พรีวิว FourFourTwo : แมนฯ ยูไนเต็ด vs เลสเตอร์

ปีศาจแดงฟอร์มร้อน เปิดโอลด์แทร็ฟฟอร์ดรับการมาเยือนของจิ้งจอกสยาม เสาร์นี้สี่ทุ่ม

ก่อนเกม

ทีมอันดับ 4 ปะทะทีมบ๊วย พรีเมียร์ลีกของจิ้งจอกอาจจบเร็วกว่าที่คิด

ผลงานล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด

  • Cambridge 0-0 Man Utd (FAC)
  • QPR 0-2 Man Utd (Prem)
  • Man Utd 0-1 So’ton (Prem)
  • Yeovil 0-2 Man Utd (FAC)
  • Stoke 1-1 Man Utd (Prem)

ผลงานล่าสุด เลสเตอร์ ซิตี้

  • Spurs 1-2 Leicester (FAC)
  • Leicester 0-1 Stoke (Prem)
  • Leicester 1-0 Villa (Prem)
  • Leicester 1-0 Newcastle (FAC)
  • Liverpool 2-2 Leicester (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

ดูหน้าเจมี่ วาร์ดี้ ก็พอจะอธิบายเกมนี้ได้ แนวรับปีศาจแดงที่รวนจนปล่อยให้วาร์ดี้เข้าไปยิงตุงตาข่าย และในวันแบบนี้ ในเกมสำคัญที่สุดในชีวิตของนักเตะจาก สต็อกบริดจ์ ปาร์ค สตีลส์ ผู้ซัด 2 จุดโทษและจาย 1 แอสซิสต์ จะไม่ยอมพลาดลงสนามแน่นอน

เลสเตอร์ ซิตี้ โกงความตายจากการตามหลัง 1-3 พลิกแซงเป็น 4-3 ในเกมเปิดบ้านรับปีศาจแดงที่มีนักเตะค่าตัวแพงล้นทีม และเป็นเกมแรกที่แมนฯ ซิตี้ใช้ราดาเมล ฟัลเกา ลงสนามเป็นตัวจริง และตอกตะปูปิดฝาโลงด้วยลูกจุดโทษของเลโอนาร์โด้ อัลลัว ให้จิ้งจองสยามเอาชนะไปสวยๆ 5-3 แบบคนดูช็อกทั้งสนาม และเป็นการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 และเมื่อเจมี่ วาร์ดี้ วิ่งเข้าไปกอด เจ้าหมาป่าฟิลเบิร์ต มาสค็อตของเลสเตอร์ ก็แสดงให้เห็นว่าเกมในวันนั้นจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลเลสเตอร์ไปอีกนาน

ภาพลวงตาสวยหรูที่ฝันว่าการทุ่มเงิน 145 ล้านปอนด์ซื้อตัวนักเตะจะทำให้ปีศาจแดงกลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อีกครั้ง  ถูกเลสเตอร์ซิตี้ ทำลายลงอย่างย่อยยับในบ่ายวันนั้นของเดือนกันยายน 

ความพ่ายแพ้ในเกมนั้นเป็นการแพ้ครั้งที่ 2 ใน 5 ครั้งของหลุยส์ ฟาน ฮาล และทำให้การแพ้สวอนซีในเกมนัดเปิดฤดูกาลกลายเป็นเพียงเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยถ้าไม่นับเรื่องที่อันเดร์ เอร์เรร่า เป็นเพียงนักเตะคนเดียวที่ย้ายเข้าแคมป์ผีเมื่อช่วงซัมเมอร์ การแพ้เลสเตอร์หลังจากออกนำไปก่อน 2 ประตูครั้งนี้เป็นการแพ้ครั้งแรกในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 853 นัด ซึ่งไม่รวมกับเกมที่แพ้ย่อยยับ 4-0 ให้กับทีมนอกลีกอย่าง เอ็มเค ดอนส์ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าปีศาจแดงควรจะหันมาประเมินความคาดหวังของตัวเองเสียใหม่ได้แล้ว

นับตั้งแต่การแพ้ในเกมนั้น ลูกทีมของฟาน ฮาล ก็ยังไม่ฟื้น และแพ้เกมพรีเมียร์ลีกรวดอีก 2 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการแพ้ให้กับทีมอริร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ หลังจากต้องเล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ช่วงท้ายครึ่งแรก

