พรีวิว : นครราชสีมา เอฟซี - ชลบุรี เอฟซี

โตโยต้า ไทยลีก / สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา / 24 เมษายน 2016 / เวลา 18.00 น.

ก่อนเกม

ฤดูกาลที่ 2 บนเวทีโตโยต้า ไทยลีก ของ นครราชสีมา เอฟซี เริ่มต้นได้ไม่ดีนักเมื่อชนะคู่แข่งไปเพียง 2 นัด และแพ้ไปถึง 4 รั้งอันดับ 11 ซึ่งอยู่ในครึ่งท้ายของตารางคะแนน

นัดล่าสุดของ สวาทแคท ในลีกคือการบุกไปแพ้ ราชบุรี เอฟซี 2-0 ซึ่งเป็นการแพ้ต่อเนื่องนัดที่สอง โดย คัมเบะ ซูกาโอะ เฮดโค้ชยอมรับหลังเกมนัดนั้นว่าทีมกำลังสูญเสียความมั่นใจทำให้ทั้งเกมรุก และ เกมรับดูติดขัดไปหมด แต่ก็ได้เคาะสนิมในโตโยต้าลีกคัพด้วยการเอาชนะ อินเตอร์พัทยา ทีมระดับดิวิชั่น 2 ไป 2-0

แม้ว่าขุมกำลังส่วนใหญ่ของ นครราชสีมา เป็นชุดที่เล่นด้วยกันมานานซึ่งจุดแข็งก็คือการเข้าใจเกมและทีมเวิร์ค แต่ทางตรงกันข้ามก็ดูเหมือนจะทำให้คู่แข่งจับทางได้ง่ายเช่นกัน

ในขณะที่กองหน้าคนใหม่อย่าง มาร์โก ทัคบาจูมี ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากนัก ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ทีมยังแก้ไม่ตกมาตั้งแต่ปีที่แล้วในเรื่องของเกมรุก พวกเขาทำประตูได้มากกว่าคู่แข่งเพียง 3 ทีมเท่านั้นคือ ท่าเรือ ศรีสะเกษ และ ทีโอที โดย 2 ใน 3 คือทีมที่ตกชั้นไป ทั้งที่เกมรับจัดอยู่ในระดับท็อฟไฟว์เลยทีเดียว

มาในปีนี้หลังผ่าน 6 นัด พวกเขาทำประตูคู่แข่งได้ 7 ลูกถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ต่างจากเดิมมากนักแต่เกมรับกลับดูอ่อนลงและนั่นเป็นสิ่งที่คัมเบะ ซูกาโอะ ต้องเร่งแก้ไข

ส่วน ชลบุรี เอฟซี ที่เริ่มติดเครื่องต้องมาสะดุดแพ้เป็นเกมแรกรอบ 5 นัดให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าในเกมนัดตกค้างช่วงสงกรานต์ 3-2 และมีเวลาพักน้อยกว่าคู่แข่งราว 1 สัปดาห์ พร้อมกับต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นอีกครั้ง

เทิดศักดิ์ ใจมั่น เริ่มปรับเกมรุกของทีมได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะ โรดริโก แวร์จิลิโอ ที่โดนวิจารณ์พอสมควรในช่วงแรกทำประตูติดต่อกันมา 3 นัดในลีกแล้ว ยิ่งลูกที่ยิงได้ในเกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นลูกเก่งของเขาสมัยอยู่กับราชนาวีซึ่งน่าจะช่วยสร้างความมั่นใจได้ไม่น้อย

แต่สิ่งที่ต้องกังวลก็คือเกมรับแม้จะได้เห็นสัญญาณที่ดีจากการจับคู่กันของ แอนเดอร์สัน และ คิม จอง พิว ในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟแต่รายหลังก็มีอาการเจ็บก่อนเกมกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้ต้องปรับขบวนกันอีกครั้ง

นอกจากนี้ ฉลามชล ยังมีสถิติในการพบกับ นครราชสีมา ไม่ดีเท่าไรในปีที่แล้วโดยเจอกัน 2 นัดเอาชนะไม่ได้เลย ที่สำคัญยังบุกมาพ่ายแพ้ที่สนามแห่งนี้อย่างเจ็บแสบเมื่อโดน บียอร์น ลินเดมันน์ เล่นงานในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งน่าจะทำให้พวกเขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ข่าวข้างสนาม

คัมเบะ ซูกาโอะ ไร้ปัญหาในการจัดทัพเกมนี้เมื่อไม่มีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน โดยผู้รักษาประตูน่าจะกลับมาเป็น กัมพล ปฐมอรรฆกุลย์ อีกครั้งหลังเกมกับราชบุรี ประภาส กอบแก้ว ที่ได้รับโอกาส ส่วนแผงหลัง 4 คนประกอบด้วย พลวัฒน์ วังฆะฮาด ,ซาโตชิ นากาโน ,เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ ประลอง สาวันดี

มิดฟิลด์มี อธิบดี เอติรัตน์, โนอาห์ ชิวูตา มาเล็ก ยาวาหาบ และ เมธี ทวีกุลกาจน์ ยืนคุมเกม โดยวางบียอร์น ลินเดมันน์ กับ มาร์โก ทักบาจูมี เป็นสองหัวหอก

เทิดศักดิ์ ใจมั่น ยังต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บของ คิม จอง พิว ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ ซึ่งหากหายไม่ทันก็ต้องใช้งาน ชลทิตย์ จันทคาม ในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แอนเดอร์สัน ต่อไปก่อนเนื่องจาก สุทธินันท์ พุกหอม ปิดเทอมยาว 2 เดือน ขณะที่ตำแหน่งแบ็กขวามี นพนนท์ คชพลายุกต์ สแตนบายรออยู่แล้ว

