พรีวิว : กาตาร์ vs ไทย : ช้างศึกลุยแดนทะเลทราย

กระชับมิตร ฟีฟ่าเดย์ / สนามญัสซิน บิน ฮาหมัด / วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / เวลา 23.00 น.

ก่อนเกม

เจ้าบ้าน กาตาร์ ทีมอันดับ 80 ของโลก ผลงานในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบสอง ที่ผ่านมา นับว่าน่าประทับใจสุดๆ เมื่อจัดการเอาชนะคู่ต่อสู้ร่วมกลุ่มไปได้ถึง 7 จาก 8 นัดที่ลงสนาม โดยแพ้ไปเพียงนัดเดียวเท่านั้นในเกมสุดท้ายที่บุกไปพ่ายจีน 0-2 แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็เข้ารอบเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มอยู่ดี พร้อมถล่มประตูไปถึง 29 ตุง เสียไปแค่ 4 ลูกเท่านั้น แม้ในรอบสามจะอยู่คนละสายกับไทย แต่ก็จะได้มาเจอกันก่อนในเกมนี้

สำหรับผลงานการลงเตะกระชับมิตร 3 นัดที่ผ่านมา หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทีม “เหยี่ยวทะเลทราย” ก็ทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง แม้เกมแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม จะพ่ายให้อัลแบเนียไป 1-3 แต่สองนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 8 และ 18 ในเดือนนี้ พวกเขาเก็บชัยได้ทั้งหมด ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะอิรักไป 2-1 และบุกไปเฉือนจอร์แดนสุดมัน 3-2 เรียกได้อยู่ว่าอยู่ในช่วงเข้าฝักสำหรับพวกเขาจริงๆ

ด้านทีมเยือนอย่างไทย อันดับ 120 ของโลก ขนทัพนักเตะชุดที่ดีที่สุดทั้ง 23 คน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ลัดฟ้าสู่กาตาร์ไปตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา และลงซ้อมทันทีหลังเดินทางถึงจุดหมายได้ไม่กี่ชั่วโมง สำหรับผลงานในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทำเอาแฟนบอลชาวไทยชื่นใจกันทั้งประเทศ เมื่อเข้ารอบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ด้วยผลงานไร้พ่าย ชนะ 4 เสมอ 2 ทำประตูมากกว่าทุกทีมในกลุ่ม แถมยังเสียประตูน้อยที่สุดเช่นกันเท่ากับอิรักทีมอันดับสอง

ในส่วนของเกมกระชับมิตรตามปฎิทินฟีฟ่า เดย์ 3 เกมที่ผ่านมา ฟอร์มมาทรงเดียวกับเจ้าบ้าน หลังจบศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกได้ 3 วัน ทัพ “ช้างศึก” ก็เปิดสนามราชมังคลาฯ พ่ายเกาหลีใต้ไป 0-1 เมื่อเดือนมีนาคม แต่อีกสองเกมถัดมาเป็นการแข่งขันถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ประเดิมนัดแรกด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะซีเรีย ก่อนเข้าไปเอาชนะจอร์แดน 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์คิงส์คัพได้เป็นหนแรกในรอบ 9 ปี ได้สำเร็จ

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม เจอกันมาทั้งหมดแค่สองครั้ง โดยผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะแบบบ้านใครบ้านมัน ต้องรอติดตามว่าเกมนี้จะลงท้ายด้วยผลการแข่งขันแบบเดิมหรือไม่

ข่าวข้างสนาม

เจ้าบ้าน กาตาร์ พร้อมจัดหนักจัดเต็มต้อนรับการมาเยือนของทัพ “ช้างศึก” อย่างแน่นอน คาดว่าจะส่งนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามทำศึกในเกมพรุ่งนี้ คาดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นชุดเดิมที่คว้าแชมป์กลุ่มในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง ประกอบไปด้วยสองดาวดังอย่าง ฮัสซัน อัล ไฮดอส หัวหอกตัวเก่ง และ อับเดลคาริม ฮัสซัน เจ้าของอันดับ 26 ของสุดยอด 50 แข้งเอเชีย โดย โฟร์โฟร์ทู ที่เป็นเสาหลักสำคัญของทีม “เหยี่ยวทะเลทราย” ในตอนนี้

