พรีวิว เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมืองทองฯ vs บริสเบน โรร์ : โอกาสทองกิเลนผยอง

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม | นัดที่ 5 | วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ.2560 | เวลา 19.30 น. | สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

หลังจากที่เก็บชัยมาได้ 3 นัดติดต่อกัน ทั้งในลีก และเวทีเอเชีย ที่เปิดบ้านเอาชนะ อุลซาน ฮุนได ไปได้ 1-0 เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็มาพลาดท่าสะดุดในช่วงเวลาสำคัญ หลังจากบุกไปขึ้นนำ ราชบุรี เอฟซี ได้ก่อน แต่กลับมาโดนตีเสมอแบบสุดแสบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปล่อย 3 แต้มหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ต้องรอติดตามว่าพวกเขาจะกลับคืนฟอร์มเก่งได้อย่างถูกที่ถูกเวลาในนัดสำคัญนี้หรือไม่

ด้านทีมเยือน บริสเบน โรร์ ฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงเข้าฝักอย่างแท้จริง หลังจากเปิดบ้านเฉือนชนะแชมป์เจลีกฤดูกาลก่อนอย่าง คาชิม่า อันท์เลอร์ส 2-1 นัดต่อมาก็คว้าชัยเหนือ เวลลิงตัน ฟีนิกซ์ ไปแบบสุดมัน 4-3 ต่อเนื่องด้วยการดวลจุดโทษเขี่ย เวสเทิร์น ซิดนีย์ ตกรอบเอลิมิเนชั่น ไฟนอล ทะลุเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศกับ เมลเบิร์น วิคตอรี และต้องลัดฟ้ามาเยือน “กิเลนผยอง” ก่อนในเกมนี้

ข่าวข้างสนาม

เจ้าบ้าน “กิเลนผยอง” ของกุนซือมาดนิ่ง ธชตวัน ศรีปาน ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ได้รับบาดเจ็บยาวจากเกมเปิดบ้านถล่ม ศรีสะเกษ เอฟซี มา 3-0 แต่มีข่าวดีคือจะได้ ซิสโก้ ฆิเมเนซ ดาวยิงชาวสเปน ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยแล้ว หลังได้ลงเคาะสนิมในช่วงครึ่งหลังของเกมที่ผ่านมา และ วัฒนา พลายนุ่ม ที่หายเจ็บกลับมาด้วยเช่นกัน

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ธีราทร บุญมาทัน, นาโออากิ อาโอยามะ, เซลิโอ ซานโต้ส, ทริสตอง โด - วัฒนา พลายนุ่ม, อี โฮ - พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มงคล ทศไกร - ธีรศิลป์ แดงดา

อดีตแชมป์เอลีก 3 สมัย ของ จอห์น อลอยซี่ ที่เพิ่งประกาศออกสื่อว่าจะทุ่มเทกับเอลีก มากกว่าถ้วยเอเชีย และมีโปรแกรมรอบรองชนะเลิศชิงแชมป์ลีกในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้เกมนี้พวกเขาน่าจะพักนักเตะตัวหลักหลายคน แถมสองแนวรับคนสำคัญอย่าง อัฟราม ปาปาโดปูลอส และ คอรีย์ บราวน์ ก็ติดโทษแบน ส่วน เจด นอร์ท ก็มีอาการป่วย และ แจ็ค ฮินเกิร์ต กระดูกโหนกแก้มแตก ซึ่งจะไม่สามารถลงเล่นได้ เหลือเพียง ลุค เดอแวร์ เป็นผู้เล่นตัวหลักเพียงคนเดียว

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ไมเคิล ธีโอ (GK) - ดาเนียล โบวล์ส , ลุค เดอแวร์ , คาเมรอน เครสตานี , คาย โรลส์ - โจ คาเล็ตติ , โธมัส คริสเตนเซ่น - แบรนดอน บอเรลโล่ , เบร็ทท์ โฮลแมน , โธมัส บรอช์ - นิโคลัส ดากอสติโน

คีย์แมน: ชนาธิป สรงกระสินธ์ vs เจมี่ แม็คลาเรน

ปีที่ผ่านมานับเป็นปีที่สุดยอดของจอมทัพวัย 23 ปี อย่างมาก หลังทำผลงานทั้งทีมชาติ และสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งในฤดูกาล 2017 ดูเหมือนว่าจะเป็นปีของเขาอีกครั้งเพราะเจ้าตัวยังคงสานต่อฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

และไม่ใช่แค่เก่งในศึกโตโยต้าไทยลีกอย่างเดียว แต่รายการเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ก็เพิ่งงัดฟอร์มเทพออกมาจนถูกรับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันทั้ง 2 นัด เรียกว่านาทีนี้อะไรก็ฉุดเขาไม่อยู่ และเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกที่จะพาทัพ “กิเลนผยอง” คว้าในศึกครั้งนี้อีกด้วย

ปราการหลังวัย 27 ปี คือหนึ่งแข้งตัวหลักเพียงไม่กี่คน ที่เดินทางมายังแดนสยามครั้งนี้

ด้วยความแข็งแกร่ง และการอ่านเกมอันดีเยี่ยม  ทำให้ ลุค เดอแวร์ ต้องรับบทบาทหัวใจในแนวรับ คอยประคับประคองรุ่นน้องในการรับมือกับแนวรุกของ "กิเลนผยอง" ในเกมนี้ น่าติดตามว่าเขาจะรับมือกับบรรดาแข้งตัวฉกาจของเจ้าบ้านได้มากน้อยแค่ไหน

สถิติที่น่าสนใจ

- เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นทีมเดียวของกลุ่ม อี ที่ยังไม่แพ้ใคร ด้วยผลงาน 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 2

- เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะในบ้านได้ทั้งหมดจาก 5 นัดหลังสุด ส่วน บริสเบน โรร์ สถิติไม่ดีนัก ไม่ชนะใคร 3 นัดหลังสุดในฐานะทีมเยือน

- ปัจจุบันทั้ง บริสเบน โรร์ และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือเป็นมหาอำนาจลูกหนังของแต่ละประเทศ เมื่อ บริสเบน โรร์ เป็นทีมที่คว้าแชมป์เอลีก มากที่สุดเท่ากับ เมลเบิร์น วิคตอรี่ ที่ 3 สมัย ส่วน เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกมากสุดเช่นกันที่ 4 สมัยเท่ากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

- บริสเบร โรร์ ได้สิทธิ์เข้ามาแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกที่ 4 ในฐานะอันดับ 3 เอลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยก่อนผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งที่ 3 นั้น พวกเขาเพลย์ออฟด้วยการเปิดบ้านถล่ม โกลบอล เอฟซี 6-0 ต่อด้วยบุกสยบ เซี่ยงไฮ้ เสิ้นหัว ที่มี คาร์ลอส เตเบซ นำทัพ ด้วยสกอร์ 0-2

- ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เข้ามาแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งที่ 6 และเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ในฐานะแชมป์โตโยต้า ไทยลีก

- บริสเบน โรร์ และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต่างยังไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์