ส่วนแผงมิดฟิลด์ คิม ชอล โฮ ที่ศีรษะกระแทกพื้นจนน็อคในเกมกับบุรีรัมย์ก็สามารถฟื้นทันพร้อมลงจับคู่กับ ปกเกล้า อนันต์ ในแดนกลาง ส่วนตำแหน่งกลางรุกจะได้ ประกิต ดีพร้อม กลับมาประจำการ โดย 3 ประสานแดนหน้ายังเป็นชุดเดิม เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ,นูรูล ศรียานเก็ม และ โรดริโก แวร์จิลิโอ

คีย์แมน : มาร์โก ทักบาจูมี VS โรดริโก แวร์จิลิโอ

สองหัวหอกที่ถูกดึงตัวเพื่อเข้ามาเป็นความหวังของทีมแต่ออกสตาร์ทด้วยความกดดันทั้งคู่ ผลการแข่งขันของแมตช์นี้อาจจะขึ้นอยู่กับความเฉียบคมของพวกเขา

มาร์โก ทักบาจูมี ดาวยิงชาวไนจีเรียแต่ไปเติบโตใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปมาตั้งแต่เด็กหลังย้ายตามครอบครัวไปที่นอร์เวย์ ก่อนจะเริ่มต้นค้าแข้งกับทีมนอกลีกในอังกฤษ และตระเวนไปหลายประเทศทั้ง โปรตุเกส ,ไซปรัส กระทั่งกลับมาเล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่ของนอร์เวย์อย่าง สตรอมก็อดเซ็ท ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามหลังหมดสัญญายืมตัว สตรอมก็อดเซ็ท ตัดสินใจไม่ซื้อขาดเขาจาก ลีมาซอล ในไซปรัสทำให้ หัวหอกวัย 27 ปีมุ่งหน้าสู่ความท้าทายในเอเชียครั้งแรกกับ นครราชสีมา แต่ผลงานโดยรวมก็ยังไม่ดีนัก นอกจากแมตช์ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับและยิง 2 ประตูให้ทีมบุกชนะ บีบีซียู 2-4

ส่วน โรดริโก ถูก ฉลามชล คว้าตัวมาจาก ราชนาวี ด้วยความหวังว่าจะแทนที่ ติอาโก คุนญา กองหน้าหมายเลขหนึ่งที่หมดสัญญาและย้ายไปอยู่กับการท่าเรือไทย เอฟซี หลังจากครึ่งปีแรกในไทยพรีเมียร์ลีกเขาระเบิดตาข่ายไปถึง 11 ประตูจาก 15 นัดจนช่วยตะหานน้ำรอดตกชั้นได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามด้วยสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันทำให้ดาวยิงวัย 33 ปีที่เคยมีประสบการณ์ค้าแข้งในอาหรับมาหลายปีทั้งใน ยูเออี และ คูเวต เริ่มต้นได้อย่างยากลำบาก แต่ก็ดูเหมือนจะสามารถปรับจังหวะให้เข้ากับทีมได้แล้วเมื่อทำประตูในไทยลีกได้อย่างต่อเนื่อง 3 เกมหลังสุด

สองกุนซือ

คัมเบะ ซูกาโอะ เป็นกุนซือต่างชาติที่คุมทีมยาวนานที่สุดในเวลานี้ หลังเข้ามาตั้งแต่ปี 2013 และเป็นผู้พาทีมขึ้นมาเล่นไทยลีกเป็นคนแรก โดยก่อนหน้านี้เขายังเคยคุมทีมชาติฟิลิปปินส์ และ กวม รวมไปถึง เจฟ ชิบะ อิชิฮาระ ทีมในเจทู ทำให้เรื่องประสบการณ์ถือว่าเป็นต่อ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ที่พึ่งขึ้นมาคุมทีมครั้งแรกในปีนี้

"ปฏิเสธไม่ได้ในความผิดหวังของผลงานที่ผ่านมา แต่คุณภาพของเกมผมรู้สึกพึงพอใจ ชลบุรี เป็นทีมที่ดี มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการหยุดความเคลื่อนไหวของพวกเขาให้ได้ และที่สำคัญคือเสียงเชียร์ของแฟนบอลเราจะช่วยกดดันพวกเขา" กุนซือชาวญี่ปุ่นพูดถึงเกมนี้

ส่วน เทิดศักดิ์ ใจมั่น คือหนึ่งในตำนานนักเตะของไทยและอาเซียนอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ยังคงค้าแข้งอยู่ในไทยลีกด้วยวัย 42 ปี ผ่านการคว้าแชมป์มามากมายทั้งยังเคยก้าวขึ้นไปถึงการเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งที่พา บีอีซี เทโรศาสน ได้รองแชมป์เมื่อปี 2002-03 ฉะนั้นเรื่องฝีเท้าจึงไม่เป็นที่สงสัย

อย่างไรก็ตามในฐานะโค้ช เทิดศักดิ์ ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ฝีมือเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักตั้งแต่งานแรกในการคุมทีมใหญ่อย่างชลบุรี

"ผมเชื่อว่าเกมนี้จะ เป็นเกมที่สนุก ทั้งเราและเขาก็ต้องการเเต้มเหมือนกัน ที่สำคัญปีที่แล้วเราก็บุกมาพ่ายในช่วงทดเวลา ดังนั้นผมและลูกทีมจึงต้องการ 3 คะแนนในเกมนี้ " กุนซือฉลามชลกล่าวก่อนไปเยือนนครราชสีมา