พรีวิว FourFourTwo: เชลซี vs แมนฯ ซิตี้

ศึกวัดแชมป์พรีเมียร์ลีก จ่าฝูงเชลซีเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของรองจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ เสาร์นี้เที่ยงคืนครึ่ง

ก่อนเกม

เกมวัดแชมป์สิ้นเดือนมกราคม

CHELSEA FORM

  • Chelsea e1-0 Liverpool (LC)
  • Chelsea 2-4 Bradford (FAC)
  • Liverpool 1-1 Chelsea (LC)
  • Swansea 0-5 Chelsea (Prem)
  • Chelsea 2-0 Newcastle (Prem)

MAN CITY FORM

  • Man City 0-2 M’brough (FAC)
  • Man City 0-2 Arsenal (Prem)
  • Everton 1-1 Man City (Prem)
  • Man City 2-1 Sheff Wed (FAC)
  • Man City 3-2 S’land (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

เราไม่ใช่ช่อง Sky Sport เราจึงไม่อยากขายหน้าตัวเองด้วยการปักธงเกมตัดสินแชมป์ตั้งแต่ตลาดซื้อขายยังไม่ปิดทำการ แต่ถ้าวันเสาร์นี้เชลซีเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ ก็น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2014/15 น่าจะอยู่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพราะถึงตอนนี้สิงโตน้ำเงินครามก็ทำคะแนนทิ้งห่างเรือใบสีฟ้าไปแล้ว 5 คะแนน แถมด้วยผลต่างประตูบานเบิก และถ้าเกมนี้เก็บได้อีก 3 แต้ม และทิ้งห่างไปอีกหนึ่งช่วงตัวถึง 8 แต้มก็น่าจะทำให้เรือใบแทบไม่มีหวังไล่ตามทันแล้วก็ได้

แต่ก่อนเกมนี้ทั้งสองทีมก็ต้องเจองานยากก่อนเกม แม้จะไม่ใช่กรณีสงครามน้ำลายเหมือนเมื่อครั้งเนวิลล์ vs ฟาน ฮาล แต่เชลซีก็จะไม่มีหัวหอกหน้าแก่อาวุธเพียบ ดิเอโก้ คอสต้า แถมยังต้องเจอปัญหายุบยิบที่จะอธิบายต่อไปตอนหลัง ส่วนทีมเยือนก็ยังคงขาดนักเตะตัวหลักอย่างยาย่า ตูเร่ ที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองทีมยังแทบไม่มีเศษเสี้ยวของฟอร์มเทพหลงเหลือให้เห็นในเกมล่าสุดที่ร่วงตกรอบเอฟเอ คัพ แบบปี๊บคลุมหัว ไม่เพียงแต่สองกุนซือใหญ่ โชเซ่ มูรินโญ่ และมานูเอล เปเยกรินี่ จะต้องอับอายขายหน้าจากเกมนั้นเท่านั้น ที่น่าเซ็งยิงกว่าสำหรับกุนซือชิลีก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยในการลงเตะ 4 สัปดาห์หลังสุด

ส่วนเชลซี ก็ยังไม่เคยชนะใครในเวลาปกติ 90 นาทีใน 3 นัดหลังสุด และนับเป็นการฟอร์มทื่อครั้งแรกตั้งแต่เดือนสิงหาคม/กันยายน 2013 เมื่อครั้งมูรินโญ่เพิ่งกลับมาคุมทีมเมืองหลวงอีกครั้งและยังเมาเครื่องบินไม่หาย 

โชคยังดีที่ 3 เกมที่ว่าไม่ใช่เกมพรีเมียร์ลีก ที่หลังจากโดนเฮอร์ริเคนถล่มยับ 5-3 ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน แบบแฟนบอลเซ็ง เชลซีก็กลับมาแบบสุดแกร่งด้วยการยิง 7 ประตูและเก็บคลีนชีตได้ใน 2 เกมกับนิวคาสเซิลและสวอนซี 

