พรีวิว : ชลบุรี เอฟซี - บางกอกกล๊าส เอฟซี

โตโยต้า ไทยลีก | ชลบุรี สเตเดียม | วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2559 | เวลา 19.00 น. 

ก่อนเกม 

ฉลามชลที่ชนะเพียงเกมเดียวจาก 6 นัดหลังสุดต้องการเรียกศรัทธาคืนในเกมบิ๊กแมตช์ที่รอรับมือทีมหัวตารางอย่างกระต่ายแก้วซึ่งกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง 
 
11 เกมที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับชลบุรี เอฟซี ในยุค "REBOOT”  เมื่อ เทิดศักดิ์ ใจมั่น กุนซือมือใหม่ยังต้องควานหา 11 ตัวจริงชุดที่ดีที่สุดสำหรับทีม พร้อมๆกับแก้ปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บมากกว่าที่จะมุ่งหน้าคว้าชัยเมื่อบรรดาบิ๊กทีมหัวตาราง 
 
เกมที่บุกไปเสมอกับ ราชบุรี มิตรผล 0-0 เป็นอีกนัดที่ เทิดศักดิ์ ทดลองปรับมาเล่น 4-4-2 และดร็อป โรดริโก แวร์จิลิโอ เป็นสำรองในช่วงแรก ก่อนเปลี่ยนลงมาใน 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง ซึ่งก็ยังทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร น่าจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าไรของเจ้าตัว 
 
แนวรุกถือเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาของฉลามชล พวกเขาทำได้เพียง 2 ประตูจาก 5 นัด ยิ่งการขาดปกเกล้า อนันต์ ที่มีอาการบาดเจ็บทำให้การขับเคลื่อนบอลจากแดนกลางขึ้นมาค่อนข้างลำบาก และยังขาดอาวุธจากแถวสองด้วย 
 
ด้าน บางกอกกล๊าส เอฟซี เกมที่ผ่านมาถือว่าเอาตัวรอดในบ้านตัวเองได้เมื่อกลับมาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 3-1 ในสถานการณ์ที่เกือบถูกตีเสมอจากจุดโทษแต่ยังได้ นริศ ทวีกุล นายทวารมือหนึ่งซึ่งหายป่วยกลับมาเฝ้าเสาเซฟได้ 
 
การกลับมาของ นริศ ถือว่ามีผลต่อความมั่นใจในเกมรับของกระต่ายแก้วอย่างมาก ขณะที่ วัลลภ แซ่จิ๋ว มีจังหวะพลาดง่ายๆหลายครั้งจนทีมเสียประตู 
 
ขณะที่เกมรุก 3 ประสานอย่าง อาเรียล อารายา ,โตติ ,ดาร์โก ทาเชฟสกี้ และ ศราวุฒิ มาสุข เล่นกันได้เข้าขาทีเดียวในเกมนัดล่าสุด ทำให้การบุกดูเนียนตา ซึ่งน่าจะเป็นงานหนักของแนวรับฉลามชลไม่น้อยในการรับมือ 

ข่าวข้างสนาม 

นอกจากปกเกล้า อนันต์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนและน่าจะพลาดลงสนามในเกมนี้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ชลบุรี ยังจะไม่มี คิม โช โร ที่สะสมใบเหลืองครบ 4 ใบต้องถูกแบน 1 นัด ทำให้แดนกลางน่าจะมีปัญหาพอสมควรทีเดียว 
มีความเป็นไปได้ว่า เทิดศักดิ์ ใจมั่น จะดัน แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต้ส จากตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์คู่กับ ณรงค์ จันทร์เสวก และให้ ชลทิตย์ จันทคาม จับคู่กับ คิม จอง พิล ในเกมรับ โดยมี นพนนท์ คชพลายุกต์ เล่นแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายมี กรกช วิริยอุดมศิริ ประจำการ ชนินทร์ แซ่เอียะ เฝ้าเสาเช่นเดิม 
 
แนวรุก ประกิต ดีพร้อม เดินเกมอยู่ด้านหลัง 3 ประสานแดนหน้าซึ่ง โรดริโก แวร์จิลิโอ น่าจะได้กลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ขนาบข้างด้วย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ นูรูล ศรียานเก็ม 
 
