พรีวิว เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อุลซาน ฮุนได vs เมืองทองฯ : กิเลนลุ้นสร้างสถิติใหม่

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 / สนาม Ulsan Munsu Stadium / วันอังคารที่ 14 มีนาคม / เวลา 17.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)  

ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่ 3 เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของไทย บุกไปเยือน อุลซาน ฮุนได ยอดทีมเคลีก คลาสสิค

ก่อนเกม

ทัพ “โฮรางงี” หรือ “เสือแห่งอาคเนย์” อุลซาน ฮุนได ทีมอันดับ 4 ของเคลีก เกาหลีใต้ เมื่อฤดูกาล 2016 ยังมีผลงานลุ่มๆ ดอนๆ ไม่แน่นอน ในปี 2017 ลงเล่นเกมลีก 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 โดยนัดล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้ให้กับ เจจู ยูไนเต็ด ยับเยิน 0 - 3 เช่นเดียวกับ เกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่นัดแรกแพ้ คาชิม่า อันท์เลอร์ส แต่เกมที่ 2 โชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้าง เปิดสนาม อุลซาน มุนซู ถล่ม บริสเบน รอร์ ตัวแทนจากออสเตรเลีย ถล่มทลาย 6 - 1...อย่างไรก็ตาม เกมในบ้านของพวกเขา ย่อมน่ากลัวสำหรับ “กิเลนผยอง” เหลือเกิน เพราะด้วยปัจจัย และสภาพแวดล้อมที่เหนือกว่า

แต่ขณะเดียวกัน เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เองก็กำลังมีฟอร์มการเล่นสุดไร้เทียมทาน เพิ่งคว้าชัยในลีก 15 นัดติดต่อกันเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ หลังเปิดบ้านชนะนครราชสีมา เอฟซี แถมเพิ่งเสียเพียงประตูเดียว จาก 8 นัดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2017 ซึ่งลูกเดียวที่เสียเกิดขึ้นในแชมเปี้ยนส์ลีก ที่พวกเขาเปิดบ้านชนะ คาชิม่า อันท์เลอร์ส รองแชมป์สโมสรโลกจากญี่ปุ่น 2 - 1 ที่ศุภชลาศัย เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเกมล่าสุดในลีก พวกเขาดร็อป ชนาธิป สรงกระสินธ์ รวมถึง ซิสโก้ ฆิเมเนซ เอาไว้ เพื่อความสดในการบุกไปเยือนแดนโสมขาวในนัดนี้ ส่วน ธีรศิลป์ แดงดา ก็กำลังมั่นใจสุดขีด หลังเพิ่งสร้างสถิติ เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ยิงประตูได้ครบ 100 ประตูกับสโมสรเดียว

ข่าวข้างสนาม

เกมนี้เจ้าถิ่น น่าจะมาในระบบ 4 - 2 - 3 - 1 เหมือนกับที่พวกเขา ไล่ถล่ม บริสเบน รอร์ เละเทะ นำโดย คิม แด ยอง ในตำแหน่งผู้รักษาประตู กองหลัง จากขวาไปซ้าย ประกอบไปด้วย คิม ชาง ซู, ริชาร์ด วินด์บิชเลอร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวออสเตรีย, จอง ซึง ฮยอน, อี แจ กี, กองกลางตัวรับ 2 คน จอง แจ ยง จับคู่กับ อี ยอง แจ ส่วน 3 ตัวรุก ประกอบไปด้วย คิม ซอง อิน, ดิมิทรี เปตราตอส, มิสลาฟ โอร์ซิค แข้งชาวโครแอตที่ซัดไป 2 ลูกนัดก่อนหน้านี้ และ อีวาน โควาเซค อีกหนึ่งนักเตะจากแดนตราหมากรุก เป็นกองหน้าตัวเป้า   

ขณะที่เมืองทองฯ นั้น “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กล่าวถึงเกมนัดนี้ว่าต้องการเก็บแต้มเพื่อรักษาสถานะกการเป็นจ่าฝูงของกลุ่มต่อไป โดยมี 2 อดีตผู้เล่นของอุลซาน ฮุนได อย่าง อี โฮ และเชลิโอ ปราการหลังบราซิเลี่ยน ที่เพิ่งย้ายจากอุลซาน มาร่วมทีมเมืองทองฯ เมื่อต้นซีซั่น เป็นคนช่วยให้ข้อมูล โดยทั่วไปนักเตะทุกคนมีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมดี แต่ยังต้องรอเช็คความฟิต อี โฮ กับ ทริสตอง โด แบ็คขวาตัวหลักอีกครั้ง ซึ่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ทริสตอง โด, นาโออากิ อาโอยามะ, เชลิโอ, ธีราทร บุญมาทัน, วัฒนา พลายนุ่ม, อี โฮ, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ซิสโก ฆิเมเนซ และ อดิศักดิ์ ไกรษร

