พรีวิว FourFourTwo : สโต๊ค ซิตี้ vs เชลซี

จ่าฝูงเชลซีออกไปเยือนสนามบริทาเนีย สเตเดี้ยมของสโต๊ค ซิตี้ วันจันทร์ 22 ธันวาคม ตีสามประเทศไทย

ก่อนเกม

ช่างปั้นหม้อหวังสร้างปาฏิหาริย์เก็บ 3 แต้มในบ้าน แต่คิดอีกที...จ่าฝูงเยือนทีมอันดับ 12 เลยนะ

STOKE FORM

  • Palace 1-1 Stoke (Prem)
  • Stoke 3-2 Arsenal (Prem)
  • Man Utd 2-1 Stoke (Prem)
  • Liverpool 1-0 Stoke (Prem)
  • Stoke 1-2 Burnley (Prem)

CHELSEA FORM

  • Derby 1-3 Chelsea (LC)
  • Chelsea 2-0 Hull (Prem)
  • Chelsea 3-1 Sporting (CL)
  • Newcastle 2-1 Chelsea (Prem)
  • Chelsea 3-0 Spurs (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

ในฟุตบอลยุคใหม่ เพลงเชียร์ที่ร้องว่า "เอาอีกทีนึง" ดูเหมือนจะเป็นเพลงสุดฮิตสำหรับนักเตะทีมเต็งคว้าชัย วิธีเดียวที่จะกลับมาอีกครั้งหลังพลาดท่าแพ้หรือสะดุดเสมอทำแต้มหลุดมือ คือการรีบกลับมาเก็บ 3 แต้มใส่กระเป๋าให้เร็วที่สุด
 
ชนะแต่ละทีก็ดีไปหมดทุกอย่าง และคงไม่มีนักเตะคนไหนในโลกที่ยึดมั่นกับคำนี้มากไปกว่าจอห์น เทอร์รี่อีกแล้ว
สำหรับกัปตัน ลูกพี่ ตำนานของสิงห์บลู เจทีไม่พลาดที่จะโชว์พาวปลุกใจลูกทีมด้วยการประกาศว่า ลูกทีมของเขาพร้อมแล้วที่จะ "เอาอีกทีนึง" ส่วนจะเอาอะไรนั้น เจทีไม่ได้กล่าวไว้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เชลซีตอนนี้ก็เอาได้หมดทุกอย่างแหละ
 
และถ้าจะให้พูดกันจริงๆ เจทีพูดมันก็ใช่
 
หลังจากพบว่าจ่าฝูงก็แพ้เป็น แฟนบอลต่างจับตามองว่าเชลซีจะกลับมาอย่างไรในเกมกับฮัลล์ ซิตี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และก็เป็นไปตามที่คาด เชลซีค่อยๆ นวด แล้วกระหน่ำทุบฮัลล์ด้วยฟอร์มการเล่นสุดโหดพร้อมของแถมเล็กๆ น้อยๆ จากกรรมการ
ความสำเร็จของเชลซีในฤดูกาลนี้เป็นผลมาจากการเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ชนะสวยหรู แต่ชนะก็คือชนะ หากเชลซีไม่เป็นอย่างเชลซี ไม่เปิดบ้านถล่มฮัลล์แบบโคตรดุอย่างที่เราได้เห็นไปแล้ว เราอาจจะได้ดูรองจ่าฝูงพยายามสู้แย่งตำแหน่งจากเชลซี แต่เพราะเชลซีก็ยังเป็นเชลซี เราเลยไม่ได้เห็นอย่างที่ว่าซักที
 
เกมในคืนหนาวๆ ในบ้านสโต๊ค จะทำให้เราได้เห็นว่าลูกทีมของมูรินโญ่จะ "เอาอีกทีนึง" ได้แค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากที่สโต๊คเคยเปิดบ้านชนะเชลซีมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสกอร์ 3-2 และอีกส่วนหนึ่งเพราะสโต๊คเคยเปิดบ้านพลิกชนะทีมใหญ่ๆ มาแล้วในฤดูกาลนี้ ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และสเปอร์ส

