พรีวิว : เมืองทอง ยูไนเต็ด – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : สยามคลาสสิค ‘แพ้ไม่ได้’

ช้าง เอฟเอ คัพ 2016 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย | แข่งขัน วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559 |  เวลา 19.00น. | สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงศึกโตโยต้าไทยลีก ขยับเข้าใกล้ถ้วยแชมป์ลีกที่รอคอยมา 4 ปี เข้าไปทุกขณะ พุธนี้พวกเขา มีคิวเปิดรังดวลกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้แทบจะหลุดวงโคจรการลุ้นแชมป์ลีกไปแล้วหนึ่งรายการ  ซึ่งศึกช้าง เอฟเอคัพ ยังเป็น 1 ใน 2 รายการ ที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

ผลงานที่ใกล้เคียงสุดของ กิเลนผยอง ในรายการนี้ คือการเข้าชิงชนะเลิศ 3 ครั้ง แต่ก็ต้องอกหักได้เพียงตำแหน่งพระรองทุกครั้งไป เริ่มจาก พ่ายต่อ ชลบุรี เอฟซี 2-1 ในปี 2010 

ก่อนถูก ปราสาทสายฟ้า ดับฝันถึง 2 ครั้ง (จาก 3 ครั้งที่เจอกันในถ้วยเอฟเอคัพ)  เริ่มจากนัดชิงชนะเลิศ ปี 2011 บุรีรัมย์ พีอีเอ เอาชนะ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 และนัดชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2015 บุรีรัมย์ เอาชนะ เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-1 จากประตูของ อันเดรส ตูเญซ, โก ซุล กิ, จักรพันธ์ แก้วพรม ทำให้กิเลนผยองจบฤดูกาลแบบไร้ถ้วย, ส่วนบุรีรัมย์ได้แชมป์รายการที่ 5 ไปครองและกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทยและเอเชีย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของโตโยต้า ไทยลีก เสียสถิติไม่เคยปราชัยต่อเมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ด้วยการแพ้ 2 เกมทั้งเหย้าและเยือนต่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด หยุดสถิติไม่แพ้เมืองทองไว้ที่ 20 นัด แต่ถึงกระนั้น ผลงานการเจอกันในบอลถ้วยทุกรายการ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยแพ้ เมืองทอง ยูไนเต็ด เลยแม้แต่ครั้งเดียว

นอกจากนี้ ปราสาทสายฟ้า ยังถือครองสถิติที่เหนือกว่า กิเลนผยอง ทุกอย่างจาก 22 เกมที่พบกัน บุรีรัมย์ เก็บชัยชนะมากถึง 11 นัด เสมอ 9 นัด และแพ้แค่ 2 เกม ยิงได้ 25 ลูก ส่วนเมืองทองฯ ยิงพวกเขาได้เพียง 15 ประตู เท่านั้น

สำหรับ บิ๊กแมตช์ “สยามคลาสสิค” ยกที่ 23 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เลือกใช้ผู้ตัดสินฟีฟ่าชาวญี่ปุ่น ชื่อว่า ทาคูโตะ โอกาเบะ ผ่านการทำหน้าที่ในศึก เจลีก, ไซนีส ซูเปอร์ลีก, เอ-ลีก ออสเตรเลีย มาแล้ว นอกจากนี้ยังรับการได้จับตามองว่าเป็นผู้ตัดสินดาวรุ่งของทวีปด้วยวัยเพียง 35 ปีเท่านั้น โดย โอกาเบะ จะมาพร้อมทีมเชิ้ตดำผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นอีก 3 ราย ลงทำหน้าที่ในเกมนี้ หากเสมอในเวลา 90 นาที จะมีการต่อเวลาออกไปเป็น 120 นาที ถ้ายังไม่มีผลแพ้ชนะ จะชี้ขาด ด้วยการดวลลูกโทษชี้ขาด

