พรีวิว : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด VS ซานตง ลู่เหนิง

เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก | บุรีรัมย์ สเตเดียม | วันที่ 4 พฤษภาคม 2016 | เวลา 17.30 น.

ก่อนเกม

เกมนัดส่งท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนี้พวกเขามีโอกาสดีที่จะเก็บแต้มแรกเมื่อคู่แข่งอย่าง ซานตง ลู่เหนิง ก็ลอยลำเข้ารอบไปแน่นอนแล้ว

นับเป็นปีที่ ปราสาทสายฟ้า ทำผลงานได้ย่ำแย่สุดตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้มาเมื่อยังไม่สามารถเก็บได้แม้แต่แต้มเดียวจาก 5 นัด และยิงคู่แข่งได้เพียง 1 ประตูจากจุดโทษของ อันเดรส ตูเญซ ในเกมนัดที่แล้วซึ่งบุกแพ้ เอฟซี โซล 2-1

เชื่อกันว่า เนวิน ชิดชอบ และ อเล็กซานเดร กามา ก็ไม่ต้องการที่จะจบรอบแบ่งกลุ่มแบบมือเปล่าเมื่อจะได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนตัวเองนัดสุดท้าย ในสถานการณ์ที่พวกเขามีโอกาสแย่งแต้มจากซานตง ลู่เหนิง มากที่สุดเช่นนี้

ทีมอันดับ 3 จากไชนิส ซูเปอร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้จะทำผลงานในประเทศได้ไม่ดีเท่าไรเมื่อรั้งอันดับที่ 12 จากทั้งหมด 16 ทีมในเวลานี้ แต่สำหรับฟุตบอลถ้วยเอเชียพวกเขาสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นครั้งแรกรอบ 11 ปีเลยทีเดียว

หลังการเปิดบ้านเฉือนชนะ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ทำให้ ซานตง ลู่เหนิง การันตีการเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ด้วยการมี 10 คะแนน และแน่นอนว่าพวกเขาจะเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 เนื่องจากมีคะแนนตามหลัง เอฟซี โซล อยู่ 3 แต้ม โดยที่เฮดทูเฮดเป็นรอง เกมนัดสุดท้ายจึงไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น

ข่าวข้างสนาม

หลังจากต้องพ่ายแพ้ต่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-3 ซึ่งเป็นการเสียสถิติไม่แพ้ใครในลีก44 นัดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็พักผู้เล่นหลักหลายรายในเกมบุกชนะ บีบีซียู 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ธีราทร บุญมาทัน ,นัสตพล มาลาพันธ์ หรือ ไคโอะ เฟลิเป้

อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดร กามา ยืนยันแล้วว่าจะยังคงเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้สัมผัสเกมในระดับทวีปต่อเนื่องแม้ทีมต้องการคะแนนอย่างมาก ซึ่งทำให้ สุภโชค สารชาติ หรือ สิทธิโชค กันหนู ที่ลงมายิงประตูแรกในไทยลีกปีนี้เกมบุกชนะบีบีซียู รวมถึง เชาววัฒน์ วีระชาติ น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

พร้อมกันนี้เจ้าถิ่นยังไม่สามารถใช้งาน กรวิทย์ นามวิเศษ ,ชิติพัทธ์ แทนกลาง ,จักรพันธ์ แก้วพรม และ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่มีอาการบาดเจ็บได้ เช่นเดียวกับ เวสลีย์ เฟย์โตซา กับ คิม ซึง ยอง ที่ไม่มีชื่อรายการนี้ ฉะนั้น ไคโอะ เฟลิเป้ ต้องยืนค้ำในแดนหน้าแน่นอน

ส่วน ซานตง ลู่เหนิง ดูเหมือนว่าจะมองไปที่เกมลีกสุดสัปดาห์กับ เทียนจิน เต๋อด๋า มากกว่าที่จะมาเน้นในแมตช์ที่ไม่มีผลอย่างเกมนี้ เมื่อขนผู้เล่นสำรองแบบยกชุดโดยไม่มีต่างชาติอย่าง ดิเอโก ทาร์เดลลี ,วอลเตอร์ มอนติลโญ ,คาร์ลอส กิลแบร์โต และ ชูซิเล ร่วมทีมมาแม้แต่คนเดียว หรือกระทั้ง กุนซืออย่าง มาโน เมเนนเซส ก็ไม่ได้คุมทีมมาด้วยตัวเอง

คีย์แมน

หลี่ เหว่ย กองกลางหมายเลข 15 ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สโมสรแห่งนี้ภาคภูมิใจ เขาเติบโตมาจากเยาวชนฝึกหัดจนถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในปี 2005 กว่า 10 ปีในสีเสื้อ ซานตง ลู่เหนิ่ง เจ้าตัวลงสนามรับใช้ทีมไปมากกว่า 100 นัด ร่วมคว้าแชมป์ลีกกับทีมได้ 3 สมัย เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง และ 1 แชมป์ ไซนีส เอฟเอ ซูเปอร์คัพ

แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นประเภทตัวรุก แต่เขาเป็นนักเตะที่เล่นเกมรับได้ดี โดยเฉพาะบทบาทกองกลางตัวรับ เขาคอยปัดกวาดบอลแดนกลางให้กับทีมมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังเคยลงสนามช่วย ซานตง ลู่เหนิง เจอบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาแล้วทั้งในปี 2014 และซีซั่นล่าสุด ที่เอาชนะ ปราสาทสายฟ้า 3-0 เขาก็ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง

