พรีวิว FourFourTwo: ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีกนัดที่ 27 หงส์แดงที่เพิ่งอกหักจากยูโรป้าลีก ต้องเปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของรองจ่าฝูง อาทิตย์นี้ 19.00 น.

ก่อนเกม

อยากให้พรุ่งนี้เป็น.....ห๊ะ... 

LIVERPOOL FORM

  • Besiktas p1-0 Liverpool (EL)
  • So’ton 0-2 Liverpool (Prem)
  • Liverpool 1-0 Besiktas (EL)
  • Palace 1-2 Liverpool (FAC)
  • Liverpool 3-2 Spurs (Prem)

MAN CITY FORM

  • Man City 1-2 Barcelona (CL)
  • Man City 5-0 Newcastle (Prem)
  • Stoke 1-4 Man City (Prem)
  • Man City 1-1 Hull (Prem)
  • Chelsea 1-1 Man City (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

สัปดาห์ที่ผ่านมาดูไม่ดีนักสำหรับทีมจากเกาะอังกฤษในการลงเตะเวทียุโรป แต่คงไม่มีอะไรที่จะช่วยให้ลืมการพ่ายแพ้ได้ดีไปกว่าการกลับมาเก็บชัยชนะในเกมบิ๊กแม็ตช์พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูลยังคงช้ำใจจากการพลาดถูกเบซิคตัสเขี่ยตกรอบยูโรป้าลีกเมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่วนแมนเชสเตอร์ซิตี้ จะต้องพยายามหาวิธีฟื้นจากความพ่ายแพ้กับบาร์เซโลน่า

ก่อนพ่ายการยิงจุดโทษตัดสินที่อิสตันบุลเมื่อค่ำคืนวันพฤหัสบดี หงส์แดงครองสถิติไม่แพ้ใคร 18 เกมรวด (เพราะเราถือว่าเกมที่แพ้เชลซีในลีกคัพรอบรองชนะเลิศเป็นการแพ้ช่วงต่อเวลาพิเศษ) เกมสุดท้ายที่แพ้ในเวลา 90 นาทีคือเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ลิเวอร์พูลถูกปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถล่มเละ 3-0 คารังโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

แน่นอนว่านี่เป็นเกมนัดสำคัญที่สุดสำหรับหงส์แดงนับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และแม้ในการลงเตะ 4 เกมหลังสุดหงส์แดงจะเคยโชว์ฟอร์มเอาชนะ 3 ทีมที่ครองอันดับเลขตัวเดียวมาแล้ว แต่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยเอาชนะ 4 ทีมหัวตารางได้เลย

ด้านทีมเยือน แมนฯ ซิตี้เองก็ดูเหมือนจะมีปัญหาโชว์ฟอร์มไม่ออกเมื่อเจอทีมใหญ่ นอกจากเกมล่าสุดจะพลาดแพ้ให้กับเมสซี่และผองเพื่อนมาแล้ว เรือใบสีฟ้ายังเคยทำได้เพียงเสมอกับเชลซี 2 ครั้ง เสมออาร์เซนอล 2 ครั้ง (และเคยแพ้อาร์เซนอลมาแล้วในคอมมิวนิตี้ชีลด์) ส่วนถ้าจะพออวดได้บ้าง (มั้ย?) ก็คือการเอาชนะปีศาจแดง 10 ตัว ในเกมดาร์บี้แม็ตช์เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนนู่นเลย

แม้จะเคยเปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยมเอาชนะลิเวอร์พูลสบายเท้าไปเมื่อเดือนสิงหาคม แต่ลิเวอร์พูลในวันนี้ที่แม้จะเพิ่งแพ้มาหยกๆ ก็ไม่ใช่ลิเวอร์พูลในวันนั้นเมื่อเปิดฤดูกาล

เกมนี้จะเป็นเกมชี้ชะตาสำหรับทั้งสองทีม ถ้าแชมป์เก่าเก็บ 3 แต้มจากเกมนี้ได้ก็จะขยับจี้เชลซีซึ่งไม่ได้ลงเตะพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ โดยจะมีผลต่างเพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่ถ้าแพ้เกมนี้ อาจจะทำให้เชลซีมีโอกาสทำคะแนนหนีห่างออกไปเป็น 8 แต้ม และความหวังป้องกันแชมป์ก็แทบจะหลุดลอยจากปลายมือ

ส่วนเจ้าบ้านลิเวอร์พูล หลังจากที่เกือบจะหมดหวังเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ตอนนี้หงส์แดงกลับมามีลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกกับอีกหลายๆ ทีมที่กำลังแย่งโควต้ากันอย่างเมามัน และ 3 แต้มจากเกมนี้จะทำให้ลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ทันทีที่เซาท์แธมป์ตันแพ้เวสต์บรอม และแมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ซันเดอร์แลนด์คาบ้าน 8-0 

แหม... เอาเหอะ! ถึงจะไม่ได้อันดับ 4 แต่ชนะเกมนี้ก็ดีกับหงส์นะ

ตอนนี้แนวรับของทั้งสองทีมดูจะพอๆ กัน คือไม่ค่อยเหนียวแน่นเป็นชิ้นเป็นอันซักเท่าไหร่ แต่กองหน้าของทั้งสองทีมก็อยู่ในช่วงโชว์ฟอร์มเข้าขากัน เราจึงคิดว่าเกมนี้มีประตูแน่ๆ และน่าจะมีช็อทฮาๆ ให้เห็นกันด้วย

