พรีวิว ไทยลีก ชลบุรี เอฟซี vs เมืองทอง ยูไนเต็ด : กิเลนลุยทะเลฉะฉลามล่าแชมป์ต่อ

โตโยต้า ไทย ลีก | ชลบุรี สเตเดี้ยม | วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 | เวลา 20.00 น.

ก่อนเกม

อีกหนึ่งศึก “สยามคลาสสิค” ของประเทศไทย ที่แฟนบอลต่างตั้งตารอคอยไม่แพ้เกมเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน กับการพบกันของอดีตผู้ยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย และมหาอำนาจใหม่แห่งยุค ที่นอกเหนือจากเรื่องแพ้ชนะเลย ก็มีศักดิ์ศรีค้ำขออยู่ด้วยกันทั้งคู่

ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 6 ของตาราง ผลงานในลีกเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง นับตั้งแต่บุกไปพ่าย ซุปเปอร์ พาวเวอร์ 1-0 จนเสียสถิติไม่แพ้ใคร 6 นัดติดต่อกัน หลังจากนั้นก็มาเปิดบ้านเสมอกับ นครราชสีมา เอฟซี ต่อด้วยเกมล่าสุดที่บุกไปเอาชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่น ส่งผลให้อันดับบนตารางคะแนนขยับขึ้นมาที่ 6 แล้ว จนถึงตอนนี้

เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังจากเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด 1 วัน เกมลีกนัดที่ผ่านมาพวกเขาก็ยังสามารถเก็บชัยชนะได้เช่นเคย แถมเป็นการเอาชนะคู่อริตลอดกาลอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมันสมการรอคอยถึง 3-2 ทวงอันดับ 1 กลับคืนมาได้เช่นเคย ซึ่งในนัดนี้ต้องบุกไปเยือน “ฉลามชล” เท่ากับว่าพวกเขาต้องทำศึก “สยามคลาสสิค” สองนัดติดต่อกันเลยทีเดียว

สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่ เจอกันมาทั้งสิ้นรวมทุกรายการ 19 เมืองทอง ชนะ 7 ชลบุรี ชนะ 6 และเสมอกันไป 6 ครั้ง แต่เมืองทองฯ ยิงได้ 30 ประตู ส่วน ชลบุรี เอฟซี ทำได้ 23 ประตู แต่ถ้านับเฉพาะในโตโยต้า ไทยลีก เจอกันมา 15 นัด เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่า ชนะ 7 เสมอ 5 ส่วนชลบุรีชนะ 3 นัด โดย เมืองทอง ยิงได้ถึง 26 ประตู ชลบุรี เอฟซี 16 ประตู

อย่างไรก็ตามการพบกันของคู่นี้ได้ชื่อว่าเป็น "ไทยแลนด์กลาซิโก" ไม่ว่าจะฟอร์มแตกต่างกันขนาดไหนแต่ใน 90 นาทีทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครแน่นอนอีกทั้งสถิติ 18 นัดที่ผ่านมายังบ่งบอกว่าแทบจะไม่มีใครเหนือกว่าใครมากนัก เมื่อทีมเยือนในเกมนี้เอาชนะได้มากกว่าแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ฉลามชล” ของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ที่ผันตัวเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชแบบเต็มตัวในซีซั่นนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่น ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ, หรือต้องรอเช็คสภาพความฟิตเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ชนินทร์ แซ่เอียะ ที่ติดโทษแบนเพียงคนเดียวเท่านั้น คาดว่าจะส่งตัวหลักลงสนามแบบเต็มสูบ หวังคว้าชัยในศึกใหญ่ครั้งนี้พร้อมเร่งทำคะแนนคว้าโควต้าไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ ชลบุรี เอฟซี มีดังนี้ คือ ผู้รักษาประตู: ธนชัย หนูราช กองหลัง: นนพนนท์ คชพลายุกต์ , ณัฐพล วรรณแจ่ม , คิม จอง พิล, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์ กองกลาง: อดุล หละโสะ, ปกเกล้า อนันต์, แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต๊ส กองหน้า: นูรูล ศรียานเก็ม, เกริกฤทธ์ ทวีกาญจน์ , ปรินซ์ อัมปองซ่าห์