ข่าวข้างสนาม

กิเลนผยอง รอบที่ผ่านมาบุกไปดับซ่า พัทยา ยูไนเต็ด ทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ  นัดนี้ ธีราทร บุญมาทัน, และซิสโก้ สามารถลงสนามช่วยทีมได้ในเกมนี้ เนื่องจากไม่ได้ลงสนามช่วยทีมเก่าในรอบ 64 ทีม จึงไม่ติดกฎคัพไท ส่วนอาการบาดเจ็บต้องรอเช็คฟิตของ มาริโอ อบรานเต้, ธีรศิลป์ แดงดา แต่ที่แน่ๆ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่มีอาการบาดเจ็บ 

คาดว่า ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่ คงไม่มีการโรเตชั่นนักเตะ เพราะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีและเป็นเกมใหญ่ที่พลาดไม่ได้ 11 ผู้เล่นที่จะลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ - กองหลัง : ทริสตอง โด, สุพรรณ ทองสงค์, นาอาโอกิ อาโอยามะ, ธีราทร บุญมาทัน - กองกลาง : ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธุ์ - กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา, มิคาเอล เอ็นดรี้, เคลตัน ซิลวา

ปราสาทสายฟ้า ของ อัฟซิน ก็อตบิ  จะไม่มี สุเชาว์ นุชนุ่ม, โก ซุล กิ ที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่จะได้ รูเบนนิลสัน คานู อดีตกองหน้าอันเดอร์เลชท์ที่ซื้อมาเพื่อเล่นบอลถ้วยโดยเฉพาะ พร้อมลงล่าตะข่าย เช่นเดียวกับนักเตะใหม่อย่าง ซากีรีน ตีกาสม, กรกช วิริยะอุดมศิริ และ จิตปัญญา ทิสุด ที่สามารถลงสนามนัดนี้ได้โดยไม่ติดกฏคัพไท  คาดว่า ก็อตบิ คงจัดทัพใหญ่ลงบู๊เช่นกัน เนื่องจากเป็นถ้วยความหวังของพวกเขา

11 ผู้เล่นของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คาดว่าจะลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน – กองหลัง : นฤบดินทร์ วีระวัฒน์โนดม, สุรีย์ สุขะ, อันเดรส ตูเญซ, กรกช วิริยะอุดมศิริ – กองกลาง : อเล็กซานเดอร์ กษิดิศ ซีกฮาร์ท, จักรพันธ์ แก้วพรม, รูเบนนิลสัน คานู กองหน้า : อนาวิน จูจีน, ไคโอะ เฟลิเป้, ดิโอโก หลุยส์ ซานโต้

คีย์แมน

ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติไทยของเมืองทอง ยูไนเต็ด คือหนี่งในผู้เล่นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในศึกสยามคลาสสิค หลังเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับ ปราสาทสายฟ้า ตั้งแต่สมัยใช้ชื่อทีม การไฟฟ้าฯ, บุรีรัมย์ พีอีเอ จนมาถึง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายข้ามฝากมาให้อริลูกหนังอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ของซีซั่นนี้

เจ้าตัวได้มีโอกาสลงเผชิญหน้ากับทีมเก่าไปแล้ว ในเกมลีกที่ เมืองทองฯ เปิดบ้านชนะ 3-2 พร้อมการฉลองชัยชนะแบบสุดเหวี่ยง ชนิดที่เรียกเสียงโห่ได้จากแฟนบอล GU12 ลั่นสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม นอกจากนี้ หลังจบเกม ยังได้มีการตอบโต้ในโซเซียลอย่างดุเด็ดเผ็ดมันของ แบ็กซ้ายรายนี้อีกด้วย และเคสอ่านปากธีราทร ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอีกด้วย 

สำหรับ ฟุตบอลถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ ที่ทั้งสองทีมเจอกันทั้งสิ้น 3 ครั้ง  ธีราทร บุญมาทัน คือหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คน ที่ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมดทุกเกม และช่วยให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาชัยชนะ เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทุกรอบ แต่เกมนี้จะแตกต่างออกไป เมื่อเขาย้ายมาสวมเสื้อเมืองทองฯแล้ว น่าสนใจว่า ธีราทรจะช่วยให้ กิเลนผยอง เอาชนะ ปราสาทสายฟ้า ได้เป็นครั้งแรกในบอลถ้วยรายการนี้หรือไม่ หรือ กิเลนผยองจะอกหักพ่าย บุรีรัมย์ฯเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันในรายการช้างเอฟเอ คัพ 

