พรีวิว ไทยลีก สุพรรณบุรี เอฟซี VS บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศึกเลือดผสม

โตโยต้า ไทยลีก 2016 | วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2559 | สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี | เวลา 19.00 น.

ก่อนเกม 

สุพรรณบุรี เอฟซี หลังจากเริ่มต้นเลกสองได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-0 หลายคนคิดว่าพวกเขาจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง แต่ 2 นัดหลังสุดกลับไม่ชนะเลย 

เกมที่บุกไปแพ้ พัทยา ยูไนเต็ด 3-1 นัดล่าสุดน่าจะเป็นหนึ่งในเกมที่ย่ำแย่ของ ช้างศึกยุทธหัตถี ในปีนี้ ด้วยรูปเกมที่เป็นรองอยู่ตลอด และสกอร์ที่ออกมา รวมทั้งการสร้างโอกาสทำประตูที่หาได้น้อยเป็นการบ้านหนักให้ วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือรักษาการต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน 

นอกจากนี้ สุพรรณบุรี เอฟซี เองก็ยังมีสถิติการพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ดีนักโดยไม่เคยเอาชนะได้เลยจากการพบกัน 7 นัด แต่ล่าสุดก็สามารถบุกไปเสมอ 2-2 ที่ไอโมบาย สเตเดียม ในเลกแรก 

ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับความยากลำบากในการป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดในปีนี้ เมื่อผ่านไป 20 นัด รั้งอยู่อันดับ 5 มีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง 16 แต้ม 

ปราสาทสายฟ้า เพิ่งกลับมาเก็บชัยชนะครั้งแรกในเกมลีกรอบ 6 นัด เหนือ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-1 แต่ก็มีโปรแกรมโตโยต้าลีกคัพ เมื่อกลางสัปดาห์ ที่บุกไปชนะ ม.เกษตรศาสตร์ 2-0 ทำให้เรื่องสภาพความสดของผู้เล่นอาจจะเป็นรองเจ้าถิ่นอยู่เล็กน้อย 

ข่าวข้างสนาม 

ช้างศึกยุทธหัตถีอาจมีสภาพความฟิตดีกว่าทีมเยือนเพราะไม่มีโปรแกรมลงเล่น โตโยต้า ลีกคัพ รอบ 16 ทีมช่วงกลางสัปดาห์หลังตกรอบไปแล้ว

สภาพความพร้อมยังถือว่าสมบูรณ์ขาดเพียง คิม ซึง ยอง ที่ติดสัญญายืมตัวไม่สามารถใช้งานเจอต้นสังกัดที่แท้จริงได้ แต่ มาร์ซิโอ โรซาริโอ ที่ไม่มีชื่อในเกมแพ้ พัทยา ยูไนเต็ด 3-1 เพราะกังวลว่าจะโดนใบเหลืองครบ 8 ใบและจะติดโทษแบนในเกมนี้ก็จะกลับมาเป็น 11 ตัวจริง พร้อมได้ จุง ฮุน ตัวตัดเกมชาวเกาหลีใต้พ้นโทษแบนกลับมา ลงสนามร่วมกับแกนหลักทั้ง ชาริล ชัปปุยส์ , ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ โดยทิ้ง เดลลาตอร์เร่ ยืนค้ำแดนหน้า 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หมดสิทธิ์ใช้งาน อนันต์ บัวแสง , สิทธิโชค กันหนู , กรวิทย์ นามวิเศษ , โก ซุล กิ และ สุเชาว์ นุชนุ่ม ที่มีอาการบาดเจ็บต่อไป แต่ก็ได้ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกทางวิงแบ็คฝั่งขวา 

คาดว่าเกมนี้ อัฟชิน ก็อตบิ จะมาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูเป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน แนวรับ 4 รายจากซ้ายไปขวามี กรกร วิริยอุดมศรี , อันเดรส ตูเญซ , สุรีย์ สุขะ และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แดนกลาง 3 รายมี สุรัตน์ สุขะ , อเล็กซานเดอร์ ซีกฮาร์ท และ จักรพันธ์ แก้วพรม หรือ จิตปัญญา ทิสุด ด้าน 3 ประสานแนวรุกเป็น ไคโอะ ฟิลิปเป้ , ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ บรูโน่ โมไรร่า 

คีย์แมน : มาร์ซิโอ โรซาริโอ VS ดิโอโก หลุยส์ ซานโต 

มาร์ซิโอ และ ดิโอโก น่าจะเป็นคู่ดวลที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแข็งแกร่ง ดุดัน หรือประสบการณ์ถือว่าเพรียบพร้อมทั้งคู่ 

แนวรับชาวบราซิลวัย 32 ปี แทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในเกมรับของสุพรรณบุรี เอฟซี นับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อปี 2014 ด้วยสไตล์การเล่นที่หนักหน่วง เข้าบอลอย่างเด็ดขาด ทำให้กองหน้าคู่แข่งต้องหวั่นใจแทบทุกคน นอกจากนี้เขายังมีลูกกลางอากาศที่ไว้ใจได้อีกด้วย 

ส่วนอดีตกองหน้าโอลิมเปียกอส หลังหายเจ็บกลับมามีอยู่ในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงเลกสองก็ยังทำประตูในลีกไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนเขาจะต้องพบกับความกดดันอยู่มากทำให้ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ 

อย่างไรก็ตามสถิติการยิงไปแล้ว 50 ประตูให้กับ ปราสาทสายฟ้า ไม่ใช่สิ่งที่ มาร์ซิโอ หรือกองหลังในไทยลีกคนไหนจะวางใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิโอโก เป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งทั้งลูกพื้นดินและกลางอากาศ ทั้งยังมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม สร้างโอกาสเข้าไปทำประตูเองได้อยู่ตลอดเวลา