ด้านพลพรรค “กิเลนผยอง” ของ ธชตวัน ศรีปาน อาจต้องเจอปัญหาทั้งในแนวรุกและแนวรับหนักพอสมควร เมื่อจะหมดสิทธิ์ใช้งานหัวหอกตัวเก่งอย่าง เคลตัน ซิลวา และฟูลแบ็คกัปตันทีมชาติอย่าง ธีราทร บุญมาทัน ที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบ 4 ใบ อีกทั้งสองเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง มาริโอ อบรานเต้ และ สุพรรณ ทองสงค์ มีอาการบาดเจ็บ พลาดโอกาสลงสนามในเกมนี้แน่นอนแล้ว แต่มีข่าวดีคือจะได้ อดิศร พรหมรักษ์ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลาพอดี

และ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เมืองทอง ยูไนเต็ด มีดังนี้ คือ ผู้รักษาประตู: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์  (GK) กองหลัง: ทริสตอง โด , อดิศร พรหมรักษ์ , นาโออากิ อาโอยะมา , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง: ธนบูรณ์ เกษารัตน์ - สารัช อยู่เย็น , ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองหน้า: มิคาเอล เอ็นดรี้, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร

คีย์แมน: ปรินซ์ อัมปองซาห์ vs ชนาธิป สรงกระสินธ์

กองหน้าชาวกาน่าของฉลามชลโชว์ฟอร์มเฉิดฉายได้อย่างต่อเนื่องชนิดที่ว่าเหลือเชื่อและแทบไม่มีใครคาดคิด

นัดล่าสุด “เจ้าชายแห่อัคครา” ก็ยังคงทำผลงานน่าชื่นชมได้อีกครั้ง หลังถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงบุกรัง อาร์มี่ ยูไนเต็ด และไม่ทำให้ทีมผิดหวังเมื่อเป็นผู้เบิกสกอร์แรกในเกมนี้ นำมาซึ่งชัยชนะ 2-0 และถือเป็นประตูที่ 3 จาก 5 เกมหลังสุดที่ลงสนาม เรียกได้ว่าฮอตเหลือเกินในชั่วโมงนี้ และเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่ต้องจับตามอง

หลังจากฟอร์มเงียบหายไปในช่วงเลกสองของศึกโตโยต้า ไทยลีก ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ก็กลับสู่ช่วงเวลาที่ดีของตัวเองอีกครั้งทั้งเรื่องงานและเรื่องรัก เรียกได้ว่า ลัคกี้อินเกม และลัคกี้อินเลิฟเลยก็ว่าได้

เพลย์เมคเกอร์ทัพ “ช้างศึก” ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ลูกโซโล่เดี่ยวครึ่งสนามใส่ แบงค็อก ยูไนเต็ด และในเกมล่าสุดกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความสามารถเฉพาะตัวของเขาก็สร้างความแตกต่างของเกมได้ชัดเจน คอยปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู้อยู่ตลอด ก่อนที่จะยิงกับแอสซิสต์อย่างละลูก นำทีมแซงคว้าชัย ทวงตำแหน่งจ่าฝูงกลับมาได้ตามเดิม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นตัวอันตรายที่เจ้าบ้านต้องประกบติดไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

สถิติ

  • เมืองทอง และ ชลบุรี เจอกันมารวมทุกรายการ 19 นัด เมืองทองชนะมากกว่า 1 นัด เสมอท่ากันทีมละ 6 นัด แต่เมืองทองฯ ยิงได้ 30 ประตู ส่วน ชลบุรี เอฟซี 23 ประตู -
  • นับเฉพาะในโตโยต้า ไทยลีก เจอกันมา 15 นัด เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่า ชนะ 7 เสมอ 5 ส่วน ชลบุรี ชนะ 3 นัด โดย เมืองทอง ยิงได้ถึง 25 ประตู ชลบุรี เอฟซี 16 ประตู
  • มาริโอ ยูรอฟสกี้ กองกลางคนปัจจุบันของแบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นผู้เล่นที่ทำประตูในศึกไทยแลนด์กลาซิโกมากที่สุด 9 ลูก และยังเป็นคนเดียวที่ทำแฮตทริคได้เมื่อฤดูกาลที่แล้วสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่เมืองทอง
  • โคเน่ โมฮาเหม็ด เป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวที่ทำประตูในศึกไทยแลนด์กลาซิโกได้ทั้งในฐานะผู้เล่นเมืองทอง และ ชลบุรี