พรีวิว คิงส์ คัพ : ไทย – ซีเรีย

ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ | สนามราชมังคลากีฬาสถาน | วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2559 | เวลา 19.30 น.

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ที่มีความหมายมากกว่าการเตรียมทีมเพราะเดิมพันด้วยคะแนนสะสมในอันดับโลก

หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสอง ทีมชาติไทย ก็ยังไม่พลาดในการเตรียมทีมช่วงฟีฟ่าเดย์ โดยก่อนหน้านี้ก็อุ่นเครื่องกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ และแม้ว่าจะเปิดบ้านแพ้ไป 0-1 แต่ถือเป็นการทดลองทีมที่ดีกับชาติชั้นนำของเอเชียก่อนเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย

ทีมชาติไทย ห่างหายจากการคว้าถ้วยพระราชทานคิงส์คัพมานานถึง 9 ปี เต็มๆ นับปี 2007 ที่เฉือนชนะทีมชาติอิรัก ในรอบชิงชนะเลิศ 1-0 หลังจากนั้นก็ทำได้เพียงรองแชมป์ในปี 2009 และครั้งล่าสุดเมื่อ 2015 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จึงหมายมั่นมากว่าจะต้องพาทีมคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือให้ได้เป็นครั้งแรกหลังเคยทำได้มาแล้วสมัยเป็นนักเตะ

ด้านทีมชาติซีเรีย ถือเป็นชาติสุดท้ายที่ตอบรับการเข้าร่วมแข่งขันคิงส์คัพหนนี้ และถือเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกับ จอร์แดน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกสองชาติที่เข้าร่วม

ขุนพล "อินทรีแห่งกอซิอูน " สามารถผ่านเข้าถึงรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการขยับเข้าใกล้การได้ไปเวิลด์คัพมากที่สุด แน่นอนว่านี่จะเป็นการเตรียมทีมที่ดีของพวกเขาเช่นกัน

สำหรับการพบกันของ ทีมชาติไทย และ ซีเรีย หนนี้จะถือเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบันทึกเอาไว้ โดย 3 เกมที่ผ่านมา ทีมชาติไทย ยังไม่เคยแพ้ ซึ่งเป็น ชนะ 2 ครั้ง ในปี 1982 และ 1978 ส่วนครั้งล่าสุดในเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2009 ทั้งคู่เสมอกัน 1-1

ข่าวข้างสนาม

การที่ พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ ตัดสินใจเลื่อนเกม โตโยต้า ไทยลีก ทั้ง 9 คู่ในนัดที่ 14 มาแข่งพร้อมกันเมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีเวลารวมตัวนักเตะเพื่อฝึกซ้อมก่อนทำศึกคิงส์คัพ 1 สัปดาห์เต็มๆ

แต่ทัพช้างศึกเองก็ต้องมีปัญหาเล็กน้อยเมื่อกำลังหลักอย่างคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ กรวิทย์ นามวิเศษ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สุทธินันท์ พุกหอม ของ ชลบุรี เอฟซี ต่างมีอาการบาดเจ็บจนไม่มีชื่อในทีมชุดนี้ รวมไปถึง ปกเกล้า อนันต์ ห้องเครื่องจากชลบุรี อีกคนด้วยเช่นกัน ขณะที่ ชาริล ชัปปุยส์ แม้กลับมาลงสนามให้ต้นสังกัดในรอบปีครึ่งได้แล้วแต่ ซิโก้ ก็ยังไม่เสี่ยงเรียกติดทีมเข้ามา

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อาจจะขยับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟอีกครั้ง โดยเตรียมจับคู่กับ อดิศร พรหมรักษ์ แนวรับดาวรุ่งจากบีอีซี เทโรศาสน หลังเคยเล่นด้วยกันมาแล้วทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติไทย U23

อินทรีแห่งกอซิอูน ได้ลงอุ่นเครื่อง 1 นัดก่อนจะเดินทางมาประเทศไทย แต่ก็ต้องแพ้ให้กับ เวียดนาม 2-0 ขุนพลชุดนี้นำทีมโดยสองแข้งดัง อย่าง ซานฮาริบ มัลกี ดาวยิงตัวเก่งที่ค้าแข้งกับ คาซิมปาซ่า ในลีกตุรกี และ อุซามะห์ อุมารี จอมทัพวัย 24 ปี จากสโมสร อัล วาห์ดะ ที่ซัดไป 4 ประตู ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง รวมไปถึงกัปตันทีมผู้รักษาประตูจอมเก๋าอย่างมูซ็อบ บัลฮูส ที่เคยมีดีกรีเป็นสุดยอดนายทวารศึกเอเชียน คัพ 2011 อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ซีเรีย ไม่ได้เรียกดาวยิงคำสำคัญอย่าง อุมัร คริบิน ที่ยิงไป 7 ประตูในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสอง และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในเวลานี้เดินทางมาด้วย

คีย์แมน : ธีรศิลป์ แดงดา VS อุซามะห์ อุมารี

อดีตกองหน้าอัลเมเรียวัย 27 ปีคือความหวังสูงสุดของทีมชาติไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งในห้วงเวลานี้ “มุ้ย” กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเพิ่งทำไป 4 ประตู 5 แอสซิสต์ จาก 13 นัด ช่วยต้นสังกัด เมืองทอง ยูไนเต็ด นำเป็นจ่าฝูงในลีก อีกทั้งยังทำไป 3 ประตูพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย และ ขึ้นแท่นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติไทยลำดับที่ 5 ด้วยผลงาน 33 ประตูจาก 69 นัด

กองหน้ากิเลนผยองนอกเหนือจากจบจบสกอร์ได้เฉียบขาดแล้ว ระยะหลังเขายังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์รอบด้านไม่ว่าจะเป็นการพักบอล วิ่งทำทาง หรือ การจ่ายสวยๆแบบคิลเลอร์พาส ก็ล้วนทำได้ดี ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วทัพช้างศึกก็ได้แต่หวังว่า “มุ้ย” จะรักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไป ที่สำคัญเชื่อเหลือเกินว่าเจ้าตัวคงมีความกระหายไม่น้อยที่อยากคว้าแชมป์คิงส์คัพครั้งนี้ แม้ว่าเมื่อปี 2007 จะเคยสัมผัสมาแล้วแต่เจ้าตัวก็แทบไม่มีส่วนร่วมเพราะยังเป็นเพียงดาวรุ่งวัย 18 ปี

นอกเหนือจาก ซานฮาริบ มัลกี ดาวยิงที่ค้าแข้งในลีกตุรกีที่ถือเป็นความหวังของทีมชาติซีเรียชุดนี้แล้ว มิดฟิลด์ตัวรุกจาก อัล วาห์ดา อย่าง อุซามะห์ อุมารี รี่ ก็นับเป็นผู้เล่นที่อันตรายเช่นกัน ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้เปี่ยมไปด้วยความกระหายและความสด ไม่เพียงแต่มีการสร้างสรรค์เกมรุกที่ยอดเยี่ยม เขายังเป็นนักเตะที่มีเซนต์บอลสอดขึ้นมาทำประตูจากแถวสองได้ดีเห็นชัดจากการผลงาน 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่ผ่านมา ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่แดนกลางและแนวรับของทัพช้างศึกจะปล่อยให้เขาคลาดสายตาไม่ได้เป็นอันขาด