พรีวิว FourFourTwo: ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ยูไนเต็ด

ศึกวันแดงเดือดนัดล้างตา หงส์แดงเปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของปีศาจแดง อาทิตย์นี้ สองทุ่มครึ่ง

ก่อนเกม

ศึกชำระแค้นแดงเดือด

LIVERPOOL FORM

  • Swansea 0-1 Liverpool (Prem)
  • Liverpool 0-0 Blackburn (FAC)
  • Liverpool 2-0 Burnley (Prem)
  • Liverpool 2-1 Man City (Prem)
  • Besiktas 1-0 Liverpool (EL)

MAN UNITED FORM

  • Man Utd 3-0 Spurs (Prem)
  • Man Utd 1-2 Arsenal (FAC)
  • Newcastle 0-1 Man Utd (Prem)
  • Man Utd 2-0 S’land (Prem)
  • Swansea 2-1 Man Utd (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

หลังจากการพบกันครั้งแรกเมื่อกลางเดือนธันวาคม ทั้งสองทีมก็ได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง แต่สิ่งเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็คือหลังจากพ่ายให้ปีศาจแดงนัดนี้ ลิเวอร์พูลยังไม่เคยแพ้ใครในพรีเมียร์ลีกอีกเลย

ความพ่ายแพ้ 3-0 ในเกมนั้นทำให้หงส์แดงต้องร่วงลงไปอยู่อันดับ 10 จนแฟนบอลปีศาจแดงเอามาร้องเพลงล้อเลียน (หรือไล่) กุนซือหงส์แดง "เบรนแดน ร็อดเจอร์ กุนซืออัจฉริยะ" เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยชูป้าย "เดวิด มอยส์ กุนซืออัจฉริยะ" มาแล้ว ล่าสุดหลังจากพลาดตกรอบปิดฉากในเวทียุโรป กุนซือลิเวอร์พูลก็ต้องกลับมาพบเกมกดดันในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหนึ่ง

แต่การเลือกใช้ระบบกองหลัง 3 ตัวของร็อดเจอร์ส กลับกลายเป็นระบบสุดเจ๋งที่ทำให้ลิเวอร์พูลรักษาสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก ที่พลิกสถานการณ์ย่ำแย่ทำให้แฟนบอลเริ่มมีความหวังอีกครั้ง

ฝั่งทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังจากเอาชนะคู่แค้นตลอดกาลเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันที่กลายเป็นความประทับใจของหลุยส์ ฟาน ฮาล กลับกลายเป็นทีมที่ทำผลงานย่ำแย่ ปีศาจแดงของกุนซือชาวดัตช์เพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียวจากการลงเตะพรีเมียร์ลีก 5 เกมหลังสุด โดยหนึ่งในเกมที่แฟนผียังแค้นฝังใจก็คือการพลาดท่าพ่ายคาบ้านให้กับเซาท์แธมป์ตันจากประตูเดียวที่เกิดขึ้นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ทำให้แฟนผีชักจะรู้สึกว่านี่มัน เดวิด มอยส์ ชัดๆ 

แม้หลังจากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดจะกลับมาเก็บชัยชนะได้แบบถูลู่ถูกัง แม้จะให้อภัยได้เพราะต้องแบ่งแยกสมาธิไปเตะเอฟเอคัพรอบก่อนรองชนะเลิศกับอาร์เซนอล แต่เมื่อปีศาจแดงพลาดถูกปืนใหญ่ยิงร่วงตกรอบเอฟเอคัพ ก็ทำให้แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดได้แต่ถอนใจและทำใจว่าปีนี้คงไม่มีถ้วยติดมืออีกแล้วสินะ (ครั้งสุดท้ายที่ไม่มีอะไรติดมือหลายฤดูกาลติดต่อกันคือช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งก็คือช่วงที่ลิเวอร์พูลกำลังเป็นเจ้ายุโรปนั่นเอง)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปีศาจแดงโชว์ฟอร์มโหด เปิดสนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเชือดไก่เดือยทอง 3-0 ทำให้แฟนบอลเริ่มมีความหวังว่าโมเมนตัมมันเริ่มจะมาแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ หรือถ้าจะว่ากันจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลงจากบัลลังก์กุนซือ ที่แมนฯ ยูไนเต็ดเล่นบอลได้เหมือนปีศาจแดงยุครุ่งเรือง ด้วยเกมบุกกดดันหนักแน่น ความพลิกพลิ้ว และความมุ่งมั่นเต็มเกม

ถึงจะเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดหรู แต่หลุยส์ ฟาน ฮาล ก็ยังมีการบ้านที่จะต้องขบคิด อย่างเช่น การเลือกวางตำแหน่งของดาลีย์ บลินด์ ว่าจะให้มิดฟิลด์ดัตช์ยืนแบ็คซ้ายหรือจะปักหลักที่มิดฟิลด์? แล้วอังเคล ดิ มาเรียจะเหมาะกับตำแหน่งไหนในทีม ซึ่งก่อนอื่นยังต้องคิดอีกว่า ดิ มาเรีย จะมีชื่อในทีมหรือไม่? และราดาเมล ฟัลเกา เป็นอะไรไป? แต่ถ้ามองโดยรวมก็นับว่าช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ปีศาจแดงทำผลงานได้ดีสมกับการเป็นหนี่งในสุดยอดทีมของโลก

และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ ปีที่ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะได้ลงเตะเกมนัดแดงเดือดในช่วงที่กำลังฟอร์มดีกันทั้งคู่ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับสองคู่แค้นพรีเมียร์ลีก 

ซึ่งถ้าเรามาย้อนหลังดูก็จะเห็นว่าเกมนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 ที่เกมนัดแดงเดือดจะเป็นเกมที่มีผลสำคัญมากกับทั้งสองทีม เพราะ 3 แต้มจากเกมนี้อาจจะทำให้ลิเวอร์พูลทำคะแนนแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นไปครองอันดับ 4 ได้เกือบทันที

เราเชื่อว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่สู้กันสนุก เปิดแลกกันเต็มที่ไม่มีใครยอมใครตลอด 90 นาที เพราะทั้งสองทีมต่างก็หวัง 3 แต้มกันทั้งคู่ 

แต่ก็นั่นแหละ.... ถ้า ฟาน ฮาล เกิดอยากจะเล่นรัดกุมเพื่อมีแต้มติดมือออกไปจากแอนฟิลด์ ก็อาจจะเจอเกมตั้งรับของปีศาจแดงที่ทำให้เราหลับคาที่ก็ได้....ใครจะรู้?