ปัญหาเดียวของสโต๊คคือเสียประตูบ่อยเกินไป และไม่สามารถรักษาจังหวะของเกมได้ สโต๊คยังไม่เคยชนะสองเกมติดกันมาตั้งแต่ชนะสองเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว หลังจากทำผลงานดี เก็บชัยได้ 1 เกม นัดถัดมาสโต๊คจะพลาดแพ้หรืออย่างดีก็ทำได้แค่เสมอ เช่นเมื่อตอนที่ล็อกถล่มพลิกชนะเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วนัดถัดมากลับมาพลาดท่าแพ้คาบ้านให้กับจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ หรือการชนะสเปอร์ส แล้วกลับมาแพ้เบิร์นลีย์คาบ้าน ล่าสุดเป็นการเปิดบ้านเอาชนะปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่ตามมาด้วยการทำได้เพียงออกไปเสมอกับคริสตัล พาเลซในนัดถัดมา เห็นได้เลยว่าสโต๊คชนะ 1 นัดแล้วจะแพ้นัดถัดมา แต่จะว่าไปแล้วก็ถือว่าก้าวหน้านะ ถึงจะก้าวหน้าแบบช้าๆ มากๆ ก็เหอะ

ดูเหมือนว่านั่นจะสรุปผลงานของสโต๊คภายใต้การคุมทีมของกุนซือมาร์ค ฮิวจ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสโต๊คกำลังเดินมาถูกทาง จากความมืดสู่แสงสว่างทางฟุตบอล แต่เป็นการเดินอย่างช้าๆ และบางครั้งก็เจ็บปวด ฟอร์มสุดยอดของสโต๊คก็มีให้เห็นในการเล่นบอลสวนกลับเร็วประกอบกับการพุ่งเซฟเชื่องช้าของโจ ฮาร์ท ทำให้สโต๊คเก็บชัยได้สวยๆ มาแล้ว แต่เกมนัดเหย้าในคืนวันจันทร์นี้น่าจะทำให้แฟนบอลแอบหวั่นว่าสโต๊คน่าจะถูกอีกฝ่ายกดดันให้เล่นเหมือนกับเป็นทีมเยือน
 

ข่าวจริงหรือข่าวลวง

สโต๊คยังต้องหนักใจกับความฟิตของโบยัน เพลย์เมคเกอร์สมองใสที่ต้องถูกออกจากสนามในเกมกับคริสตัล พาเลซเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โบยันต้องยักแย่ยักยันออกมารักษาอาการบาดเจ็บสะโพกหลังลงเล่นไปเพียง 54 นาทีด้วยอาการ "มีเสียงแกร๊กแถวๆ เหนือกระดูกสะโพก" แต่น่าจะหายทันลงเล่นเกมนี้
สำหรับเชลซี เชสก์ ฟาเบรกาสจะพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่นายประตูมือหนึ่ง ธิโบลต์ คูร์ตัวส์ที่มีอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นกับฮัลล์ซิตี้ในเกมที่ผ่านมาก็น่าจะผ่านการเช็คความฟิตได้ลงสนาม เคิร์ท ซูม่าที่ไปรับหมัดของปีเตอร์ เช็คมาในนัดลอนดอน ดาร์บี้ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักหนา แต่มูรินโญ่คงไม่เสี่ยงส่งดิดิเยร์ ดร็อกบาที่บาดเจ็บข้อเท้าลงสนาม

จับตามอง: เจฟฟ์ คาเมรอน (สโต๊ค)

สมมติว่าเจ้าบ้านต้องตกลงเป็นฝ่ายไล่บอลเกือบตลอดเกม เจ้าบ้านก็จำเป็นจะต้องมีนักเตะที่สามารถแย่งบอลคืนมาได้ สโต๊คจะต้องพยายามกดดันหนักด้วยการเล่นบอลเป็นทีมโดยน่าจะใช้คีย์แมนหลักเป็น สตีเฟ่น เอ็นซอนซี่ หรือ เจฟฟ์ คาเมรอน ผู้มักจะถูกลืมอยู่เป็นประจำ คาเมรอนในตำแหน่งหลักมิดฟิลด์เกมรับไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก เพราะเล่นได้สารพัดประโยชน์จนส่วนมากจะถูกจับลงแทนตัวที่บาดเจ็บและเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่สามารถโชว์ฟอร์มสุดยอดในตำแหน่งหลัก แต่ในการลงสนามกับคริสตัล พาเลซ คาเมรอนได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ถนัด และทำสถิติสูงสุดในเกมด้วยการบล็อกลูกยิง 2 ครั้ง ตัดบอล 6 ครั้ง และแย่งบอลคืนได้ถึง 15 ครั้ง หวังว่าเจฟฟ์ คาเมรอนจะทำผลงานได้แบบนี้เพื่อป้องกันเกมบุกของเชลซีในคืนวันจันทร์

