พรีวิว : ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : หนทางสู่รอบรองชนะเลิศ

ช้าง เอฟเอ คัพ | รอบก่อนรองชนะเลิศ | วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

สุโขทัย เอฟซี vs การท่าเรือ เอฟซี

เวลา 19.00 น. | สนามทุ่งทะเลหลวง

ถึงเวลากลับคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งสำหรับ “ค้างคาวไฟ” ที่ผลงานกำลังย่ำแย่ หลังจากเพิ่งพ่ายมา 3 นัดติดต่อกันในลีก กว่าจะผ่านมาถึงรอบนี้ได้ ต้องลุ้นกันเหนื่อยจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ บุกไปคว้าชัยเหนืออาร์มี่ ยูไนเต็ด 3-4 แบบสุดมัน สำหรับสภาพทีมก่อนเกมนี้ สมบูรณ์พร้อมลงสนามเกือบทั้งทีม เนื่องจากมีบางส่วนที่เพิ่งผ่านการทดสอบความฟิตมาแบบสดๆร้อนๆ อีกทั้งผู้เล่นตัวหลักที่ได้พักในเกมลีกนัดล่าสุด ก็จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 แข้งใหม่ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในเลกสองอย่าง สันติราษฎร์ เวียงอินทร์, ศุภชัย แม้นจิต และ อเล็กซ์ ราฟาเอล ดา ซิลวา

ทางฝั่ง “สิงห์เจ้าท่า” ที่จะยังคงไม่มีแฟนบอลตามไปเชียร์ติดขอบสนามอีกเช่นเคย ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ หลังผลงานล่าสุดแสดงให้เห็นว่าพวกเขาขาดแรงกระตุ้นเมื่อไร้เสียงเชียร์จากข้างสนาม ล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้นครปฐม ยูไนเต็ด 2-1 แต่สำหรับผลงานรอบที่ผ่านมาถือว่าดีเยี่ยม เมื่อจัดการเชือดทีมไทยลีกอย่างศรีสะเกษ เอฟซี 2-0 แต่ในเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งานสองแข้งตัวเก่งอย่าง เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ ที่มีอาการป่วย กับ วุฒิชัย ทาทอง ที่ซี่โครงหักจากเกมกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องพักนานกว่าเดือนครึ่ง และรายสุดท้ายที่จะพลาดลงช่วยทีมคือ สถาพร แดงศรี ที่ติดคัพไท

เมืองทอง ยูไนเต็ด vs ชลบุรี เอฟซี

เวลา 19.00 น. | สนามราชมังคลากีฬาสถาน

แม้จะไม่มีแฟนบอลให้กำลังใจข้างสนาม แต่ผลงานของทัพ “กิเลนผยอง” ยังคงยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ถล่มเอาชนะ บีบีซียู ไปถึง 5-1 และรอบที่ผ่านมาก็โชว์ฟอร์มหรู เปิดบ้านเอาชนะคู่อริตลอดกาลอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไป 3-1 สำหรับสภาพทีมก่อนเกมวันนี้ต้องบอกว่าสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ, ติดโทษแบน หรือติดคัพไทแม้แต่คนเดียว แต่อาจต้องรอเช็คสภาพความฟิต มิคาเอล เอ็นดรี้ หัวหอกชาวฝรั่งเศส ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ คาดว่าน่าจะมีการโรเตชั่นนักเตะตัวหลัก เพื่อให้ได้พักร่างกายหลังจากกรำศึกหนักให้ทั้งทีมชาติและสโมสร

ทางฝั่ง “ฉลามชล” ก็ยังฟอร์มดีไม่มีตก ไม่แพ้ให้ใครหน้าไหนเลยจาก 6 นัดหลังสุดในทุกรายการ รวมถึงเกมที่แล้วที่ไปกระหน่ำบุกใส่รองจ่าฝูงอย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด แม้จะจบด้วยผลเสมอ แต่ถือว่าพวกเขาทำได้ดีมากๆ แต่ในเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อันแดร์สัน ดอส ซานโต๊ส ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และมีติดคัพไท 3 ราย คือ ปรินซ์ อัมปองซาห์, นัสตพล มาลาพันธ์ และ อดิศักดิ์ หาญเทศ แต่มีข่าวดีคือปราการหลังตัวหลักอย่าง สุทธินันท์ พุกหอม สลัดอาการบาดเจ็บหายขาดแล้ว แต่ต้องรอเช็คสภาพความฟิตอีกครั้งก่อนลงสนาม

ชัยนาท เอฟซี vs สุพรรณบุรี เอฟซี

เวลา 19.00 น. | สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม

เจ้าบ้าน “นกใหญ่พิฆาต” ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้โดยการเปิดบ้านเอาชนะ นนทบุรี เอฟซี ไป 2-1 ล่าสุดก็เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดยอด คัมแบ็คกลับมาชนะได้ 2-4 หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังถึงสองประตู ส่วนดาวยิงเบอร์หนึ่งอย่าง ฟลอรองต์-ซินาม่า ปงโกลล์ ที่บาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวในเกมดังกล่าว ยังต้องรอเช็คสภาพความฟิต เช่นเดียวกันกับ อาทิตย์ บุตรจินดา ฮีโร่จากรอบที่แล้ว และ นรุตม์ชัย นิ่มบุญ สุดท้ายคือจะหมดสิทธิ์ใช้งาน จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และ ปริญญา อู่ตะเภา ที่มีอาการบาดเจ็บข้อเท้า

ด้านทีมเยือน “ช้างศึกยุทธหัตถี” ผลงานในลีกยังคงลุ่มๆดอนๆไม่เปลี่ยน อดิศักดิ์ หาญเทศ 5 นัดหลังสุด แพ้ให้คู่ต่อสู้ถึง 3 หน แต่รอบที่ผ่านมาของศึกช้าง เอฟเอ คัพ นับว่าน่าประทับใจ เมื่อเอาชนะทีมร่วมลีกอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ไป 1-0 จากประตูชัยของ ธนาสิทธิ์ สิริผลา ที่น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ด้วย แต่ทว่าจะพลาดโอกาสใช้งานสองผู้เล่นหลักอย่าง ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ ธฤติ โนนศรีชัย ที่ติดคัพไท นอกเหนือจากนี้ก็พร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง หวังไปให้ไกลที่สุดเพื่อประสบความสำเร็จในรายการสุดท้ายที่ยังพอมีหวังของปีนี้