พรีวิว : ซุปเปอร์พาวเวอร์ vs อาร์มี่ ยูไนเต็ด : ศึกหนีตาย

โตโยต้า ไทยลีก 2016 | แข่งขันวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 | เวลา 19.00น. | สนาม เอ็ม พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี ทีมอันดับ 17 เพิ่งถูก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี หยุดสถิติ ไม่แพ้ 5 เกมติดต่อกัน (ชนะ4) แต่ก็ส่งผลให้พวกเขามีคะแนนที่กระเตื้องขึ้นมา และมีโอกาสที่ดี ในการทำคะแนนแซงหลุดโซนพื้นที่สีแดง(ลุ้นให้ทีมอื่นสะดุดด้วย) หากเกมนี้เอาชนะ อาร์มี ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 15 ที่มีแต้มเหนือพวกเขาเพียง 2 คะแนนเท่านั้น นอกจากนี้ยังตามหลัง ทีมอันดับ 13 ราชนาวี คู่แข่งในเกมนัดสุดท้าย แค่ 3 คะแนนเท่านั้น

อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 15 ฟอร์มสะดุดอย่างหนักในช่วง 2 เดือนหลัง พวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่ 2 นัด เสมอ 2 และแพ้ไป 6 เกม ทำให้จากเดิมที่สถานการณ์มีลุ้นจบกลางตาราง ต้องมาดิ้นรนหนีตาย เพราะทีมที่ตามหลังอยู่อย่าง ชัยนาท ฮอร์นบิล และ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ต่างเร่งใส่เกียร์เดินหน้าทำคะแนนจี้มาติด

ที่สำคัญโปรแกรม 3 นัดต่อจากเกมนี้ สุภาพบุรุษกงจักรมีงานยากในการบุกไปเยือน เมืองทอง ยูไนเต็ด และ แบงค็อก ยูไนเต็ด สองทีมลุ้นแชมป์อีกด้วย

สำหรับการพบกัน 7 ครั้งหลังสุด สถิติค่อนข้างสูสี ผลัดกันแพ้ชนะ โดย เดอะพาวเวอร์ ชนะ 4 และ อาร์มี่ ชนะ 3 ไม่มีการเสมอ โดยฤดูกาล 2016 เลกแรก อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ตัดสินใจไม่ใช่ชื่อ มงคล ทศไกร ก่อนย้ายไปเปิดตัวในอีกไม่กี่วันต่อมา กับ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาชนะ ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ไปได้ 2-0

ข่าวข้างสนาม

เดอะ พาวเวอร์ ของโค้ชเบ๊ ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก มีปัญหาเรื่องผู้เล่นพอสมควร เมื่อหมดสิทธิ์ใช้งาน ศักดิ์ดา เจิมดี ที่ยังเจ็บอยู่ เช่นเดียวกับ อภิภู สุนทรพนาเวศ และ เดนนิส มูรีลโล่ สองแนวรุกตัวความหวังที่รอเช็คความฟิกอีกครั้ง นอกนั้นพร้อมทำศึกหนีตายกับอาร์มี่ ยูไนเต็ด

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : ฉัตรชัย บุตรพรหม – กองหลัง : ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง, เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร, วันใหม่ เศรษฐนันท์, ศักดิ์ดา ฝ่ายอินทร์ กองกลาง : เจษฏา พั่วนะคุณมี, ลี ฮยอน วุง, บวร ตาปลา กองหน้า : แอนโธนี โคเมนัน, แซดนีย์ อูริโคป, สมปอง สอเหลบ

สุภาพบุรุษกงจักร ของกุนซือ พ.ท.วัชรกร อันทะคำภู สภาพทีมน่าจะลงตัวขึ้น เมื่อได้ห้องเครื่องคนสำคัญอย่าง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร กลับมาคุมแดนกลาง ส่วน ไค ฮิราโนะ ปีกตัวเก่งชาวญี่ปุ่น น่าจะไม่ได้ลงสนามเนื่องจากยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ โดยฝากความหวังเกมรุกไว้ที่ โจซิมาร์

สำหรับ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : ฮัสซัน ซันนี่ – กองหลัง : ดาวุฒิ ดินเขต, ซเดนโก คาปราลิก. ฟรานเชสโก ฟราวเชส ธรรมรัตน์ แว่นมณี – กองกลาง : ธีระพล เยาะเย้ย, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม – กองหน้า : นิพนธ์ คำทอง, ธนากรณ์ แดงทอง, โจซิมาร์

คีย์แมน

แซดนีย์ อูริโคป ดาวยิงหมายเลข 10 สร้างเกมรุกได้น่าตื่นตาตื่นใจ ทันทีที่หายเจ็บ แม้ช่วงแรกต้องแบกรับแรงกดดันจากความคาดหวังและผลงานทีมที่ไม่ดี แต่วันนี้เขาได้ตอบแทนให้เห็นแล้วว่า การตัดสินใจเก็บตัวเขาไว้ใช้งานของ ไพโรจน์ วรรัตน์ดิลก สำคัญต่อทีมมากเพียงได้

