พรีวิว บางกอกกล๊าส VS บุรีรัมย์ : ปราสาทลุ้นปิดจ็อบ?

ไทยพรีเมียร์ลีก / ลีโอ สเตเดี้ยม / 28 พฤศจิกายน 2015 / เวลา 19.00 น.

กระต่ายแก้วที่ต้องการรักษาสถิติไร้พ่ายในบ้านไปจนจบฤดูกาลจะต้องรอต้อนรับปราสาทสายฟ้าซึ่งหวังจะมาฉลองแชมป์ที่ลีโอ สเตเดี้ยม ใครจะเป็นฝ่ายบรรลุเป้าหมายติดตามความพร้อมได้ที่นี่

ก่อนเกม

แม้ผลงานระยะหลังจะตกลงไปจนทำให้ทีมต้องปลด ริคาร์โด โรดริเกวซ กุนซือชาวสเปนออกจากตำแหน่งก่อนเกมนี้เพียง 4 วัน แต่ บางกอกกล๊าส เอฟซี ก็ยังรักษาสถิติอันน่าภาคภูมิใจบนลีโอ สเตเดี้ยม เอาไว้ได้โดยเป็น 1 ใน 2 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านของตัวเอง ซึ่งอีกทีมก็คือคู่แข่งในเกมนี้อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

การบุกไปพ่ายแพ้ สระบุรี เอฟซี ทีมกลุ่มหนีตกชั้น 2-0 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับ "โรดริ" ที่ถูกวิจารณ์เรื่องแผนการเล่นที่เปลี่ยนจาก 4-4-2 มาเป็น 3-5-2 รวมการจัดตัวนักเตะลงสนามพอสมควร ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาถูกปลดออกไปเนื่องจากสถานการณ์ของทีมไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นหมดลุ้นอะไรในปีนี้

ริคาร์โด โรดริเกวซ โดนบางกอกกล๊าสปลดออกจากตำแหน่งก่อนเกมนี้เพียงไม่กี่วัน

ก่อนเกมนี้ บางกอกกล๊าส อยู่ในอันดับ 5 ของตาราง มี 51 คะแนน เท่ากับ สุพรรณบุรี เอฟซี อันดับ 4 และ ชลบุรี เอฟซี อันดับ 3 ซึ่งเป็นเป้าหมายของพวกเขาที่มีโอกาสกลับไปเล่นเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ในกรณีที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ ได้

ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจล่าสุดเปิดบ้านถล่ม นครราชสีมา เอฟซี 4-0 ในเกมนัดตกค้างกลางสัปดาห์ แม้ว่ารูปเกมโดยรวมจะไม่ได้พับสนามบุกข้างเดียวเหมือนหลายๆนัดก่อนหน้านี้ แต่ความแตกต่างก็คือการจบสกอร์โดยเฉพาะผู้เล่นต่างชาติอย่าง โก ซุล กิ ,อันเดรส ตูเญซ และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต เป็นคำตอบว่าทำไม เนวิน ชิดชอบ จึงตั้งค่าตัวเอาไว้สูงลิ่ว

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กำลังฮอตสุดๆกับ 3 นัด 8 ประตู

นอกจากความต้องการคว้าแชมป์ที่ลีโอ สเตเดี้ยม เพื่อเป็นการการันตีให้ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ยกถ้วยแชมป์สมัยที่ 4 มามอบให้ที่ ไอโมบาย สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นเกมนัดสุดท้ายในบ้านของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะพบกับ สระบุรี เอฟซี วันที่ 6 ธันวาคมแล้ว เป้าหมายของทีมที่ เนวิน ชิดชอบ ประกาศเอาไว้อีกก็คือการสร้างสถิติใหม่เพื่อเป็นทีมที่จบด้วยการมีแต้มสูงสุด 86 คะแนน ทำลายสถิติตัวเองที่ทำไว้ 85 คะแนน เมื่อปี 2011 เท่ากับว่าอีก 4 นัดที่เหลือพวกเขาจะต้องเก็บชัยชนะทั้งหมดแม้จะคว้าแชมป์ไปแล้วก็ตาม

และถึงบางกอกกล๊าสจะยังไม่แพ้ใครที่ลีโอ สเตเดี้ยม ในไทยพรีเมียร์ลีก แต่ก็เคยแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งสองนัดในฟุตบอลถ้วย โดยเฉพาะ เอฟเอคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ปราสาทสายฟ้าบุกมาถล่มถึง 3-1 ส่วนในโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายเช่นกัน ก็บุกมาเฉือนชนะด้วยการดวลจุดโทษ 4-2

