พรีวิว ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีม : เชียงราย ยูไนเต็ด – บางกอกกล๊าส เอฟซี

ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีม | ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม | วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2559 | เวลา 18.00 น.

ก่อนเกม

นี่คือ 1 ใน 3 คู่ ของศึกช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีม ที่สองสโมสรจากลีกสูงสุดอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่สนาม ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม

เชียงราย ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบนี้ได้โดยการเปิดบ้านถล่มทีมร่วมลีกอย่าง บีบีซียู แบบถล่มทลายถึง 6-1 เรียกได้ว่าเริ่มต้นอย่างสวยงาม สำหรับเส้นทางในศึกบอลถ้วยฤดูกาลนี้ โดยได้ บรูโน่ เวลลิงตัน ระเบิดแฮทริกช่วยทีมคว้าชัย

อย่างไรก็ตาม ผลงานในลีกของ “กว่างโซ้งมหาภัย” พักหลัง กลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากที่เปิดฤดูกาลได้อย่างน่าประทับใจ แต่ 5 นัดล่าสุดในศึกโตโยต้า ไทย ลีก พวกเขาเก็บชัยได้แค่นัดเดียวเท่านั้น โดยเป็นการพ่ายแพ้ถึง 3 หน ด้วยกัน ทำให้อันดับบนตารางคะแนนรูดลงมาอยู่ที่ 6

ด้านทีมเยือนบางกอกกล๊าส รอบที่ผ่านมาก็ดุไม่น้อยหน้าเจ้าบ้าน จัดการเปิดรังทารุณกรรมกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ไปถึง 6-0 โดย ศูนย์หน้าจอมเก๋าของทีมอย่าง สุรชาติ สารีพิมพ์ ยังซัดแฮทริกได้อีกด้วย

ในส่วนของผลงานในลีก หลังจากพ่ายให้จ่าฝูงอย่างเมืองทอง ยูไนเต็ด 2-1 ก็ดูเหมือนจะยังเมาหมัดไม่หาย บุกไปเสมอกับอาร์มี ยูไนเต็ด ในเกมถัดมา แต่ก็กลับคืนฟอร์มเก่งได้ในล่าสุดที่เปิดรังเฉือนชนะนครราชสีมา เอฟซี ไป 2-1 ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของตารางคะแนนอีกครั้ง

ข่าวข้างสนาม

เจ้าบ้าน เชียงราย ยูไนเต็ด จัดการเสริมทัพกระหน่ำรับเลกสองไปถึง 8 คน แต่ผลงานของทีมกลับไปเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แม้นัดล่าสุดจะไม่ชนะ แต่ก็ถือว่ายังดีที่ไม่แพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่สอง สภาพทีมในตอนนี้สมบูรณ์พร้อมรบทุกตำแหน่ง ไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ และจะได้ตัวที่โดนแบนจากเกมก่อน พ้นโทษกลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมนี้อีกด้วย 

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เชียงราย ยูไนเต็ด - ผู้รักษาประตู: อินทรัตน์ อภิญญากุล กองหลัง: ศรันยู อินต๊ะราช, คาซูกิ มูราคามิ, ณัทธภณ วรทญานันทน์, ประทุม ชูทอง กองกลาง: ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, วันเฉลิม ยิ่งยง กองกลางตัวรุก: บดินทร์ ผาลา, เวลลิงตัน บรูโน, มงคล ทศไกร กองหน้า: มาร์ก บริดจ์

แม้จะไม่มีการเสริมทัพใดๆเพิ่มเติมต่อจากรายล่าสุดอย่างโรแมง กัสมี่ แต่ บางกอกกล๊าส เอฟซี ก็มีข่าวดีว่าจะได้ตัว “เจ้าทอช” ศิวกรณ์ แสงวงศ์ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามช่วยทีมได้อีกครั้ง และต้องบอกว่าสภาพทีมอยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบสุดๆ เพราะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะส่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงลงสนามดังนี้

ผู้รักษาประตู: นริศ ทวีกุล(GK) กองหลัง: เจษฏากร เหมแดง, แมทธิว สมิธ(C), คาลิฟ่า ซิสเซ่, พิชิต เกสโร กองกลาง: ศราวุฒิ มาสุข, พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์, ดาเนี่ยล โตติ, จักรพันธ์ พรใส กองหน้า: อาเรียล โรดริเกวซ, สุรชาติ สารีพิมพ์