ข่าวข้างสนาม

เทพลูคัสของลิเวอร์พูลใกล้จะหายเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังจากหายไปพักรักษาอาการบาดเจ็บขาหนีบ 9 เกม ล่าสุดมิดฟิลด์แซมบ้าเพิ่งจะโพสต์คลิปวิดีโอที่ลงซ้อมผ่านอินสตาแกรม แต่เราคาดว่าร็อดเจอร์สคงยังไม่ทะลึ่งเปลี่ยนตัวนักเตะใหม่ลงไปในทีมที่กำลังเล่นด้วยกันได้ดีและเก็บ 3 แต้มต่อเนื่องเป็นกอบเป็นกำ

รายงานอาการบาดเจ็บของฝั่งเจ้าบ้านก็ยังคงมีเพียง จอน ฟลานาแกน (เจ็บเข่า) และมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่กำลังทำผลงานเข้าตาแฟนบอล จอร์แดน ไอบ์ (เจ็บเข่า) ส่วนมาริโอ บาโลเตลลี่ น่าจะหายกลับมาจากอาการไม่สบาย แต่มองกันตามเนื้อผ้า เกรียนโอ้คงไม่ได้ลงตัวจริงเกมนี้หรอก

ทีมเยือนไม่ค่อยมีปัญหาอาการบาดเจ็บ นักเตะตัวหลักที่ยังไม่มีโอกาสลงสนามก็มีแค่โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (เจ็บข้อเท้า) ที่ต้องนั่งดูเพื่อนอยู่กับจอนนี่ อีแวนส์ (จอมถุย) ต่อไป ส่วนมาร์กอส โรโฆ น่าจะได้กลับมาช่วยเกมรับของฟาน ฮาล

ประกบคู่: ราฮีม สเตอร์ลิ่ง vs ดาวิด เด เฮอา

แน่นอนอยู่แล้วว่าไฮไลท์ของเกมนี้จะต้องเป็นนักเตะที่ฟอร์มสุดติ่งกระดิ่งแมวของทั้งสองทีม ฝ่ายทีมเยือนภูมิใจเสนอ ดาวิด เด เฮอา ที่ในการพบกันครั้งที่แล้วเมื่อเดือนธันวาคมนายประตูกระทิงดุโชว์เซฟลูกอันตราย 9 ครั้งในเกม 90 นาที ส่วนฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องจับตามองดาวยิงตัวเก่งฟอร์มแซ่บอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ในเกมเดียวกันมีโอกาสซัดประตูให้เด เฮอา ออกแรงเซฟถึง 4 ครั้ง 

ถ้าเกมนี้ดาวยิงตัวเก่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ฟิตลงสนามในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ราฮีม สเตอร์ลิ่งน่าจะฉีกออกไปเล่นริมเส้น แต่ก็ยังน่าจะหาจังหวะทดสอบสายตาเด เฮอา สักครั้งสองครั้งจนได้

LAST FIVE MEETINGS

  • United 3-0 L’pool (PL, Dec 14)
  • United 0-3 L'pool (PL, Mar 14)
  • United 1-0 L'pool (LC, Sep 13)
  • L'pool 1-0 United (PL, Sep 13)
  • United 2-1 L'pool (PL, Jan 13)

กุนซือใหญ่

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาบีร็อดเคยเงิบมาแล้วเมื่อออกมาแนะกุนซือดัตช์ที่เพิ่งรับงานคุมทีมปีศาจแดงถึงความเขี้ยวของฟุตบอลอังกฤษ แบบว่าไม่เจ๋งจริงไม่รอดนะพี่ แต่กลับเป็นฝ่ายหงส์แดงของร็อดเจอร์สเองนั่นแหละที่ฟอร์มออกปากอ่าวลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล 

แต่หลังจากนั้นมา ในช่วงที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เดือนที่ 4 ของปี 2015 หงส์แดงก็เริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มสมราคาทีมยักษ์พรีเมียร์ลีก ส่วนฝั่งฟาน ฮาลก็ยังจูนระบบไม่เสร็จดี เล่นกันขาดๆ เกินๆ แฟนผีลุ้นกันหน้ามืดแทบทุกเกม

เลยไม่ได้ดูบีร็อดเงิบ

ข้อมูลและตัวเลข

  • ลิเวอร์พูลยังไม่เคยแพ้ในบ้าน 14 เกมติดในการลงเตะทุกรายการแข่งขัน (ชนะ 7 และเสมอ 7 เกม) 
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะจากสนามแอนฟิลด์ 10 ครั้ง เป็นสถิติเก็บชัยเหนือลิเวอร์พูลมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก 
  • สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ยิงไปแล้ว 7 ประตู ในการลงสนามพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก 11 เกม 
    More FFT Stats Zone facts

FourFourTwo ฟันธง

2 ประตู 1 ใบแดง จบเกมแบ่งกันทีมละแต้ม

Liverpool vs Man United LIVE ANALYSIS with Stats Zone