พรีวิว FourFourTwo: อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล

หงส์แดงยกทัพบุกเมืองหลวง หวังเก็บ 3 แต้มลุ้นตั๋วยุโรป เสาร์ 4 เมษายน 18.45 น. 

ก่อนเกม

เปิดทีวีดูพลางๆ ระหว่างกินข้าวเย็น 

อะไรนะ? อ้าว....ไม่มีกล่อง G.... เหรอ?

ARSENAL FORM

  • Newcastle 1-2 Arsenal (Prem)
  • Monaco 0-2 Arsenal (CL)
  • Arsenal 3-0 West Ham (Prem)
  • Man Utd 1-2 Arsenal (FAC)
  • QPR 1-2 Arsenal (Prem)

LIVERPOOL FORM

  • Liverpool 1-2 Man Utd (Prem)
  • Swansea 0-1 Liverpool (Prem)
  • Liverpool 0-0 Blackburn (FAC)
  • Liverpool 2-0 Burnley (Prem)
  • Liverpool 2-1 Man City (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

รายงานที่บอกว่าอาร์เซนอลปีนี้ดับอนาถเป็นอะไรที่แบบว่าใจร้ายเกินไปนะ แม้จะพลาดร่วงแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมแบบน่าขายหน้า (มากๆ) ก็ตาม แต่ปืนใหญ่ก็เอาชนะมาได้ 14 เกมจากการลงสนาม 16 เกมหลังสุดในทุกรายการแข่งขัน แล้วถ้าชนะเกมนี้ก็จะขยับอันดับไปเป็นที่ 2 ในตารางพรีเมียร์ทันทีเลย อาจจะได้เป็นรองจ่าฝูงซัก 2 วันกว่าแมนฯ ซิตี้ จะได้ลงเตะพาเลซ แหม! 2 วันเชียวนะ! 

ถึงแม้จะถูกเชลซีหนีห่างจนแทบไม่มีลุ้นแชมป์แล้ว แต่อาร์เซนอลไม่เคยขึ้นถึงรองจ่าฝูงมาตั้ง 10 ปีแล้วนะ ครั้งเลยในรอบ 10 ปีนี่ไม่ธรรมดานะขอบอก

แต่ว่า...แต่ว่า...เตะเร็วแบบนี้อาจจะทำให้ปืนใหญ่ฝันร้ายเหมือนฤดูกาลที่แล้วก็ได้นะ ฤดูกาลที่ผ่านมาในการพบกันที่แอนฟิลด์ อาร์เซนอลลงสนามพร้อมสถิติเก็บชัย 8 นัดในการลงสนาม 9 ครั้ง แต่ปืนใหญ่กระบอกแตกถูกหงส์อัดเละ 4-0 แบบว่าพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินด้วยซ้ำ ไม่สิ...จบ 90 นาทีไปด้วยสกอร์ 5-1 ไอ้ที่เคยเล่นมาดีๆ เจอเกมนี้เข้า อาร์เซนอลก็ไปไม่เป็นเลยเหมือนกัน

ปี 2015 หงส์แดงที่กำลังทำผลงานยอดเยี่ยม จนบีร็อดแอบหวังเอาชนะผีแดงขึ้นไปนั่งอันดับ 2 แต่ถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถล่มจมอ่าวลิเวอร์พูล จากที่หวังลุ้นอันดับ 2 กลายเป็นว่าแป้กอยู่ที่อันดับ 5 มี 54 คะแนน ตามหลังอันดับ 4 ปีศาจแดง 5 แต้ม และผลต่าง 13 ประตู เหลือเกมต้องลงเตะอีก 8 นัด ถ้าพลาดตั๋วยุโรปคราวนี้ 9 ล้านปอนด์ก็หลุดมือ และ 10 ปีนับจาก "คืนคว้าแชมป์ที่อิสตันบุล" ก็ยังไม่ได้ตั๋วยุโรปต่อไป (คืออยากเขียนให้มันมี 8-9-10 น่ะ)

ลองแก้โจทย์คณิตคิดเร็วกันหน่อยมั้ย ถ้ารถไฟที่บรรทุกถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ออกจากเมืองลิเวอร์พูลเวลา 9.14 น. ผ่านเมืองแมนเชสเตอร์ด้วยความเป็น 120 กม. ต่อชั่วโมง มีลมต้าน 45 กม.ต่อชั่วโมง อีกกี่ปีทีมจากเกาะอังกฤษถึงจะมีลุ้นชูถ้วยอีกครั้ง?

ถามเวิ่นเว้อไปงั้นแหละ จะตอบจริงเหรอ?