LAST FIVE MEETINGS

  • Chelsea 3-0 Stoke (PL, Apr 14)
  • Chelsea 1-0 Stoke (FAC, Jan 14)
  • Stoke 3-2 Chelsea (PL, Dec 13)
  • Stoke 0-4 Chelsea (PL, Jan 13)
  • Chelsea 1-0 Stoke (PL, Sep 12)

โค้ชใหญ่

แม้จะยังไม่สามารถพาทีมชนะ 2 เกมติด แต่มาร์ค ฮิวจ์ยังสามารถยันเสมอคริสตัล พาเลซได้ในเกมล่าสุด ถึงแม้เกมนั้นจะเป็นเกมสุดห่วยที่เคยฮิวจ์เคยได้เห็นและแฟนบอลทุกคนก็ควรที่จะลืมๆ เกมนั้นไปจากความทรงจำ แต่ฮิวจ์ยังคิดบวกได้อยู่ "เราเล่นขัดกันไปหมดเลย" สัปดาห์ที่ผ่านมาฮิวจ์คงจะใช้เวลานั่งคิดถึงอนาคต แต่ไม่ได้คิดว่าจะอยู่หรือจะลา แต่เป็นการคิดว่าจะขายใครและซื้อนักเตะคนไหนเข้ามาเสริมทีม เวลาอีกส่วนหนึ่งคงจะใช้คุยกับประธานสโมสรเรื่องปีเตอร์ เคร้าช์ และเกล็น วีแลน สองนักเตะที่เหลือสัญญากับสโต๊คเพียง 6 เดือนและอาจเตรียมมองหาทีมใหม่ไม่ว่าฮิวจ์จะอยากปล่อยหรือไม่ก็ตาม แต่หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ก็ออกมาให้ข่าวว่ามูซ่า เดมเบเล่ อาจจะเตรียมเก็บของย้ายจากสเปอร์ส มาร่วมทีมช่างปั้นหม้อ
 
ตรงกันข้ามกับเจ้าบ้าน โชเซ่ มูรินโญ่ก็กำลังหัวหมุนวุ่นวายกับธุรกิจฟุตบอลด้วยการเตรียมเซ็นนักเตะใหม่เข้าทีม สัปดาห์ที่ผ่านมา "เดอะ แฮปปี้ วัน" นำทีมเชลซีทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศแคปิตอล วัน คัพ ด้วยการเอาชนะเดอร์บี้ เคาน์ตี้ 3-1 ก่อนจะออกมาสยบข่าวคว้าแชมป์ 4 รายการที่สื่อเริ่มเล่นกันแล้ว "คราวก่อนสื่อตีข่าวว่าเราเป็นทีมแพ้ไม่เป็นทั้งที่เราไม่เคยพูดเลยว่าเราแพ้ไม่เป็น แล้วนี่สื่อก็มาออกข่าวว่าเราเตรียมคว้า 4 แชมป์อีก เราต้องนึกถึงความเป็นจริงไว้ด้วย" มูรินโญ่กล่าว "เราชนะเกมนี้ แต่ก็ไม่ง่ายเลย เราไม่สามารถเลือกลงแข่งได้ แต่เกมถัดไปเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องคิดถึง"
หรือจะพูดง่ายๆ เชลซีกำลังจะ "เอาอีกทีนึง"
 
 

ข้อมูลและตัวเลข

  • ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เอเดน อาซาร์ จ่ายบอลสำเร็จในเขตหน้าประตูมากกว่านักเตะทุกคนในพรีเมียร์ลีก (450 ครั้ง)
  • สโต๊คเสียประตูอย่างน้อย 1 ลูกในการลงสนามเกมพรีเมียร์ลีก 10 เกมหลังสุด เป็นการไม่สามารถรักษาคลีนชีทนานที่สุดในฤดูกาลนี้
  • ในการพบกับสโต๊คในพรีเมียร์ลีก 12 ครั้ง เชลซีชนะ 9 เกม และแพ้เพียง 1 เกมเท่านั้น เกมเดียวที่แพ้คือฤดูกาลที่แล้วในการเยือนสนามบริทาเนีย สเตเดี้ยม

FourFourTwo ฟันธง

ว่าที่แชมป์เฉือนชนะเฉียดฉิว สโต๊ค 0-1 เชลซี