ส่วนบางกอกกล๊าส เอฟซี ของ อนุรักษ์ ศรีเกิด สภาพทีมค่อนข้างพร้อมกว่านอกจากจะได้ นริศ ทวีกุล กลับมาเฝ้าเสาแล้ว ยังไม่มีปัญหานักเตะเจ็บและติดโทษแบนทำให้จัดตัวผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามได้ โดยจะยังใช้ระบบ 3-4-1-2 
แนวรับประกอบด้วย   ปิยะชนก ดาฤทธิ์ , แมตต์ สมิธ และ สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว ขยับขึ้นมาแดนกลาง ริมเส้นซ้ายขวา บดินทร์ ผาลา กับ ศราวุฒิ มาสุข มิดฟิลด์คู่กลาง ศิวกร แสงวงศ์ กับ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ขณะที่ ดาร์โก ทาเชฟสกี้ เป็นเพลเมกเกอร์ คู่หน้า อาจปรับใช้งาน ลาซารัส คาอิมบี้ ที่มีความเร็วแทนโตติ คู่กับ อาเรียล อารายา 
 
คีย์แมน : คิม จอง พิล VS อาเรียล อารายา 
หาก เทิดศักดิ์ ใจมั่น ตัดสินใจดัน แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต้ส ขึ้นไปเล่นกองกลางแทน คิม โช โร นั่นจะทำให้บทบาทนักในเกมรับตกมาที่เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวเกาหลีใต้อย่างแน่นอน 
กองหลังวัย 24 ปีเริ่มต้นกับฉลามชลด้วยตำแหน่งแบ็กขวาซึ่งดูจะทำให้เขาแสดงศักยภาพได้ไม่ดีเท่าที่ควรแต่ภายหลัง สุทธินันท์ พุกหอม ได้รับบาดเจ็บทำให้เขากลับมาเล่นในตำแหน่งถนัดและทำผลงานได้ดีเมื่อยืนคู่กับแอนเดอร์สัน โดยเกมนี้เขาต้องหยุดศูนย์หน้าที่กำลังร้อนแรงสุดๆในลีกอีกด้วย 
 
ผลงานการทำ 10 ประตูจาก 10 นัดถือเป็นการเปิดตัวแข้งหน้าใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ อาเรียล อารายา กองหน้าที่กำลังลุ้นติดทีมชาติคอสตาริกาไปแข่งทัวร์นาเม้นท์ โคปา อเมริกา และนอกเหนือจากสถิติทำประตูที่อันตรายแล้วเขายังเปรียบเสมือนตัวนำโชคของทีมเพราะเมื่อใดที่เจ้าตัวใส่สกอร์ได้ทีมจะสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 7 จาก 8 เกมที่ผ่านมา ฉะนั้นหากว่าฉลามชลอยากมีแต้มในเกมนี้พวกเขาคงต้องทำการบ้านรับมือดาวยิง 26 ปีรายนี้ให้ดี 

สองกุนซือ : เทิดศักดิ์ ใจมั่น - อนุรักษ์ ศรีเกิด

นอกเหนือจากเกมการแข่งขันที่น่าสนใจแล้วการดวลกึ๋นกันของสองกุนซือที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโค้ชหนุ่มไฟแรงแห่งยุคก็น่าติดตามไม่แพ้กัน โดยทางฝั่งของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น เพิ่งมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์เฮดโค้ชเต็มตัวเป็นครั้งแรกและจากผลงานที่ผ่านมาต้องบอกว่าเขายังพาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะรูปเกมที่ดูจะยังไม่ลงตัวและไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร อีกทั้งต้องเผชิญปัญหาจัดทัพอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการกลับมาเล่นในบ้านนัดนี้โจทย์ของเขาน่าจะมีเพียงอย่างเดียวคือพาทีมเก็บ 3 คะแนนให้ได้
 
ส่วน อนุรักษ์ ศรีเกิด แม้ว่าจะอยู่ในสถานะโค้ชหนุ่มเช่นกันแต่ที่ผ่านมาเขาก็มีประสบการณ์คุมทีมที่เหนือกว่า เทิดศักดิ์ ใจมั่น เพราะเคยเป็นกุนซือให้ทั้ง บุรีรัมย์ เอฟซี , พัทลุง เอฟซี และ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รวมถึงคุมกระต่ายแก้วครั้งแรกเมื่อปี 2014 ก็พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาครองได้ทันที และขณะนี้ก็กำลังพาทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเล่นที่ดุดันเห็นได้จากเกมรุกที่ยิงไปแล้ว 27 ประตูมากที่สุดในลีก ฉะนั้นน่าสนใจว่าด้วยกึ๋นและฝีมือที่ไม่ธรรมดาของเขาจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเป็นของจริงหรือไม่เมื่อต้องเผชิญหน้าอีกหนึ่งทีมใหญ่อย่างฉลามชล