เสียงบ่นถึงความไม่ได้เรื่องของทีมเริ่มมีให้ได้ยินกันในหมู่แฟนบอลพันธุ์แท้ผีแดงหลังจากเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดจากการลงสนาม 7 นัดหลังสุด แถมยังยิงประตูไม่ได้ในการลงเตะเอฟเอ คัพ กับทีมลีกทู อย่างเคมบริดจ์ ยูไนเต็ด

การเล่นบอลแปลกๆ วางแท็กติกชวนงง การที่นักเตะไม่สามารถยิงประตูได้ การยึดติดกับ "ปรัชญาการเล่น" ที่ใช้ไม่ได้ผล และการเล่นฟุตบอลแบบยุ่งเหยิงไร้ฟอร์มปีศาจแดง ทำให้แฟนบอลเริ่มรู้สึกว่าบางที หลุยส์ ฟาน ฮาล อาจจะไม่ใช่กุนซืออัจฉริยะเหมือนที่คิดกันไว้เมื่อตอนเริ่มรับงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแฟนบอลจะต้องปลงอนิจจังสิ้นหวังกันตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องให้ดีใจได้บ้าง อย่างเช่นแนวรับที่เริ่มจะเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น เห็นได้จากการเสียประตูเพียง 8 ลูกในการลงสนาม 13 เกมหลังสุด

ส่วนทีมเยือนเลสเตอร์ ซิตี้ ชัยชนะ 5-3 เหนือปีศาจแดงที่สนามคิง พาวเวอร์สเตเดี้ยมในวันนั้นนับเป็นจุดสูงสุดของจิ้งจอกสยามก่อนที่จะกลับคืนสู่สามัญและดำดิ่งลงสู่หุบเหวอีกฤดูกาลหนึ่ง หลังจากเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างสุดสวยในเดือนกันยายน เลสเตอร์ก็ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้อีกเลยจนถึงช่วงหลังคริสตมาสที่เอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ แบบหืดจับด้วยประตูเดียวของริยาด มาเรซ และถ้าจะนับจริงๆ แล้ว หลังจากเกมเอาชนะปีศาจแดง เลสเตอร์เก็บชัยได้เพียง 2 ครั้งในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

ชัยชนะในเกมเอฟเอ คัพ กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทำให้เลสเตอร์มีแรงฮึดอีกครั้ง แต่ลูกทีมของไนเจล เพียร์สสัน ต้องเก็บชัยชนะให้ได้โดยเร็ว เพราะ 3 เกมถัดไป คือการเยือนยูไนเต็ด ต่อด้วยอาร์เซนอลและเอฟเวอร์ตัน และถ้าช่องว่างคะแนนระหว่างเลสเตอร์ในอันดับบ๊วยกับทีมอันดับ 17 เริ่มทิ้งห่างออกไป เดือนกุมภาพันธ์อาจจะเป็นเดือนที่เลสเตอร์จะได้รู้ว่าจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกอีกฤดูกาลหนึ่งหรือไม่

ข่าวจริงหรือข่าวลวง

วิกฤตินักเตะเจ็บของปีศาจแดงเริ่มคลี่คลายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหลือเพียงไมเคิล คาร์ริค และแอชลีย์ ยัง ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ จอนนี่ อีแวนส์ และคริส สมอลลิ่ง มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่คาดว่าจะฟิตพอลงสนามได้ 

เลสเตอร์ ซิตี้ จะไม่มี แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ และแม็ตตี้ เจมส์ (เด็กเก่าจากอะคาเดมี่ แมนฯ ยูเลยนะ) ที่ยังติดโทษแบน และริยาด มาเรซ  ส่วน คริส วู้ด และ เลียม มัวร์ ยังไม่ฟื้นจากการโดนอัด

จับตามอง: อังเคล ดิ มาเรีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

เกิดอะไรขึ้นกับอังเคล ดิ มาเรีย? นับจากทำแอสซิสต์ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะอาร์เซนอล 2-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน (เกมเดียวกับที่มิดฟิลด์อาร์เจนไตน์โชว์ฟอร์มสุดยอดในการเล่นตัวต่อตัวกับตัวประกบอาร์เซนอล) ดิ มาเรีย เพิ่งทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเพียงแค่การทำ 1 แอสซิสต์ในเกมเอฟเอ คัพ กับโยวิล ทาวน์ แต่อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคาดไม่ได้จ่ายเงิน 59.7 ล้านปอนด์ให้เรอัล มาดริด เพื่อซื้อตัวนักเตะที่แค่มาทำผลงานในเกมกับทีมชื่อชั้นต่ำกว่าในช่วงท้ายเกมหรอกนะ