เกมแรกของ อนุรักษ์ ศรีเกิด ในการคุมบางกอกกล๊าสเมื่อ 2 ปีที่แล้วคือการพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และการกลับมาคุมทีมอีกครั้งในปีนี้ก็ต้องเจอประเดิมเจอกับอดีตต้นสังกัดเก่าที่ต้องการมาคว้าแชมป์

ข่าวข้างสนาม

เจ้าถิ่นจะพลาดใช้งาน ประวีณวัช บุญยงค์ กองหลังดีกรีทีมชาติไทย ซึ่งมีอาการบาดเจ็บจากเกมนัดที่แพ้ สระบุรี เอฟซี 2-0 เพียงรายเดียว แต่ก็ไม่น่าเป็นปัญหาเมื่อผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟยังมี สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว ,แมตต์ สมิธ รวมถึง เจษฎากร เหมแดง ที่เล่นได้ ส่วนผู้เล่นอื่นๆพร้อมลงสนาม

ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งให้ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติไทย พักมาในเกม ถล่ม นครราชสีมา เอฟซี 4-0 น่าจะกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้แทนที่ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ดาวรุ่งช้างศึก U19 โดยแกนหลักอื่นๆยังเป็นชุดเดิม

ธีราทร บุญมาทัน ได้พักมาในเกมล่าสุดเพื่อให้สมบูรณ์เต็มที่สำหรับการบุกเยือนลีโอ สเตเดี้ยม

คีย์แมน : ดาร์โก ทาเชฟสกี้ VS โก ซุล กิ

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติมาซิโดเนียคือหัวใจในเกมรุกของกระต่ายแก้วที่คอยสร้างสรรค์เกมและบัญชาแดนกลาง ซึ่งการที่เขาได้รับบาดเจ็บในช่วงหลังมีผลอย่างมากกับฟอร์มที่ตกลงไปของกระต่ายแก้ว แต่ในเกมนี้ ทาเชฟสกี้ เจ้าของ 9 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จะกลับมาฟิตสมบูรณ์พร้อมลงมาสร้างปัญหาให้แผงหลังของปราสาทสายฟ้าแน่นอน

โก ซุล-กิ คือมิดฟิลด์ในแบบฉบับบ็อกซ์-ทู-บ็อกที่หาได้ยากในไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่ง เนวิน ชิดชอบ เคยให้นิยามในตัวของดาวเตะมาดนิ่งผู้นี้ว่าคือ ยาย่า ตูเร่แห่งบุรีรัมย์ และการเข้ามาของเขาทำให้แผงมิดฟิลด์ของปราสาทสายฟ้าแข็งแกร่ง แถมยังมีอาวุธเด็ดจากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษที่ทำมาให้เห็นในสองเกมหลังสุดอีกด้วย

ข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจ

  • บางกอกกล๊าส และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเพียงสองทีมในศึกไทยพรีเมียร์ลีกที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านฤดูกาลนี้
  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำสถิติชนะติดต่อกันมาแล้ว 12 นัด ซึ่งเป็นสถิติชนะต่อเนื่องมากที่สุดในปีนี้ของไทยพรีเมียร์ลีก
  • การพ่ายแพ้ในบ้านตัวเองของ บางกอกกล๊าส ปีนี้ 2 นัดเกิดขึ้นในบอลถ้วยและเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่บุกมาเอาชนะได้ทั้งสองเกมในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ
  • เพียงฤดูกาลนี้ทั้งสองทีมพบกันมาแล้วในทุกรายการทั้ง ถ้วย ก. ,ไทยพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และ โตโยต้าลีกคัพ เป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ชนะ 3 เสมอ 1 และ ยังไม่แพ้ใคร
  • หากนับตั้งแต่ปี 2010 ทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 16 นัด บุรีรัมย์ ชนะ 12 เสมอ 2 และ บางกอกกล๊าส ชนะ 2 นัด
  • อนุรักษ์ ศรีเกิด ประเดิมคุมทีมบางกอกกล๊าส ครั้งแรกเมื่อมีนาคมปี 2013 หลังได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาขัดตาทัพ ฟิล สตั๊บบินส์ และนัดแรกของเขาคือการพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เหมือนเช่นครั้งนี้ โดยเกมนั้นแข่งที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม ซึ่ง กระต่ายแก้ว ของโค้ชจุ่นแพ้ไป 2-0
  • บุรีรัมย์ ถือเป็นสโมสรแรกที่ โค้ชจุ่น เริ่มงานคุมทีมเต็มตัว แต่เป็น ทีมบุรีรัมย์ เอฟซี สมัยลงเล่นดิวิชั่น 2 เมื่อปี 2011