พรีวิว ฟุตบอลกระชับมิตร อุซเบกิสถาน vs ไทย : แมตช์ประเดิมราเยวัช

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ระดับทีมชาติ | วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560 | เวลา 22.00 น. | สนาม บุนยอดกอร์ สเตเดี้ยม | เมืองทาชเค้นท์ | ประเทศอุซเบกิสถาน

ก่อนเกม

แมตช์ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการภายใต้ปฏิทินฟีฟ่า ของ มิโลวาน ราเยวัช เฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย คนที่ 27 ในประวัติศาสตร์ โดยกุนซือชาวเซอร์เบีย ต้องนำทัพช้างศึกจำนวน 22 ราย ที่ไร้นักเตะของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยกพลบุกไปเยือน ทีมชาติอุซเบกิสถาน ณ สนามบุนยอดกอร์ สเตเดี้ยม

ธีรเทพ วิโนทัย อาจจะไม่ใช่นักเตะแนวรุกที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในปัจจุบัน แต่จากฟอร์มการเล่นในปัจจุบันบนวัย 32 ปี และการไม่มีนักเตะจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในทีมชาติไทยชุดพบกับอุซเบกิสถานเลย จึงทำให้เขาต้องกลายเป็นคีย์แมน ที่ได้รับการจับตามอง

สำหรับทีมชาติไทยนั้น เป็นเจ้าของแชมป์แห่งอาเซียน สมัยที่ 5 มาหมาดๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และอยู่ในอันดับสุดท้ายของการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในกลุ่ม บี โดยมีเพียง 1 แต้ม จาก 7 เกมแรกเท่านั้น และหลังเกมอุ่นเครื่องในแมตช์นี้ จะต้องทำศึกหนักในแมตช์ที่ 8 โดยพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 13 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

ทางฟาก อุซเบกิสถาน อันดับที่ 6 ของเอเชีย และอันดับที่ 62 ของโลก กำลังทำผลงานได้ดีพอสมควรในกลุ่ม เอ ของการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย โดยพวกเขามี 12 แต้มจาก 7 เกมแรก รั้งอยู่ในอันดับสาม ซึ่งเป็นอันดับที่จะมีสิทธิ์ได้เพลย์ออฟกับอันดับเดียวกันในกลุ่ม บี และมีแต้มตามหลังรองจ่าฝูงอย่าง เกาหลีใต้ เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น และเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมสุดท้าย โดยหลังจากแข่งขันเกมกระชับมิตรกับทีมชาติไทยแล้ว อุซเบกิสถานจะต้องยกพลบุกกรุงเตหะราน ไปพบกับจ่าฝูงอย่างอิหร่าน ในวันที่ 12 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ 

ความพร้อมทีมชาติไทย

เซอร์ไพรส์ไม่น้อยกับการประกาศรายชื่อ 22 นักเตะช้างศึกที่ได้เดินทางไปเยือนอุซเบกิสถาน ของ มิโลวาน ราเยวัช เพราะว่าไม่มีนักเตะเมืองทองเพียงรายเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ราเยวัช เรียกนักเตะเข้าแคมป์ทั้งหมด 35 คนด้วยกัน โดยมีนักเตะจาก “กิเลนผยอง” ถึง 9 ราย แต่สุดท้ายจากการประเมินสภาพความฟิตแล้ว นักเตะเมืองทองที่ต้องกรำศึกหนักทั้งในส่วนของ ฟุตบอลไทยลีก และเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มาตลอดนับเดือน ก็ได้พัก ไม่ต้องเดินทางมาร่วมทีมในเกมบุกอุซเบฯ แต่อย่างใด 

สำหรับ 22 รายชื่อที่ถูกเรียกตัวมานั้น ต่างก็มีความฟิตที่เพียบพร้อม ยกเว้นเพียง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เพิ่งลงเตะกับเมืองทองเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาเท่านั้น ที่อาจจะมีสภาพเหนื่อยล้าไปบ้าง โดย 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 4-2-3-1 มีดังต่อไปนี้

ผู้รักษาประตู : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

แบ๊คซ้าย : เควิน ดีรมรัมย์

แบ๊คขวา : นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : พรรษา เหมวิบูลย์, มิก้า ชูนวลศรี

กองกลาง : ธนบูรณ์ เกษารัตน์, แอนโทนี อำไพพิทักษ์วงศ์

กองกลางตัวรุก : สรรวัชญ์ เดชมิตร

กองหน้าฝั่งซ้าย : บดินทร์ ผาลา

กองหน้าฝั่งขวา : สิโรจน์ ฉัตรทอง

กองหน้าตัวเป้า : ธีรเทพ วิโนทัย

ความพร้อมทีมชาติอุซเบกิสถาน

อุซเบกิสถาน กลายเป็นชาติที่น่ากลัวอย่างยิ่งในระดับเอเชีย พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 6 ของเอเชีย และอันดับที่ 62 ของโลกในปัจจุบัน ทั้งที่เมื่อปี 2010 พวกเขายังอยู่ในอันดับที่ 109 ของโลกอยู่เลย

ภายใต้การคุมทัพของ แซมเวล บาบายาน เฮ้ดโค้ชวัย 46 ปี เขาพาทีมชาติอุซเบกิสถาน จบแชมป์กลุ่ม เอช ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 โซนเอเชีย ทั้งที่เป็นกรุ๊ปออฟเดธ ทั้งที่มี เกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์, บาห์เรน และเยเมน ร่วมในกลุ่ม ในรอบที่สอง โดยทำทีมชนะถึง 7 นัด และแพ้เกมเดียว เก็บได้ 21 แต้ม ยิงได้ 20 ลูกเสียเพียง 7 ประตูเท่านั้น