ปัญหาเร่งด่วนของหงส์แดงในตอนนี้คือกลางสนามโบ๋มาก เพราะความโหดไม่เลือกเวล่ำเวลา (เลื่อนลงไปอ่านตรง "ข่าวข้างสนาม" นะ) ต้องหาตัวมาลงให้ได้ ไหนจะต้องปวดหัวกับการหาวิงแบ็คขวาอีก บีร็อดมึนตึ้บสิ

เอาง่ายคืะ ถ้าบีร็อดเล่นระบบเดิม ใครจะเล่นแบ็คขวาในเกมนี้ จอร์แดน ไอบ์ เจ็บยังไม่หาย อดัม ลัลลาน่า ยังไม่ฟิตพอ

แน่นอนว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องยืนมิดฟิลด์ ราฮีม สเตอร์ลิง (เชอะ!! - บก.เด็กหงส์บ่นลอยลม) เล่นตัวรุก ลาซาร์ มาร์โควิชก็รับไม่เป็น ฮาวี่ มันกิลโญ่ก็ไม่โหดพอ ส่วนจอน ฟลานาแกน (จำกันได้มั้ย?) ก็ไปติดเกาะอยู่กลางทะเลไหนแล้วก็ไม่รู้

และ...เกล็น จอห์นสันที่ยังคงเป็นเกล็น จอห์นสันคนเดิม ที่แบบว่า...อ้ะ..จะบุกล่ะนะ! ก็วิ่งตุ้บๆๆๆ เลาะริมเส้นไป แล้วพอเจอสวนกลับก็....อุ๊ยตาย..ลงไม่ทัน! 

เหลือเชื่อมั้ยล่ะ โรเทชั่นตำแหน่งนี้ไป 7 ตัวแล้ว แต่มันเล่นเหมือนกันเป๊ะทุกคนเลย เปลี่ยนใครลงไปก็เป็นแบบนี้หมด!

ข่าวข้างสนาม

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังเข่า ส่วนเทพแดนนี่ เวลเบ็คก็โดนอัดร่วงมาจากเกมทีมชาติอังกฤษไม่รู้จะฟิตทันมั้ย แต่! แทบไม่อยากเชื่อ ตอนนี้อาร์เซนอลไม่เจ็บเยอะเหมือนตอนต้นฤดูกาลแล้วนะครัช นักเตะตัวหลักๆ นี่ฟิตกลับมาลงสนามกันเกือบพร้อมหน้าแล้ว...อย่างน้อยก็ตอนนี้แหละ

มาติเยอ ฟลามินี่ และ เดอบูชี่ ลงเตะอุ่นเครื่องกับเบรนท์ฟอร์ดเกือบชั่วโมง เดอบูชี่พักยาวมาตั้งแต่มกราคม ส่วนสองมิดฟิลด์ หนูแจ็ค วิลเชียร์ และมิเกล อาร์เตต้า นั่งมาตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว ตอนนี้ฟิตกลับมาลงเล่นได้ครึ่งเกม แม้แต่อาบู ดิยาบี้ ยังลงเล่นได้เลย (ใส่ชื่อลงเกม FM เลย ด่วนๆ)

ส่วนฝั่งทีมเยือนลิเวอร์พูล อันนี้สืบเนื่องมาจากความโหดทำให้ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ มาร์ติน สเคอร์เทลที่เกมล่าสุดที่เจอกับอาร์เซนอลเมื่อเดือนธันวาคมเป็นฮีโร่ยิงทดเจ็บให้หงส์แดงไล่ตามตีเสมอ 2-2 ...แต่เกมนี้โดนแบนกันทั้งคู่

ส่วนที่เหลือก็อยู่ห้องคนป่วยกันเกือบครึ่งทีม แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อาจจะหายจากอาการกลัวทีมชาติกลับมาลงสนามได้ (จริงๆ คือเจ็บกล้ามเนื้อสะโพกนะ!) เดยัน ลอฟเรนและอดัม ลัลลานา รอเช็คฟิตนาทีสุดท้าย แต่ที่จะหายไปนานแน่ๆ คือ ไอบ์, ฟลานาแกน และรอสสิเตอร์ (สองรายหลังนี่เราเกือบลืมชื่อแล้วนะ)

แบรด โจนส์ นายประตูมือหนึ่ง "อย่างไม่มีกำหนด" ของบีร็อด เกมหลังๆ นี่ต้องนั่งสำรอง ก็คงสรุปประมาณว่า "อย่างไม่มีกำหนด" นั่นก็คือจนกว่าซิมง มิโญเลต์จะกลับมาเล่นดีอีกครั้งนั่นแหละ โชคดีเป็นของร็อดเจอร์สที่แบรด โจนส์เกิดเจ็บขึ้นมา ก็เลยไม่ต้องเขินมากนัก

