พรีวิว ไทยลีก เมืองทองฯ VS บุรีรัมย์ : ศึกนี้ต่างแพ้ไม่ได้

โตโยต้า ไทยลีก | สนาม เอสซีจี สเตเดียม | วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 | เวลา 19.00 น.

ศึกลูกหนังนัดที่ดุเดือดและควรค่าแก่การรอคอยที่สุดของวงการลูกหนังไทยเวลานี้ กับการพบกันของ สองมหาอำนาจยุคใหม่ ที่แข่งขันกันมากกว่าเรื่องในสนาม อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อการตัดสินแชมป์ในปีนี้อีกด้วย

เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำลายอาถรรพ์ไม่ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาตลอด 6 ปีลงได้แล้วในเกมนัดที่ 21 ที่พบกันเมื่อเลกแรก แถมยังเป็นการบุกถล่มถึงไอโมบาย สเตเดียม 3-0 พร้อมกับ หยุดสถิติไร้พ่ายในลีกที่ ปราสาทสายฟ้า ทำไว้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก 44 นัด ลงอย่างราบคาบ

การพ่ายแพ้ในครั้งนั้นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลเพียง 3 คะแนนและสถิติที่ถูกทำลาย แต่ยังส่งผลถึงสภาพจิตใจของทีมไม่น้อยเมื่อหลังจากนั้นพวกเขาสะดุดในเกมลีกอย่างต่อเนื่องจนโอกาสในการป้องกันแชมป์เหลือน้อยเต็มที

ตรงกันข้ามกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องจนขึ้นมาทาบสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุดตลอดกาลซึ่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำไว้ 14 นัดเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ก็อดทำลายสถิตินั้นลงเมื่อไปพลาดท่าบุกแพ้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-1

อย่างไรก็ดีก่อนเกมนี้ถือว่าทั้งสองทีมสามารถดึงกราฟของตัวเองให้กลับขึ้นมาได้ด้วยกันทั้งคู่โดย เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็สามารถเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบเดือนได้ด้วยการบุกไปยัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นเป็นเกมแรกให้กับ ศรีสะเกษ เอฟซี 1-0 ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะมา 4 นัดติดต่อกันในเดือน กรกฎาคม จนลดช่องว่างลงมาเหลือ 12 คะแนน

ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลท์ในแมตช์นี้คือการต้องพบทีมเก่าของ ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติไทยที่เคยได้รับฉายาว่า "เจ้าชายแห่งปราสาทสายฟ้า" ก่อนจะย้ายทีมแบบสุดช็อคในช่วงตลาดนักเตะรอบสองด้วยการข้ามฟากมาอยู่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติใหม่ของศึกโตโยต้า ไทยลีก 30 ล้านบาท

ข่าวข้างสนาม

ธชตวัน ศรีปาน ตัดสินใจพักผู้เล่นที่มีใบเหลืองติดตัว 3 ใบอย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ เคลตัน ซิลวา ไว้เป็นเพียงสำรองในเกมบุกชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์เพื่อป้องกันการติดโทษแบนในแมตช์สำคัญนัดนี้ อย่างไรก็ตามก็ยังมี อดิศร พรหมรักษ์ ที่โดนใบเหลืองไปและสะสมครบ 4 ใบจะพลาดการลงสนาม

แต่ก็เชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลใหญ่หลวงต่อการจัดทัพนักเพราะจะได้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ นาโออากิ อาโอยามะ พ้นโทษแบนกลับมาเป็นแกนหลักในแนวรับ แต่ก็ต้องเช็คความฟิตของ มาริโอ อบรานเต้ ที่มีอาการบาดเจ็บไม่ได้ลงสนามมา 2 นัด หากยังไม่พร้อม สุพรรณ ทองสงค์ จะได้ทำหน้าที่แทนต่อไป