คีย์แมน : อีวาน โควาเซค vs เชลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโต๊ส

กองหน้าโครแอต คือ หนึ่งในผู้ยิงประตูช่วยให้ อุลซาน ฮุนได เปิดบ้านชนะ บริสเบน รอร์ เละเทะ 6 - 0 ในเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่ผ่านมา และช่วยสร้างสรรค์โอกาสมากมาย… แน่นอนว่า เขาไม่ได้เพิ่งมามีดีเมื่อเกมที่แล้วแน่นอน เพราะสถิติการยิงถึง 7 ประตูจากการลงสนาม 36 นัด ให้กับ  “เสือแห่งอาคเนย์” เมื่อฤดูกาลที่แล้ว บ่งบอกถึงศักยภาพของกองหน้าวัย 28 ปีรายนี้เป็นอย่างดีว่าเขาอันตรายแค่ไหนสำหรับ นาโออากิ อาโอยามะ และ เชลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโต๊ส

เขาเป็นกองหน้าตัวใหญ่ เล่นทั้งสองเท้าได้ดี และสูงถึง 188 เซนติเมตร แต่กลับครอบครองบอลได้อย่างยอดเยี่ยม มีการจับสกอร์ที่เฉียบขาด แถมยังเร็วใช้ได้อีกด้วย

คนที่รู้จักมักจี่ อีวาน โควาเซค มากที่สุด คงเป็น เชลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโต๊ส ปราการหลังบราซิเลี่ยนของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เขาใช้เวลา 1 ฤดูกาลเต็มๆ อยู่กับ อีวาน ทำให้น่าจะรู้ดีที่สุดว่าความอันตรายของหัวหอกชาวโครแอตรายนี้เป็นอย่างไร แน่นอนว่า เขาย่อมรู้จักวิธีรับมือมากที่สุดด้วย นอกจากนี้ ด้วยความที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม “กิเลนผยอง” จากอุลซาน เมื่อต้นซีซั่น ทำให้เขายังคงรู้จักนักเตะคนอื่นๆ ในทีมเป็นอย่างดี

เกมนัดนี้ คงเป็นเรื่องยากที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา หรือ กระทั่ง ซิสโก ฆิเมเนซ จะมีพื้นที่เล่นมากๆ เหมือนเกมนัดก่อนหน้านี้ เพราะนาทีนี้ ไม่ว่าใครเจอเมืองทองฯ ต่างก็ต้องเล่นรัดกุมมากขึ้น… อุลซาน ฮุนได คงเป็นฝ่ายขึงเกมอย่างระมัดระวัง ไม่เปิดเกมบุกซี้ซั้ว และนั่นคงทำให้ เชลิโอ ต้องรับงานหนักในเกมรับทีเดียว

สถิติ และตัวเลขที่น่าสนใจ

-สโมสรไทยเคยเจอกับสโมสรจากเกาหลีใต้ทั้งหมด 23 ครั้งใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปรากฏว่า คว้าชัยได้ 2 ครั้งเท่านั้น เสมอ 6 และแพ้ 15 ครั้ง

-2 ครั้งที่ชนะได้เป็นการชนะในเมืองไทย โดยทีมไทยทีมแรกที่ชนะตัวแทนจากแดนโสมขาว คือ บีอีซี เทโรศาสน ที่ชนะ แดยอน ซิติเซ่น เมื่อปี 2002 ด้วยสกอร์ 2 - 0 ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ส่วนอีกหนึ่งนัด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำได้ โดยเปิดรังไอโมบาย ชนะ ซองนัม เอฟซี 2 - 1 เมื่อปี 2015

-เมืองทองฯ เคยเจอทีมเกาหลีใต้ 2 ครั้งในเอซีแอล คือ ชอนบุค ฮุนได มอเตอร์ส เมื่อฤดูกาล 2013 ปรากฏว่า เสมอได้ 2 - 2 ที่เอสซีจี สเตเดียม แต่บุกไปแพ้ที่เกาหลีใต้ 0 - 2

-หากเกมนี้เมืองทองฯ บุกไปคว้า 3 คะแนนได้ จะเป็นทีมไทยทีมแรกที่บุกไปชนะทีมจากเกาหลีใต้ ถึงบ้าน และจะเป็นทีมไทยทีมที่ 2 ที่เก็บแต้มรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ 7 คะแนน (นับเฉพาะ 3 นัดแรก) ต่อจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำไว้เมื่อปี 2015 (นับเฉพาะตั้งแต่เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ใช้ระบบเหย้า-เยือน เป็นครั้งแรก)