ในช่วงที่ฟอร์มยังลุ่มๆ ดอนๆ ดิ มาเรีย ก็ยังมีอาการบาดเจ็บประปราย แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ อังเคล ดิ มาเรีย คนนี้ ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับนักเตะที่เป็นเสาหลักของเรอัล มาดริด ที่กำลังไล่ล่าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษฟาน ฮาล ที่ใช้อังเคล ดิ มาเรีย ไปเล่นเกมบุกคู่กับราดาเมล ฟัลเกา โดยมีเวย์น รูนียื เล่นมิดฟิลด์แทน ซึ่งถือว่าเป็นแท็กติกที่แปลกประหลาดเหมือนกับพ่อมดนักมายากลที่กำลังพยายามลองกลใหม่ที่ดูยังไงก็ไม่เวิร์ค แต่ก็ยังดึงดันที่จะเล่นให้ได้โดยที่หวังว่าคนดูจะเข้าใจความสุดยอดของของกลที่กำลังเล่น

ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดที่เอาชนะควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 2-0 อังเคล ดิ มาเรีย ในระบบ 3-5-2 ของฟาน ฮาล เล่นบอลแลบบงงๆ และไม่สามารถสร้างโอกาสได้แม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก ก่อนที่จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อมีการแก้เกมในช่วงครึ่งหลัง ดิ มาเรีย จเล่นได้ดีที่สุดเมื่อมีพื้นที่ให้วิ่งป่วนกองหลัง ไม่ว่าจะเป็นการฉีกออกไปเล่นริมเส้นหรือตัดทะลุช่องฉีกแนวรับกลางสนามตรงๆ 

อาร์เซนอลและท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังไล่ตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอปีศาจแดงในการลุ้นชิงอันดับ 4 และฟาน ฮาล จะต้องหาวิธีที่จะปลดปล่อย อังเคล ดิ มาเรีย ให้เล่นได้อย่างสุดยอดให้ได้โดยเร็ว 

พบกัน 5 ครั้งหลังสุด

  • Leicester 5-3 United (PL, Sep 14)
  • United 1-0 Leicester (PL, Apr 04)
  • Leicester 1-4 United (PL, Sep 03)
  • United 2-0 Leicester (LC, Nov 02)
  • Leicester 0-1 United (PL, Apr 02)

กุนซือใหญ่

เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ฟาน ฮาล รับงานที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด และถูกวาดภาพว่าเป็นปีศาจสุดโหดจอมหักกระดูก แต่ในขณะที่ไนเจล เพียร์สสันเองก็ตกที่นั่งลำบากหลังจากปรี๊ดแตกใส่แฟนบอลคนหนึ่งเมื่อเดือนธันวาคมว่า "ไปตายซะไป๊" กุนซือจอมโหดอย่าง ฟาน ฮาล ก็กลายเป็นฝ่ายที่ออกไปแจกของขวัญคริสตมาสให้กับแฟนบอลราวกับเป็นซานตา คลอส เสียเอง

ก็เป็นไปได้นะ

ข้อมูลและตัวเลข

  • เวส มอร์แกน บล็อกลูกยิงมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (28 ครั้ง) 
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงและทำประตูได้มากถึง 17% เป็นรองเพียงเชลซีที่ทำได้ 19%
  • การแพ้ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาหลังจากนำห่างถึง 2 ประตู นับเป็นครั้งแรกใน 853 เกมพรีเมียร์ลีก  

    More FFT Stats Zone facts

FourFourTwo ฟันธง

ถ้าเลสเตอร์ยิงขึ้นนำเร็ว ก็อาจจะมีลูกที่ 2 ตามมา แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับแท็กติกที่ ฟาน ฮาลจะเลือกใช้ แต่เราคิดว่าแนวรับปีศาจแดงยังดีพอที่จะเอาชนะได้ 

ให้เจ้าบ้านชนะ 2-0 ก็แล้วกัน

Back 2-0 at 13/2 with Bet365. Odds right at time of publication

Man United vs Leicester LIVE ANALYSIS with Stats Zone