ส่วนแดนกลางเมื่อได้ ธนบูรณ์ กลับมา สารัช จะได้อิสระในการเปิดเกมรุกมากขึ้น แต่ต้องชั่งใจโค้ชแบนว่าจะเลือกใช้ ธีราทร ในตำแหน่งใดระหว่างกองกลางตัวรุกหรือแบ็กซ้าย ซึ่งหากเป็นอย่างแรก ชนาธิป จะต้องรอเป็นทีเด็ดที่ม้านั่งข้างสนามไปก่อน ส่วน 3 ประสานในแดนหน้าไม่น่าพลิกโผ "CAT” เคลตัน ,อดิศักดิ์ และ ธีรศิลป์ ที่เคยเป็นตัวแสบให้บุรีรัมย์ในเกมแรกจะลงเล่นพร้อมกันแน่นอน

ด้าน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมนี้ยังคงไม่มี โก ซุล กิ และ สุเชาว์ นุชนุ่ม สองกองกลางคนสำคัญที่เจ็บยาวและน่าจะปิดฉากซีซั่นไปแล้วรวมถึง กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็กซ้าย แต่ผู้เล่นหลักหลายๆรายเริ่มทยอยกลับมาไม่ว่าจะเป็น อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ หรือ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่ลงมาเป็นสำรองในเกมนัดล่าสุดได้แล้ว

อัฟชิน ก็อตบิ อาจจะจัดตัวคล้ายกับนัดที่เปิดบ้านเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 5-2 เพราะดูเหมือนจะเริ่มลงตัวขึ้นเรื่อยๆ แบ็กซ้ายใช้งาน อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด หรือ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม คนใดคนหนึ่งส่วนเซ็นเตอร์ สุรีย์ สุขะ น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงคู่กับ อันเดรส ตูเญซ แทน ชิติพัทธ์ แทนกลาง ขณะที่แบ็กขวา ซากีรีน ตีกาสม กลับมา

แดนกลาง กษิดิศ ซีกฮาร์ท ทำผลงานได้ดีในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมน่าจะถูกวางให้เล่นในบทบาทนี้ต่อไป ขณะที่ จักรพันธ์ แก้วพรม อาจเบียด เชาววัฒน์ วีระชาติ เป็นตัวจริงหากฟิตเต็ม 100 มี จิตปัญญา ทิสุด เป็นจอมทัพ ส่วนแดนหน้า 3 ประสานอย่าง ดิโอโก้ ,ไคโอะ และ บรูโน โมไรรา ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง

คีย์แมน : ธีราทร บุญมาทัน VS ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติไทยแม้จะเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมแต่จากฟอร์มในขณะนี้เขาก็แสดงให้เห็นว่าแทบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวอะไร ซึ่งศักยภาพของเขา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็น่าจะรู้ดีที่สุด “อุ้ม” กลายเป็นตัวหลักของเมืองทอง ไม่ว่าจะถูกจับไปเล่นแบ็คซ้ายและมิดฟิลด์ตัวในเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ลูกครอสรวมถึงลูกนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวยังหวังผลได้และอันตรายเสมอ อีกทั้งยังเล่นเกมรับได้ดี นอกจากฝีเท้าอันฉกาจแล้วเชื่อว่าเกมนี้เขาจะอันตรายมากขึ้นไปอีกเมื่อประกอบกับความกระหาย และ ความมุ่งมั่นในการเจอทีมเก่า ฉะนั้น ปราสาทสายฟ้า จำเป็นต้องระวังเขาให้ดี รวมถึงอย่าทำฟาลว์ในระยะอันตราย

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อดีตดาวซัลโวไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมาเริ่มกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีของตัวเองเรื่อยๆและดูเหมือนจะถูกเวลาพอดิบพอดี แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะเปลี่ยนบทบาทจากความหวังในการถล่มประตูมาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น แต่ฝีเท้าที่หาตัวจับยากของเขายังอันตรายเช่นเดิม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีอิทธิพลต่อเกมรุกของทีมอย่างยิ่ง ทั้งการพักบอล ล้วงบอล หรือจะเป็นการใช้ความสามารถเฉพาะตัวทำลายแนวรับคู่แข่ง ฉะนั้นแม้สถิติการทำประตูจะไม่น่ากลัวเหมือนปีที่แล้ว แต่แนวรับเมืองทองทั้งแผงต้องอย่าปล่อยให้เขาคลาดสายตาและจำเป็นต้องตัดเขาออกจากเกมให้ได้ หากหวังย้ำแค้นในเกมนี้