ประกบคู่: โอลิวิเยร์ ชิรูด์ vs เดยัน ลอฟเรน

เราฟันธงว่าเกมนี้มีประตูแน่นอน ในบรรดา 6 ทีมหัวตาราง อาร์เซนอลกับลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เกมรับห่วยสุดๆแล้ว และปีก่อนนู้นเกมเดียวกันนี้แหละ อังเดร อาร์ชาวิน และฮูลิโอ บัพติสต้า ยิงกันไปคนละ 4 ประตู

เกมล่าสุดที่เคยเสมอกัน 0-0 ก็ย้อนไปเมื่อฤดูกาล 1998/99 นู่นเลย ซึ่งปีนั้นแนวรับอาร์เซนอลยังมี สตีฟ บูลด์ (และเดวิด กรอนดิน ที่ได้ลงสนามเพียงนัดเดียวในพรีเมียร์ลีก)

ส่วนลิเวอร์พูล การเสียประตูนี่ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับโทษแบนของสเคอร์เทล นักเตะขวัญใจแฟนบอลสโลวาเกียประจำปีนี้ ที่ตลอดฤดูกาลปักหลักเป็นปราการแข็งแกร่งมาตลอด การขาดสเคอร์เทลหมายถึงเดยัน ลอฟเรนจะต้องลงมายืนเป็นหัวใจของแนวรับ

และลอฟเรนจะต้องเจอกับดาวยิงที่เพิ่งจะยิงไป 6 ประตูในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 5 เกมหลังสุด ชิรูด์ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงจะสร้างปัญหากลางอากาศให้กับลอฟเรนมากกว่าสเคอร์เทล แต่จังหวะพลิกแบบฉลาดสุดๆ ของชิรูด์ จะทำให้เซ็นเตอร์โครแอตหัวหมุนชัวร์

หรือโคโล ตูเร่จะลงแทน?

LAST FIVE MEETINGS

  • L’pool 2-2 Arsenal (PL, Dec 14)
  • Arsenal 2-1 L’pool (FAC, Feb 14)
  • L’pool 5-1 Arsenal (PL, Feb 14)
  • Arsenal 2-0 L’pool (PL, Nov 13)
  • Arsenal 2-2 L’pool (PL, Jan 13)

กุนซือใหญ่

ถ้าแฟนปืนกลัว (หรือหวัง) ว่าอาร์แซน เวงเกอร์จะเก็บกระเป๋ากลับฝรั่งเศสเร็วๆ นี้ ก็น่าจะสบายใจ (หรือเซ็ง) ที่ล่าสุด โรแบร์ ปิแรส ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "มั่นใจ" ว่านายเก่าจะยังอยู่คุมปืนใหญ่ต่อไปอีกปี 

เหตุผลเหรอ? "เวงเกอร์ยังไม่เหนื่อยเลย" แหม....กระทิงแดงมันดีจริงๆ!!

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นญาติกับไนเจล เวิร์ธทิงตัน (คือถ้าจะไม่เขียนอะไรเลยก็ไม่ได้อะนะ)

ข้อมูลและตัวเลข

  • การพบกันของอาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล เป็นเกมที่มีการยิงแฮททริกมาที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก (5ครั้ง)
  • ลิเวอร์พูล เคยออกไปชนะในเกมเยือนอาร์เซนอลมาแล้ว 6 ครั้ง เป็นรองเพียงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเท่านั้น (7 ครั้ง)
  • ในการพบกันในพรีเมียร์ลีก 12 ครั้งของคู่นี้มีการยิงประตูช่วงทดเจ็บครึ่งหลัง 8 ประตู และช่วงทดเจ็บครึ่งแรก 2 ประตู
     

FourFourTwo ฟันธง

กองหน้าผลัดกันบุก กองหลังก็ผลัดกันเหวอ แต่ถ้าดูจากสถิติของอาร์เซนอลที่ยังไม่เคยเสมอใครเลยหลังจากเกมกับลิเวอร์พูลเมื่อช่วงเดือนธันวาคม (ชนะ 16 แพ้ 3 เกม) และช่วงหลังเวงเกอร์เจอสูตรเด็ด ฟอร์มกำลังมา แถมนัดนี้ลิเวอร์พูลแทบไม่มีแกนหลักเหลือแล้ว (ขอโทษนะ...) เราจึงให้เจ้าบ้านเฉือนชนะ 2-1

Arsenal vs Liverpool LIVE ANALYSIS with Stats Zone