หาก ธีราทร คือวายร้ายของบุรีรัมย์ฯ ดิเอโก หลุยส์ ซานโต้ ก็คงเป็นตัวละครจอมแสบของเมืองทองฯ เช่นกัน

หัวหอกชาวบราซิล หลังจากสกัดอาการเดี้ยง เขาก็กลับมาเป็นเครื่องจักรถล่มประตูชั้นเยี่ยม  ช่วยให้ ปราสาทสายฟ้า มีผลงานที่ดีขึ้นในเลกสอง ที่สำคัญ นี่คือนักเตะบุรีรัมย์ ที่ทำประตูใส่ เมืองทองฯ ได้เกือบทุกครั้งที่เขาลงสนาม   (4 ประตู จาก 5 เกม) พร้อมช่วยให้ทีมชนะ 2 เสมอ 2  แพ้แค่ครั้งเดียว (ชนะ 2 ครั้งคือการชนะบอลถ้วย ในศึกพระราชทาน ก.  และช้างเอฟเอ คัพ)

ส่วนในถ้วย ช้าง เอฟเอคัพ  เขาเคยพบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แค่ครั้งเดียว คือนัดชิงชนะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เกมนั้น คือครั้งเดียวที่เขาไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดในศึกสยามคลาสสิค แต่ก็ยังเป็นตัวแสบ ที่สามารถเรียกจุดโทษให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ทำแอสซิสท์ด้วยการเปิดบอลให้ โก ซุล กิ โขกบอลประตูไปเป็น 2-0 และเรียกใบแดงจาก มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้ ก่อนจบเกมด้วยชัยชนะของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1

ดังนั้น นี่คือผู้เล่นที่อันตรายของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งเรื่องของฝีเท้าและเล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวของเจ้าตัว ที่กิเลนผยองจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี 

สองกุนซือ

ธชตวัน ศรีปาน กุนซือกิเลนผยอง ยอมรับว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องของความฟิตของผู้เล่น และนักเตะบางรายที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยติดตัวมา ในทำศึกบิ๊กแมตช์ในครั้งนี้ แม้จะคว้าชัยได้ทั้งไปและกลับในเกมลีก แต่การเจอในบอลถ้วยครั้งนี้ จะแตกต่างออกไป และเขาจะไม่มีทางประมาทคู่แข่งที่ชื่อว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เด็ดขาด

“การเจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังถือว่าเป็นเกมที่หนักอยู่เหมือนเดิม เราคงต้องเช็คสภาพความฟิตของนักเตะหลายราย ซึ่งอาจจะต้องเช็คจนถึงวินาทีสุดท้าย เลยว่าใครพร้อมที่สุด”

อัฟชิน ก็อตบิ เฮดโค้ชปราสาทสายฟ้า รู้ดีว่าเกมนี้เป็นอีกนัดที่ยากสุดของซีซั่น เนื่องจากมีผลต่อการลุ้นโควตาเอเชีย ซึ่งสโมสรไม่ต้องการพลาดตั๋วใบนี้ สถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขามีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมายได้

1. จบฤดูกาลด้วยอันดับไม่เกินที่ 3 ปัจจุบัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลัง บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายที่ได้ลุ้นโควตา เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อยู่ 2 คะแนน โดยเหลือการแข่งขัน 10 นัด

 2. คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ ให้ได้ ซึ่งคู่แข่งในด่านนี้เป็น เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ หากพวกเขาล้มกิเลนผยองได้ ก็เท่ากับตัดคู่แข่งตัวฉกาจออกจากเส้นทาง และพาตัวเองขยับเข้าใกล้ตั๋วบอลถ้วยเอเชียเข้าไปอีก ดังนั้น ก็อตบิ คงสั่งลูกทีมเน้นเป็นพิเศษในเกมนี้ อีกทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คงไม่อยากพ่ายแพ้ต่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

…ศึกครั้งนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้ ไม่มีผลเสมอ อีก 90 นาทีรู้กัน?