คีย์แมน : มาร์ก บริดจ์ vs สุรชาติ สารีพิมพ์

มาร์ก บริดจ์ หัวหอกป้ายแดงของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ที่เพิ่งซัดเบิ้ลให้ทีมได้ในเกมกับบีบีซียูที่สนาม ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะพาทีมคว้าชัยได้ จบเกมเสมอกันไป 2-2 โดยในเกมนี้จะได้เล่นในบ้านอีกครั้ง รอรับการมาเยือนของทีมหัวตารางอย่างบางกอกกล๊าส เอฟซี

ปัจจุบันดาวยิงเชื้อสายออสซี่ ซัดไปแล้วกว่า 3 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด เป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งปีกซ้ายและกองหน้า โดยเป็นกำลังสำคัญของ เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส มาตลอด 4 ปี ยิงไป 25 ประตูจาก 95 เกม ช่วยให้ทีมเข้ารอบแกรนด์ ไฟนัล เป็นหนที่ 3 จาก 4 ปีที่ค้าแข้งกับสโมสร และเคยมีชื่อติดทีมชาติออสเตรเลียชุด ยู-21, ยู-23 รวมถึงทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วก่อนลัดฟ้ามาประเทศไทย ถือว่าเป็นตัวอันตรายของทีมเยือนอย่างแท้จริง

สุรชาติ สารีพิมพ์ หัวหอกจอมเก๋าของบางกอกกล๊าส เอฟซี อยู่ในช่วงฟอร์มฮอตเหมือนปีก่อนที่ค้าแข้งให้กับเพื่อนตำรวจ ลงสนามเป็นตัวจริงก็ทำประตูได้บ่อยครั้ง แถมยามที่ถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง ก็สร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อยู่เสมอ

จุดเด่นของ สุรชาติ คงหนีไม่พ้นความขยันที่วิ่งไล่บอลได้ไม่มีหมด บวกกับการวิ่งหาช่องที่จัดว่าเหลือร้าย อีกทั้งยังมีเบสิคที่ดีเยี่ยม เล่นได้เข้าขารู้ใจกับหัวหอกตัวฉกาจของทีมอย่างอาเรียล โรดริเกซ จากที่เห็นในเกมล่าสุดกับนครราชสีมา เอฟซี ที่ทำชิ่งทะลวงแนวรับ “สวาทแคท” สวยๆได้หลายจังหวะ นอกเหนือจากนี้ความเฉียบคมในการจบสกอร์ และลูกโหม่งก็ไม่เป็นสองรองใคร เจ้าบ้านเผลอเมื่อไหร่อาจมีน้ำตาตก

สองกุนซือ

การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ทำได้อย่างเหนือความคาดหมาย และประคับประคองผลงานดีได้เรื่อยมาจนจบเลกแรก ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร เทงบให้เลือกจับจ่ายใช้สอยนักเตะเข้าทีมได้มากมาย รวมไปถึงบิ๊กดีลอย่าง มาร์ก บริดจ์ ที่ฟอร์มตอนนี้กำลังฮอตเหลือเกิน

ทว่าผลงานในเลกสองกลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ นัดล่าสุดในศึกโตโยต้า ไทย ลีก พวกเขาเก็บชัยได้แค่นัดเดียวเท่านั้น ยังดีที่นัดล่าสุดรักษาผลเสมอได้ ทำให้ไม่แพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน และขาเก้าอี้ของ “โค้ชโจ” ก็ยังคงแข็งแรง สำหรับเกมนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม เพื่อพาทีมคืนฟอร์มเก่งและคว้าชัยให้ได้

“โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ เข้ารับงานคุมทีมขัดตาทัพต่อจาก “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านั้น นัดแรกของการรับหน้าที่ข้างสนาม ก็พาทีมบุกไปชนะซุปเปอร์พาวเวอร์ได้ 2-1 เรียกได้ว่าประเดิมสวยพอสมควร

นัดถัดมาที่เปิดบ้านเจอกับจ่าฝูง เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ต้านทานความแข็งแกร่งของจ่าฝูงไม่ไหว จนเป็นฝ่ายพ่ายไป 2-1 ทว่าหลังเกม “โค้ชง้วน” กลับบันดาลโทสะด่าทอผู้ตัดสินในห้องแถลงข่าว จนถูกสั่งปรับเงินและโดนแบนคุมทีมข้างสนาม 2 นัด ซึ่งครบกำหนดไปแล้วในเกมกับนครราชสีมา เมื่อสุดสัปดาห์ และจะได้กลับมายืนประจำการณ์ที่เดิมอีกครั้งในเกมนี้