ในรอบที่สาม บาบายาน และลูกทีม ยังคงเล่นได้ดีอย่างยิ่ง เก็บได้อีก 12 แต้ม และอยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่มเอ มีลุ้นไปฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยในเกมนี้ พวกเขาจะใช้ทีมชาติไทย เป็นคู่อุ่นเครื่องก่อนบุกไปทำศึกใหญ่กับ ทีมชาติอิหร่าน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่กรุง เตหะราน โดยสภาพทีมอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเกมที่เพิ่งเปิดบ้านชนะกาตาร์ 1-0 เมื่อประมาณ 2 เดือนเศษที่แล้วมากนัก นำมาโดย อิกอร์ เซอร์กิเยฟ แนวรุกตัวเก่งจาก ปัคตากอร์, โอดิล อัคห์เมดอฟ มิดฟิลด์กัปตันทีมจากเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี, อันชูร์ อิสไมลอฟ กองหลังวัย 32 ปีจาก ชางชุน ย่าไท่, อีกอร์ คริเม็ตส์ แนวรับจาก ปักกิ่ง กั๋วอัน และ อาซิชเบ็ค ฮายการอฟ ตัวทำเกมจาก อัล-ชาบับ (ยูเออี)

คีย์แมน

ธีรเทพ วิโนทัย อาจจะไม่ใช่นักเตะแนวรุกที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในปัจจุบัน แต่จากฟอร์มการเล่นในปัจจุบันบนวัย 32 ปี และการไม่มีนักเตะจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในทีมชาติไทยชุดพบกับอุซเบกิสถานเลย จึงทำให้เขาต้องกลายเป็นคีย์แมน ที่ได้รับการจับตามอง

ลีซอ ติดทีมชาติไทยอีกครั้งในรอบสามปีเศษ ด้วยวัยที่แตะหลักเลขสาม.. เขายังมีดีในเรื่องของความแข็งแกร่ง ความเร็ว ความฉลาดในกรอบเขตโทษ และที่สำคัญประสบการณ์ในระดับนานาชาติที่เหนือกว่าคนอื่น ยกเว้นสินทวีชัย หทัยรัตนกุล คนเดียว เขาจึงได้ตำแหน่งรองกัปตันทีมมาครอบครอง... เขาจะประเดิมสนามได้ดีแค่ไหนบนเส้นทางลูกหนังที่มีธงปักอกครั้งนี้ ภายใต้การประเดิมสนามนัดแรกของทีมชาติในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช อีกไม่นานเราจะได้รู้กัน

ทางฟากของ อุซเบกิสถาน .. คีย์แมนของพวกเขาคือ อีกอร์ เซอร์กีเยฟ กองหน้าวัย 24 ปี จากสโมสร ปัคตากอร์ เขาระเบิดฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในการผลิตประตูให้กับสโมสร รวมถึงทีมชาติในตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามอยู่ในกรอบเขตโทษ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากับสโมสรแห่งประเทศอุซเบกิสถานนี้ เจ้าตัวทำสถิติยิงประตูได้ทุกๆ 2 เกม และนั่นเองที่ทำให้เขาถูกสโมสร ปักกิ่ง กัวอั๋น ยอดทีมจากลีกจีน ดึงตัวไปร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวเลยทีเดียว

ช่วงปี 2015 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 เขากดไปทั้งหมด 4 ประตู ให้กับทีมชาติอุซเบกิสถาน ตามด้วยการยิงประตูถึง 5 ลูกจาก 6 เกม ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016 ให้กับปัคตากอร์ ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะกลายเป็นแนวรุกตัวความหวังในการผลิตสกอร์ให้กับอุซเบกิสถานในปัจจุบัน

สถิติที่น่าสนใจของทั้ง 2 ทีม

- ทั้งคู่พบกันมาในเกมระดับฟีฟ่าของทีมชาติชุดใหญ่ทั้งหมด 7 นัด เป็นทีมชาติไทย ชนะ 5 นัด และแพ้ 2 เกม โดยทีมชาติไทยยิงได้ทั้งหมด 18 ประตู และเสียให้กับอุซเบกิสถาน 13 ลูก

- แมตช์แรกที่ทั้งคู่พบกัน เกิดขึ้นเมื่อเอเชี่ยนเกมส์ 1994 ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น โดยครั้งนั้น อุซเบกิสถาน ชนะ ทีมชาติไทย 5-4

- 21 พฤศจิกายน 2003 ทีมชาติไทย เคยถล่ม อุซเบกิถาน 4-1 จากการทำประตูของ มานิตย์ น้อยเวช, นิรุจน์ สุระเสียง, ปิยะวัฒน์ ทองแม้น และศรายุทธ ชัยคำดี ในศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2004 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอ ซึ่งชัยชนะในเกมนั้นทำให้ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่ประเทศจีน และเป็นเกมที่ทีมชาติไทยชนะอุซเบกิสถานได้สกอร์ขาดลอยที่สุด

- การพ่ายแพ้ทีมชาติอุซเบกิสถาน แบบขาดลอยที่สุดของทีมชาติไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ในรายการฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2004 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอ เช่นกัน โดยทีมชาติไทยพ่ายไป 0-3

- นัดสุดท้ายที่ทั้งคู่พบกัน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ปี 2007 ในทัวร์นาเมนต์ คิงส์คัพ โดยทีมชาติไทยชนะไป 3-2 โดยได้ประตูจาก ศรายุทธ ชัยคำดี 2 ประตู และ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ อีก 1 ลูก

- สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ ธีรเทพ วิโนทัย คือ 3 นักเตะที่ยังหลงเหลืออยู่จากทีมชาติไทย ชุด คิงส์คัพ 2007 ที่มีเกมเอาชนะ อุซเบกิสถาน 3-2 ก่อนจะได้แชมป์มาครอง