นอกจากนี้ยังมีสามแข้งที่พร้อมใจกันกด 4 ประตู ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกที่ผ่านมา คือ โมฮาเหม็ด มูซ่า อีกหนึ่งแนวรับฝีเท้าฉกาจ และสองศูนย์หน้าอย่าง โมฮัมเหม็ด มุนตารี่ กับ บูอาเล็ม คูกี้ ที่ฟอร์มแรงกันแบบสุดๆ เรียกได้ว่ามีแต่ตัวตัวอันตรายที่ทัพ “ช้างศึก” ต้องคอยประกบติดไม่ให้คลาดสายตาและระวังเอาไว้ให้ดี

การที่ พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ ตัดสินใจเลื่อนเกม โตโยต้า ไทยลีก ทั้ง 9 คู่ในนัดที่ 28 มาแข่งพร้อมกันเมื่อวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีเวลารวมตัวนักเตะเพื่อฝึกซ้อมก่อนทำศึกเกมนี้ 4 วันเต็มๆ

แต่ทัพช้างศึกเองก็ต้องมีปัญหาเล็กน้อยเมื่อหัวหอกตัวเก่งอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร เกิดบาดเจ็บก่อนรายงานตัวไม่กี่วัน ทำให้ “โค้ชซิโก้” ต้องเรียกตัว มิก้า ชูนวลศรี ปราการหลังลูกครึ่ง ไทย-เวลส์ มาเสียบแทน อีกทั้งยังทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเรียก ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะขวัญใจแฟนบอลคัมแบ็คกลับสู่ทีมชาติอีกครั้ง รวมไปถึงศูนย์หน้าร่างยักษ์จากอุบล ยูเอ็มที อย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง ติดธงไตรรงค์รับใช้ชาติเป็นครั้งแรก อาจมีเซอร์ไพรส์ได้เห็นเขาลงประเดิมสนามหนแรกในชีวิตอีกด้วย

คีย์แมน : อับเดลคาริม ฮัสซัน vs ธีรศิลป์ แดงดา

ฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจจากนักเตะเจ้าของความสูง 6 ฟุตกว่าๆ อย่าง อับดุลคาริม ฮัสซัน ที่ฉายแววออกมาในช่วงสองถึงสามฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสุดยอดกองหลังในแถบตะวันออกกลาง และกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมชาติกาตาร์ทั้งชุดใหญ่และชุดอายุไม่เกิน 23 ปีซึ่งเขาเป็นกัปตันทีมอยู่

เขาเป็นกำลังหลักให้กับสโมสร รวมถึงทีมชาติมาตลอด สำหรับเครื่องหมายการค้าของแข้งรายนี้ก็คือการเติมเกมรุก เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ชอบเปิดเกมบุกเป็นชีวิตจิตใจ ในปัจจุบัน เขาลงรับใช้ทีมชาติกาตาร์ไปแล้วเกือบ 52 นัด พร้อมกับอีก 8 ประตู​ และเคยเป็น 1 ในสตาร์ที่น่าจับตามองในฟุตบอลเอเชียนคัพและทัวร์นาเมนต์เอเอฟซี ยู-23 ด้วย ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเลยทีเดียว และแน่นอนว่าต้องเป็นตัวอันตรายสำหรับทีมชาติไทยแน่ๆ

อดีตกองหน้าอัลเมเรียวัย 27 ปีคือความหวังสูงสุดของทีมชาติไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งในห้วงเวลานี้ “มุ้ย” กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมล่าสุดทำไป 10 ประตู จาก 26 นัด ช่วยต้นสังกัด เมืองทอง ยูไนเต็ด นำเป็นจ่าฝูงในลีก อีกทั้งยังทำไป 3 ประตูพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย และ ขึ้นแท่นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติไทยลำดับที่ 5 ด้วยผลงาน 33 ประตูจาก 69 นัด

กองหน้ากิเลนผยองนอกเหนือจากจบจบสกอร์ได้เฉียบขาดแล้ว ระยะหลังเขายังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์รอบด้านไม่ว่าจะเป็นการพักบอล วิ่งทำทาง หรือ การจ่ายสวยๆแบบคิลเลอร์พาส ก็ล้วนทำได้ดี และด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ทัพช้างศึกก็ได้แต่หวังว่า “มุ้ย” จะรักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไป

Topics