เขาลงสนามช่วยทีมไปทั้งสิ้น 16 นัดยิงได้ 9 ประตู และช่วงหลังที่ผลงานทีมชนะได้บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งก็มาจากความยอดเยี่ยมของเจ้าตัวนั่นเอง ดังนั้นหากจะหาใครสักคนที่สามารถชี้เป็นชี้ตาย ในจังหวะสำคัญได้ของทีมเดอะ พาวเวอร์ ก็คงต้องยกให้กับ แซดนีย์ อูริโคป

โจซิมาร์ ยอดกองหน้าชาวบราซิล ที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้สบาย ผลพ่วงจากค้าแข้งในลีกแดนปลาดิบมาอย่างยาวนาน เขามีความเร็ว รูปร่างสูงใหญ่ รู้จักบอลเอเชียเป็นอย่างดี และมีทีเด็ดในการลูกยิงที่หนักหน่วง ทรงประสิทธิภาพ

กองหน้าเบอร์ 7 ถือเป็นขีปนาวุธชั้นเยี่ยมในทีมอาร์มี่ ที่เต็มไปด้วยนักเตะไทยดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ เขาส่งกระสุนเข้าสู่ก้นตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 15 ประตู จ่ายให้เพื่อนอีก 5 แอสซิสท์ จาก 23 นัดที่ลงสนาม สถิติบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขามีความสำคัญกับทหารบกมากแค่ไหนยามลงสนามแทบทุกนัด

สองกุนซือ

ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก กุนซือลูกหม้อพลังเอ็ม เริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลกับทีมโอสถสภาฯ จนแขวนสตั๊ด ทำทีมเยาวชน เป็นผู้ช่วยโค้ช กระทั่งได้รับโอกาสทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ ก่อนผละตัวเองออกมา และช่วยให้ สระบุรี เอฟซี รอดพ้นการตกชั้นอย่างเหนือปาฏิหาริย์ ในฤดูกาล 2015

ซีซั่นนี้ เจ้าตัวกลับมารับเผือกร้อน หลังจาก โอสถสภาฯ ในยุคของ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ผลงานค่อนข้างแย่ในช่วงต้นฤดูกาล ไพโรจน์ แทบไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างทีม เพราะคุ้นเคยนักเตะเป็นอย่างดี เน้นใช้จิตวิทยา และแท็คติก ค่อยๆเปลี่ยนแปลงผลงานทีมและผลการแข่งขัน จนมีลุ้นรอดพ้นการตกชั้น ซึ่งหากย้อนไปช่วง 6-7 เกมก่อนหน้านี้ คงต้องบอก เดอะ พาวเวอร์ น่าจะรอดยาก ดังนั้นเกมนี้ไม่ต้องคิดมาก ทำอย่างไรก็ได้ให้ทีมชนะ

พ.ท.วัชรกร อันทะคำภู กุนซือลูกหม้อของทหารบกเช่นกัน เล่นฟุตบอล เป็นสตาฟฟ์โค้ช จนกระทั่งถูกดันขึ้นมาทีมหนีตายช่วงปลายฤดูกาลและทำสำเร็จ แม้อาจจะไม่ต้องเหนื่อยเท่ากับ ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก ฤดูกาลต่อมา เสธ.เหนียว จึงได้รับบทบาทเป็นโค้ชใหญ่เต็มตัว ในวาระพิเศษฉลอง 100 ปีการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลกองทัพบก

แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด ตัวผู้เล่นกำลังหลักย้ายออกไป และนักเตะถูกดึงเข้ามาล้วนเป็นแข้งกำลังพล ดาวรุ่ง ที่เคยเล่นอยู่แค่ในระดับ ดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 แต่ความเป็นทหารเหมือนกัน ทำให้เขาสามารถซื้อใจนักเตะได้ ทำผลงานได้ดีในเลกแรก และช่วงต้นเลกสอง และเขาเป็น 1 ใน 8 กุนซือไทยลีกที่ยังไม่ถูกปลดออกจากเก้าอี้

บรรดาแข้งดาวรุ่งและขุมกำลังที่มีศักยภาพจำกัด จะมาฟอร์มแผ่วในช่วงปลาย จนสถานการณ์ไม่ปลอดภัยนัก และแน่นอนว่าเกมนี้การเดิมพันถึงโอกาสในตกชั้นของทั้งสองทีมโดยตรง ดังนั้น โค้ชเหนียว หวังที่จะย้ำแค้นซุปเปอร์พาวเวอร์ ให้ได้อีกคำรบ