พรีวิว ซีเกมส์ 2017 ไทย vs ฟิลิปปินส์ : ช้างศึกเริ่มเครื่องร้อน

ซีเกมส์ | รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สี่ | วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2560 | เวลา 15.00 น. | สนาม เซลายาง | ช่อง 3 ถ่ายทอดสด

ก่อนเกม

ช้างศึกยู22 ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เริ่มเล่นได้ประทับใจมากขึ้นในนัดล่าสุด โดยเฉพาะเกมครึ่งหลังที่ถล่มกัมพูชาไป 3 - 0 เหล่านักเตะมีความมั่นใจมากขึ้นเล็กน้อย และต่อบอลได้ไหลลื่นในระดับที่พอใช้ได้ แต่เกมนัดต่อไปพวกเขาไม่มี ชัยวัฒน์ บุราณ รองกัปตันทีม ที่ไปเล่นนอกเกมใส่ผู้เล่นของกัมพูชา จนโดนใบแดง และถูกโทษแบน 2 เกมด้วยกัน ทั้งนี้พวกเขาจำเป็นต้องชนะฟิลิปปินส์ เพื่อโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป ซึ่งอาจจำเป็นต้องวัดกันถึงนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ที่พบกับเวียดนาม

ด้าน ฟิลิปปินส์ ยู22 ปี ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ลอน มาโร ประเดิมสนามในทัวร์นาเม้นต์นี้ ด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจ พวกเขาชนะกัมพูชา 2 - 0 แต่ 2 เกมล่าสุด โดนอินโดนีเซีย ถล่ม 0 - 3 ตามด้วยโดนเวียดนามถลุงไปอีก 0 - 4

สำหรับทั้งสองทีม เคยพบกับเพียงครั้งเดียว นับตั้งแต่ฟุตบอล ชายซีเกมส์ ปรับระบบมาใช้ผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดที่พบกัน คือ ปี 2005 ที่มะนิลา, ประเทศฟิลิปปินส์ ปรากฏว่าไทยชนะ 1 - 0 จากการทำประตูของ จักรกริช บุญคำ ส่วนรายการอื่นๆ ไทยยู 23 พบกับฟิลิปปินส์ ยู 23 ล่าสุดในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อปี 2015 ซึ่ง “ช้างศึกจูเนียร์” ที่มี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทีมในขณะนั้นชนะไป 5 - 1 โดยเจนรบ สำเภาดี กัปตันทีมซีเกมส์ 2017 นี้ ยิงประตูได้ด้วย

ข่าวข้างสนาม

เกมนี้ “โค้ชโย่ง” หมดสิทธิ์ใช้งาน ชัยวัฒน์ บุราณ ที่โดนใบแดงโทษฐานเล่นนอกเกมในนัดที่ถล่มกัมพูชา และอาจโดนยาวถึงเกมพบเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ศศลักษณ์ ไหประโคน พร้อมอาสาขยับขึ้นมาเป็นปีกซ้าย ขณะที่ เควิน ดีรมรัมย์ เป็นอีกคนที่พอจะเล่นได้ แม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุด เพราะเป็นแบ็คธรรมชาติมากกว่า โดยเกมนี้  “โค้ชโย่ง” น่าจะโรเตชั่นผู้เล่นบางคน เพื่อเก็บรักษาความสด ก่อนฟัดกับเวียดนามนัดส่งท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี  

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของไทย ผู้รักษาประตูยังเป็น นนท์ ม่วงงาม  กองหลัง วรวุฒิ นามเวช , ชินภัทร ลีเอาะ , ศฤงคาร พรหมสุภะ, เควิน ดีรมรัมย์ ส่วนกองกลางมี เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, นพพล พลคำ และพิชา อุทรา ที่น่าได้ยืนเป็นตัวจริงต่อไป ส่วนหน้าทั้ง 3 คน ศศลักษณ์ ไหประโคน, มนตรี พรหมสวัสดิ์, และ สิทธิโชค กันหนู อาจได้ยืนเป็นหน้าเป้าเกมนี้  

ด้าน ฟิลิปปินส์ เกมนี้น่าจะยังใส่ชุดเต็ม เพื่อหวังคว้าคะแนน ผู้รักษาประตู เรย์ โฆเซป โฆเยล ยังน่าจะยืนเฝ้าเสาต่อไป กองหลังประกอบไปด้วย คริสเตียน ลาปาส, โคอูชิ เบลกิร่า ยอดดาวรุ่งลูกครึ่งญี่ปุ่น, ฆูเลี่ยน คลารินโญ่, โฆชัว กรอมเมน, ฆูเนลล์ เบาติสต้า กองกลางมี ดีแลน เดอ บรุ๊คเกอร์, ดาเนี่ยล กาเดีย, จอร์แดน จาร์วิส กองหน้ามี เฌเรเมียห์ บอร์ลันกัน กับ โรแบร์โต กอร์ซาเม จูเนียร์
 

คีย์แมน : ศศลักษณ์ ไหประโคน vs ดาเนียล กาเดีย

ศศลักษณ์ แบ็คซ้ายจากบุรีรัมย์ ยุไนเต็ด น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ เพราะการขาดหายไปของชัยวัฒน์ บุราณ ซึ่งเกมที่พบกับกัมพูชา เขาลงมาเป็นตัวสำรอง และสร้างความวูบวาบในเกมรุกได้พอสมควร และหาจังหวะจบสวยๆ ได้ 2 - 3 ครั้ง น่าเสียดาย ที่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้… เกมนี้ หากเขาได้ยืนเกมทางกราบซ้าย เขาน่าจะเป็นตัวทีเด็ดในการทะลุทะลวงแนวรับของฟิลิปปินส์

ด้าน ฟิลิปปินส์ นั้น...แน่นอนว่าพวกเขาต้องเล่นแบบเน้นเกมรับเป็นพิเศษ เพื่อหวังต้านไม่ให้ไทยยิงได้เยอะๆ เหมือนกับที่พวกเขาโดนอินโดนีเซีย กับ เวียดนามถลุงกันไปก่อนหน้านี้ และอาศัยจังหวะโต้กลับเร็วในการเจาะทีมไทย ซึ่งผู้เล่นหัวใจสำคัญของทีมอย่าง ดาเนียล กาเดีย จากเมรัลโก มะนิลา ทีมจ่าฝูงของลีกแดนตากาล็อกขณะนี้ ที่เล่นได้ทั้งปีก และกองหน้า น่าจะเป็นศูนย์กลาง ในการขับเคลื่อนเกมรุกบุกสวนทีมไทย ซึ่งปีนี้เขาทำไปแล้ว 2 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ในลีกบ้านเกิด