พรีวิว คิงส์ คัพ : ไทย – จอร์แดน : ภารกิจเถลิงบัลลังก์รอบ 9 ปี

ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ | สนามราชมังคลากีฬาสถาน | วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2559 | เวลา 19.30 น.

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 44 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ และเป็นโอกาสอันดีที่ ทีม “ช้างศึก” จะได้เถลิงบัลลังก์แชมป์ครั้งแรกในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่เอาชนะอิรักได้เมื่อปี 2007

นอกจากเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี เพราะเป็นถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว การแข่งขันคิงส์ คัพ ครั้งนี้ยังมีการเก็บคะแนนแร้งกิ้งฟีฟ่าด้วย โดยเกมก่อนหน้านี้ไทย ซึ่งรั้งอันดับ 117 ของโลก เสมอกับซีเรียมา 2-2 ก่อนชนะในการดวลจุดโทษชี้ขาดแบบดราม่า

ขณะที่จอร์แดน ภายใต้การคุมทีมของ อับดุลลอฮ์ อบูเซมา ซึ่งรั้งอันดับที่ 80 ของโลก ชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ส่งผู้เล่นชุดสองของพวกเขามาร่วมแข่งขันไปสบายๆ 3-1 โดยการที่พวกเขาเพิ่งเข้าร่วมศึกคิงส์ คัพ เป็นครั้งแรกก็ย่อมอยากจะคว้าชัยให้ได้เช่นกัน

สำหรับคู่นี้เคยเจอกันมาตามบันทึกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า มาทั้งหมด 6 ครั้ง ปรากฏว่าไทยไม่เคยชนะได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เสมอ 5 แพ้ 1 โดยครั้งสุดท้ายที่พบกันเป็นเกมกระชับมิตร ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อปี 2011 ซึ่งเสมอกันไป 0 - 0

ข่าวข้างสนาม

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พาทีมชนะ ซีเรีย มาได้แบบหืดจับในรอบก่อนหน้านี้ จนเจ้าตัวยอมรับว่าการได้เก็บตัวทีมชาติน้อยลง ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดในการจูนทีม ตลอดจนการเรียกพละกำลังความฟิตของนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามในเกมลีก เป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบาก แต่ นี่ คือ ภารกิจสำคัญของเขา

อย่างไรก็ตามสปิริตภายในทีมยังเต็มไปด้วยความแน่นแฟ้น นักเตะหลายคนแสดงความเชื่อมั่น ปลอบใจ และพร้อมอยู่เคียงข้าง สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางอารมณ์ติสต์ที่ยิงจุดโทษพลาด จนแฟนบอลใจหายใจคว่ำ ยังดีที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ช่วยกันยิงเข้าทั้งหมด และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก็รับบาทฮีโร่ได้อีกครั้ง  

เกมนี้ ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนัดชิงกับ จอร์แดน นักเตะส่วนใหญ่ยังฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนาม อาจมี ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง จนต้องถูกถอดออกตั้งแต่ครึ่งหลังในเกมที่พบกับ ซีเรีย โดยเกมนี้ ไทย จะทดสอบใช้เซนเตอร์ฮาล์ฟถึง 3 คน

ด้าน อับดุลลอฮ์ อบูเซมา กุนซือของจอร์แดน ซึ่งขนผู้เล่นทัพใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ผ่านมา กล่าวว่าฟุตบอลรายการนี้เป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ พร้อมชมทีมชาติไทยว่ามีพัฒนาการขึ้นมาเร็วมาก เมื่อเทียบกับสมัยที่ตนเป็นนักเตะ โดยย้ำว่าทีมไทยมีจุดแข็งที่เรื่องของความเข้าใจเกมกันสูง

คีย์แมน : ชนาธิป สรงกระสินธ์ VS ฮัมเซห์ อัล-ดัรดูร

กองกลางจากเมืองทองฯ ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีในช่วงครึ่งแรกของเกมนัดที่พบกับ ซีเรีย ด้วยการหลุดเข้าไปแอสซิสต์ให้ ธีรศิลป์ แดงดา ทำประตูขึ้นนำ 1-0 และเกมนี้ ไทย ยังคงต้องการความสามารถเฉพาะตัวของเขาในการทะลุทะลวงเกมรับคู่แข่ง มันเป็นบททดสอบที่ดีอีกครั้งสำหรับเขา หากต้องเจอกับกองหลังที่แข็งแกร่งจากทีมตะวันออกกลาง แน่นอนว่า จอร์แดน นั้นมีอันดับโลกไม่ธรรมดา เช่นเดียวกับ ผลงานในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ที่ผ่านมา เกมนี้ จึงเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของเขาว่าจะทำได้ดีแค่ไหน เมื่อเจอของแข็งระดับเอเชีย

ส่วนฝั่งจอร์แดน แน่นอนว่านักเตะสำคัญของพวกเขาคงหนีไม่พ้น ฮัมเซห์ อัล-ดัรดูร หัวหอกตัวฉกาจของทีม ที่สร้างผลงานไว้อย่างน่าชื่นชมในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แม้ทีมบ้านเกิดของเขาจะไม่ได้ไปต่อ แต่ก็เหมาคนเดียวถึง 8 ประตู จาก 8 นัด พาทีมจบอันดับรองแชมป์กลุ่ม พลาดโอกาสเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ที่ดีที่สุดไปอย่างน่าเสียดาย เขามีทั้งความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และความสามารถเฉพาะตัวเต็มเปี่ยม เอาตัวรอดในพื้นที่แคบได้อย่างพริ้วไหว และสำหรับศึกคิงส์คัพครั้งนี้เจ้าตัวยืนยันเองว่าไม่ได้มาเล่นๆ หวังคว้าแชมป์ติดมือเพื่อเป็นรางวัลปลอบใจจากความผิดหวัง ซึ่งเขาก็ทำไปได้ 1 ประตูในเกมที่พบกับ ซีเรีย