ข่าวจริงหรือช่าวลวง

ลิเวอร์พูลน่าจะอดใช้งานกัปตันเจิดที่ยังมีอาการบาดเจ็บเอ็นหลังเข่า และลูคัส เลว่า ที่เจ็บขาหนีบ แต่น่าจะได้ตัว มามาดู ซาโก้ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน หายกลับมาลงสนามพร้อมกัน หลังจากอาการบาดเจ็บทำให้อดลงเล่นกับเบซิคตัส

ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ขึ้นอยู่กับมานูเอล เปเยกรินี่แล้วว่าจะยังใช้ระบบ 4-4-2 เหมือนเกมที่ผ่านๆ มาหรือไม่ เพราะถ้าเป็น 4-4-2 เราอาจจะได้เห็นวิลฟรีด โบนี ได้ลงสนาม 11 ตัวจริงเป็นเกมแรก

จับตามอง: ดาบิด ซิลบา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากับนิวคาสเซิล ดาบิด ซิลบา ได้แสดงให้เห็นว่าแม้จะไม่ได้บงการเกมด้วยการจ่ายบอลจังหวะเดยีว แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มป่วนแนวรับสาลิกาได้ 

ซิลบาจ่ายบอลสำเร็จ 45 ครั้งในเกมนั้น และแม้จะมีนักเตะซิตี้อีก 6 คน (รวมถึงโยอัน กุฟฟราน ของนิวคาสเซิล) ที่จ่ายบอลได้มากกว่า แต่ไม่มีใครสร้างโอกาสยิงประตู  3 ครั้งเหมือนซิลบา 

ไม่เพียงโชว์ความสุดยอดในการยกบอลให้เอดิน เซโก้ยิงประตู ซิลบายังโชว์การเปิดลูกเตะมุม 2 ครั้งให้เพื่อนเข้าไปลุ้นประตู อ้อ..ที่ลืมไม่ได้คือ ดาบิด ซิลบา ยิงเอง 2 ประตูด้วย 

เกมนี้ลิเวอร์พูลน่าจะต้องหาตัวประกบดีๆ หน่อย อย่าปล่อยให้ซิลบามีเวลาเล่นบอลมากไป

LAST FIVE MEETINGS

  • City 3-1 Liverpool (PL, Aug 14)
  • Liverpool 3-2 City (PL, Apr 14)
  • City 2-1 Liverpool (PL, Dec 13)
  • City 2-2 Liverpool (PL, Feb 13)
  • Liverpool 2-2 City (PL, Aug 12)

กุนซือใหญ่

"เราไม่ได้มาเพื่อแพ้ เรามาเพื่อชนะ" เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กล่าวไว้หลังลิเวอร์พูลพลาดท่าถูกเบซิคตัสถล่มหลุดวงโคจรยูโรป้าลีก "มันเป็นเกมที่ดี ถึงเกมจะเรื่อยๆ และสนามก็เล่นค่อนข้างยากสำหรับทั้งสองทีม"

"สำหรับเรา ตอนนี้คงต้องหันกลับมามุ่งมั่นกับพรีเมียร์ลีกที่เราเองก็กำลังทำผลงานได้ดีขึ้น และยังมีอีกรายการที่เรายังจะต้องลงเตะ [ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ] เป้าหมายของเราในปีนี้คือการทำผลงานให้ดีในฟุตบอลถ้วย"

ส่วนทีมเยือนก็หมายมั่นปั้นมือ

"สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่พลาดง่ายๆ เหมือนเดิม นักเตะของเราต้องไม่โดนไล่ออกเกมละคนเหมือนบาร์เซโลน่า" กุนซือเรือใบกล่าวหลังลูกทีมพ่ายถูกยักษ์ใหญ่ลา ลีกา เฉือนเอาชนะไปได้ 2-1

"เราพลาดเหมือนปีที่แล้วอีกจนได้ นักเตะโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม การต้องเล่น 10 ตัวกับบาร์ซ่าเป็นเรื่องยากมาก ในครึ่งแรกเราต่อบอลได้ไม่ถึง 3 จังหวะและเกมของเราก็สับสนมาก แต่ครึ่งหลังก็ค่อยดีขึ้นมาหน่อย เรากดดันเกมได้ดี เราพยายามรักษาสกอร์ไว้และเกือบจะได้แต้มติดไม้ติดมือจากเกมนั้น"

ข้อมูลและตัวเลข

  • ในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 23 เกมหลังสุดในฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี้ ยิงไม่ได้เพียงเกมเดียว คือเกมกับอาร์เซนอล 
  • ฤดูกาล 2014/15 ดาบิด ซิลบา ยิงไปแล้ว 9 ประตู เป็นสถิติสูงสุดใน 1 ฤดูกาลของซิลบา
  • แมนฯ ซิตี้ ยิงประตูนอกกรอบเขตโทษได้ถึง 10 ประตู เป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก และยังเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ยังไม่เคยเสียประตูจากลูกยิงไกล
    More FFT Stats Zone facts

FourFourTwo ฟันธง

เปิดเกมแลก มีประตูแน่นอน เราให้ 2-2 

Liverpool vs Man City LIVE ANALYSIS with Stats Zone