ถ้าชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ในเกมนี้ ถ้วยแชมป์ก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ถ้าสะดุดแพ้ จะถูกเรือใบทำแต้มไล่ตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ อันนี้เราสมมติว่าไม่มีผลเสมอเพราะมันไม่แนว

ข่าวจริงหรือข่าวลวง

ข่าวใหญ่สุดๆ ของคู่นี้คือ ดิเอโก้ คอสต้า ที่โดนโทษแบน 3 เกมจากการไล่กระทืบนักเตะหงส์แดงเกือบทั้งทีมในเกมลีกคัพเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในขณะที่ห้องกายภาพของเชลซีก็มีคำถามที่รอคำตอบอีกมากมาย ส่วนมาก็จะเป็นคำถามว่า "เชสก์ ฟาเบรกาส จะฟิตพอไหม?" หรือแนวๆ ว่า "แล้วอิวาโนวิชล่ะ ลงได้หรือเปล่า" และบางทีก็ "ไอ้นี่มันสิวหรือรอยไหม้หว่า"

อย่างน้อยๆ ก็มี 5 รายที่ต้องรอเช็คความพร้อมร่างกายก่อนเกม อาจจะเรียกได้ว่าต้องดูกันถึงนาทีสุดท้าย คือ ฟาเบรกาส (เอ็นหลังขา), อิวาโนวิช (เท้า), อันเดร เชือร์เล (ช่วงหลัง), ฟิลิเป้ หลุยส์ (ช่วงหน้า) และ จอห์น โอบี มิเกล (นั่งป่วยๆ กับอาการสงสัยตัวเอง) 

แต่แม้เราจะอยากหาข้อมูลมาอัพเดทอาการบาดเจ็บให้อ่านกัน แต่เชลซียกเลิกการแถงลงข่าวก่อนเกมไปแบบไม่มีเหตุผล และไม่เกี่ยวกับการงอนเอฟเอที่สั่งลงโทษแบนคอสต้าเลย

ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว...จริงๆ นะ

ด้านทีมเยือน แม้จะไม่ดราม่าเท่าเจ้าบ้าน แต่ก็ขาดตัวหลักๆ อย่าง ยาย่า ตูเร่ และวิลฟรีด โบนี ที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ลงเตะ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ (ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมาทันลงเตะกันหรอก กว่าจะขึ้นเครื่อง เปลี่ยนเครื่องไม่รู้กี่สนามบิน) นอกจากนี้ ซามีร์ นาสรี ยังจะลงไม่ได้อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ส่วนเอเลียควิม ม็องกาลา ก็รอเช็คอาการบาดเจ็บขาหนีบ และสก็อต ซินแคลร์ก็อาจจะโดนปล่อยให้วิลล่ายืมไปก่อนจะถึงวันเสาร์ด้วยซ้ำ ดูไปดูมาก็น่าจะเป็นเกมช้ำใจสำหรับทีมเยือนอีกตามเคย

ประกบคู่: ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา vs แว็งซองต์ ก็องปานี 

แมนฯ ซิตี้ จะไม่มีดาวยิงไอวอรี่ โคสต์ แต่เชลซียังมี

ดร็อกบา น่าจะได้ลงล่าประตูให้เจ้าบ้าน และเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันเสาร์นี้ก็น่าจะเป็นเกมสำคัญที่สุดของฤดูกาลสำหรับดาวยิงวัย 36 ปีคนนี้

โชคดีเป็นของเชลซีที่ดร็อกบาชอบเกมใหญ่ และปีนี้ก็ไม่ใช่เพียงแค่ต้องนั่งเชียร์ข้างสนามและถูกส่งลงมาวิ่งท้ายเกมแบบเหงื่อยังไม่ซึมก็หมดเวลาเหมือนฤดูกาลที่แล้ว (ถึงแม้ว่าจะยังมีให้เห็นบ้างประปรายก็ตาม) แต่ 2 เกมที่ดร็อกบาได้ลง 11 ตัวจริงในฤดูกาลนี้ในการพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยิงประตูได้ทั้งสองเกม

