่ง ยิงด้วยขวา ซัดด้วยซ้าย ซึ่งฟอร์มอันร้อนแรงของเขาในซีซั่น ส่วนหนึ่งมาจากการมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีคอยสนับสนุนเขา อีกส่วนก็คงเป็นที่เจ้าตัว เป็นนักเตะที่ขยัน จบสกอร์ได้ดี ยิ่งเล่นก็ยิ่งมั่นใจ และมีทีมเวิร์กสูง 

นัดกลางสัปดาห์นี้ เคลตัน มีคิวประจันหน้ากับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 4 ของตาราง เขาหวังว่าจะทำผลงานในการเจอบีจีได้เหมือนเลกแรก เพราะนัดนั้น จบลงด้วยชัยชนะของ กิเลนผยอง 2-0 โดยหัวหอกชาวบราซิลรับบทพระเอกของงาน ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมดังกล่าว