ด้วยประสบการณ์ที่มากมายของ มิดฟิลด์วัย 31 ปี บวกกับการเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ของผู้เล่น ซานตง ลู่เหนิ่ง เพียง 15 คน ทำให้คาดการณ์ได้ว่า เขาน่าจะเป็นผู้ตัวหลักของทีมในเกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม หลังการันตีการผ่านเข้ารอบด้วยอันดับ 2 ไปแล้วก่อนหน้านี้

ฤดูกาลที่ล้มเหลวสุดๆ ของปราสาทสายฟ้า ในฟุตบอลถ้วยเอเชีย ทำให้นัดสุดท้ายพวกเขาไม่มีทางเลือก ต้องกู้ศรัทธาแฟนบอลด้วยคะแนนติดมือในเกมที่ 6 ด้วยเกมรุกที่เพิ่งยิงคู่แข่งเพียง 1 ลูกจาก 5 นัด จากเขาคนนี้ ทำให้ อันเดรส ตูเญซ กลายเป็นความหวังของทีมทั้งในเรื่องของเกมรับ และเกมรุก

ปราการหลังดีกรีทีมชาติเวเนซุเอล่า ลงสนามแทบทุกนัดในฤดูกาลนี้ แม้จะมีโปรแกรมที่ค่อนข้างถี่ เนื่องจากเขามีความสำคญอย่างมากต่อระบบ 3-5-2 ของบุรีรัมย์ฯ ด้วยตำแหน่งการยืนที่อยู่ตัวกลางของระบบ หลัง 3 แถมยังคอยตะโกนสั่งการเพื่อนร่วมทีม คอยบัญชาเกมรับ และลุ้นขึ้นไปทำประตูจากลูกโหม่งหลายครั้ง
ดังนั้นนัดสุดท้ายที่สโมสรไม่มีอะไรจะเสีย เราคงได้เห็น กองหลังหมายเลข 5 เล่นถวายชีวิต ตามสไตล์ของเจ้าตัว ที่เป็นนักเตะประเภทเกลียดความพ่ายแพ้เข้ากระดูกดำ

สองกุนซือ

อเล็กซานเดร กามา อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่น้อยนับตั้งแต่การเข้ามาคุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อทีมประสบปัญหาทั้งผู้เล่นได้รับบาดเจ็บและสูญเสียความมั่นใจ แถมผู้เล่นใหม่ที่คว้าตัวมาร่วมทีมก็ทดแทนไม่ได้มาก ทำให้เห็นว่าเขาต้องยอมปรับระบบจาก 3-5-2 ที่ยึดมั่นมาตลอด หันมาเล่นระบบกองหลัง 4 คน อย่าง 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ในช่วงหลังๆ แต่ก็ยังแก้ปัญหาได้ไม่ดีมากนัก

“ช่วงหลังเรามีการปรับเปลี่ยนแท็คติคจากการเล่นหลัง 3 มาเล่น 4 คน เพราะว่าช่วงต้นฤดูกาลเราฟอร์มไม่ดี มีทั้งนักเตะบาดเจ็บ ติดโทษแบน แต่ผมเชื่อว่าเราจะเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และกลับสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้ง"

"พรุ่งนี้จะเป็นเกมสุดท้ายของเรา แม้เราจะตกรอบไปแล้วแต่ก็ยังเป็นเกมสำคัญ เราจะมีการหมุนเวียนนักเตะให้ทุกคนได้พิสูจน์ฝีเท้า เพราะเรามีโปรแกรมไทยลีกรออยู่ แต่เราจะเล่นเต็มที่เพื่อชื่อเสียงของสโมสรและศักดิ์ศรีของประเทศไทย เป้าหมายเราหวังไว้ที่ 3 แต้ม" กามา กล่าวถึงเป้าหมายของเขาในเกมนี้

ด้าน ซิดเนย์ โลโบ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของซานตง ลู่เหนิง ที่ได้รับมอบหมายจาก มาโน เมเนเซส ให้คุมทีมมาประเทศไทยแทนเนื่องจากตนเองมีอาการป่วย และต้องควบคุมการฝึกซ้อมของนักเตะตัวหลักอยู่ที่ประเทศจีน

ซิดเนย์ ถือเป็นมือขวาที่อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลผู้นี้เชื่อใจมากที่สุดเพราะติดตามทำงานมานานร่วม 10 ปีตั้งแต่สมัยคุมทีมเกรมิโอ เรื่อยมากระทั่งมาทำงานบนแผ่นดินเอเชีย

"นัดที่แล้วที่เราเจอกับบุรีรัมย์แม้ว่าเราจะชนะ (3-0) แต่บุรีรัมย์มีจุดเด่นที่การตั้งรับและสวนกลับซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งโค้ชบราซิลของบุรีรัมย์(อเล็กซานเดร กามา) เราก็รู้จักเป็นอย่างดี เขาสามารถพัฒนาการเล่นของบุรีรัมย์ได้ดี แต่แม้ว่าผู้เล่นของเราส่วนใหญ่ในเกมนี้จะอายุน้อยแต่พวกเขาเป็นผู้เล่นที่ มีความกระหายในการเล่นสูง" ซิดเนย์ กล่าวก่อนเกมนี้