ถ้ายิงได้ต่อเนื่องก็น่าจะดีกับทั้งเชลซีและดร็อกบา แต่การขยับหาตำแหน่งเล่นในพื้นที่หน้ากรอบประตูในเกมนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการลุ้นประตู แม้น่าจะต้องเจอกับแว็งซองต์ ก็องปานีแบบตัวต่อตัวเกือบตลอดเกมก็ตาม แต่ถ้าเจอกองหน้าจอมเก๋าใช้สมองและสองเท้าขยับหลอก กัปตันเรือใบอาจมีพรวดได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นการเสียจุดโทษให้นาโช่ มอนเรอัล ในเกมที่แพ้อาร์เซนอล 2-0 เป็นต้น

ดร็อกบาน่าจะเตรียมเจาะจุดอ่อนของก็องปานีจากจังหวะเข้าพรวดและเสียฟาวล์นอกกรอบ สำหรับทีมเชลซีที่มีเทพฟรีคิกมากมายนับไม่ถ้วน จังหวะฟรีคิกถูกที่ถูกตำแหน่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนเกมได้เลย

LAST FIVE MEETINGS

  • City 1-1 Chelsea (PL, Sep 14)
  • City 2-0 Chelsea (FAC, Feb 14)
  • City 0-1 Chelsea (PL, Feb 14)
  • Chelsea 2-1 City (PL, Oct 13)
  • Chelsea 1-2 City (FAC, Apr 13)

กุนซือใหญ่

การพบกันของ เปเยกรินี่ vs มูรินโญ่ เป็นสุดยอดการวัดกึ๋นสองกุนซือที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ กลเม็ดฟุตบอลแพรวพราว แต่กลับเป็นกุนซือเชลซีที่ออกมาเปิดตัวโชว์เก๋าออกสื่ออยู่ข้างเดียว ในขณะที่เปเยกรินี่ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวของมูรินโญ่และคอมเมนต์แรงๆ กระแทกตับ เช่น "เก่งขนาดนี้ไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขก็ได้มั้ง" (มูแซะเปเยถึงอาการเจ้าบุญทุ่มของเชลซี) หรือ "อันดับสองก็คืออันดับหนึ่งของพวกขี้แพ้เท่านั้นแหละ" (มูแซะเปเยเรื่องคุมเรอัล มาดริด) และ "เขาฆ่ามาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก" (แซะเรื่องมาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก) และปิดท้ายด้วยวลีสุดเก๋า "ถ้ามาดริดไล่ผมออก ผมไม่ไปมาลาก้าหรอกนะ ผมคงไปทีมใหญ่ๆ ในอิตาลีหรืออังกฤษนู่น" (แซะเรื่องเปเยไปคุมมาลาก้าหลังโดนชุดขาวไล่ออก)

และถ้าดูจากการอารมณ์เหวี่ยงเวิ่นเว้อของมูรินโญ่ ที่ฤดูกาลนี้มีอาการมากกว่าปกติ ถ้าเชลซีชนะแมนฯ ซิตี้เสาร์นี้ มูคงมีเรื่องให้แซะเปเยกรินี่ไปอีกนาน

ข้อมูลและตัวเลข

  • ในการพบกับระหว่างมูรินโญ่และเปเยกรินี่ 11 ครั้ง ป๋ามูเป็นฝ่ายเก็บชัย 7 ครั้งและแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น 
  • เชลซี ครองสถิติเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก 22 ครั้ง เท่ากับที่อาร์เซนอลเคยเอาชนะซิตี้ 
  • การเสียประตูของแมนซิตี้ 64% เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ถือว่าเป็นสถิติการเสียประตูสูงสุดในครึ่งหลังของพรีเมียร์ลีก 
    More FFT Stats Zone facts

FourFourTwo ฟันธง

เกมสูสี แต่ตลอดเกือบ 5 ปีที่เคยเจอกันมา คู่นี้ยังไม่เคยยิงกันได้มากกว่า 2 ประตูเลย จึงฟันธงให้เจ้าบ้านเฉือนชนะ 2-1 ก็แล้วกัน

Chelsea vs Man City LIVE ANALYSIS with Stats Zone