พรีวิว : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี – บีอีซี เทโรศาสน

โตโยต้า ไทยลีก 2016 | วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 | เวลา 19.00น. | สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา

ก่อนเกม

เจ้าบ้าน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ผลงานไม่ดีเอาเสียเลย แพ้ไปแล้ว 2 เกม ต่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-1  และ พ่ายชัยนาท ฮอร์นบิล 3-1 ร่วงไปอยู่รองบ๊วยของตารางแล้ว แข่ง 2 นัด ไม่มีคะแนน ยิงได้ 1 เสียไปถึง 4 ประตู
 
ทีมเยือน บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 7 ของตาราง เกมแรกแพ้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด คาบ้าน 1-2 แต่นัดที่สองได้แข้งต่างชาติกลับช่วยทีม ทำให้ทีมบุกไปสยบ โอสถสภา เอ็ม-150  สมุทรปราการ 2-3 ทำให้พวกเขาลงสนาม 2 นัด มี 4 แต้ม ยิง 4 เสีย 4
 
ขณะที่ สถิติ 5 เกมหลังสุดที่ฟาดแข้งกัน เป็นฝั่งทีมสวาทแคท ทำได้ดีกว่า มังกรไฟ เอาชนะไป 3 จาก 5 เกม ส่วนมังกรไฟ เก็บชัยได้ 2 ครั้ง การพบกันในฤดูกาล 2015 ที่สนามแห่งนี้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นฝ่ายกำชัยเหนือ บีอีซี เทโรศาสน ไปได้ 1-0

ข่าวข้างสนาม

สวาทแคท ยกเลิกสัญญากับ ลี ทัก กองหน้าชาวอังกฤษ เรียบร้อยแล้ว หลังดึง โดมินิค อดิยิอาห์ กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งเกมที่ผ่านมา อดีตดาวรุ่งทีมชาติกาน่า ได้ลงประเดิมสนามไปแล้วในฐานะตัวสำรอง  โดยกุนซือ ซูกาโอะ คัมเบะ อาจปรับเปลี่ยนผู้เล่น และแท็คติกเพื่อเปิดเกมรุกมากขึ้น 
 
เจ้าบ้านจะใช้แผนการเล่น 4-1-4-1 ผู้รักษาประตู : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, กองหลัง 4  ตัวจากขวาไปซ้าย : พลวัฒน์ วังฆะฮาด, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ซาโตชิ นากาโนะ, ประลอง สาวันดี,  มิดฟิลด์ตัวรับ : เมธี ทวีกาญจน์กุล, 
 
คู่มิดฟิลด์ตัวกลาง : โนอาห์ ชิวูต้า กับ บิยอร์น ลินเดมันน์, ริมเส้นขวา-ซ้าย : จงรักษ์ ภักดี กับ มาเล็ก ยาวาหาบ และกองหน้าตัวเป้า มาร์โก้ ทักบาจูมี่ 
 
มังกรไฟ ของกุนซือ บรังโก สมิลยานิช นัดนี้จะได้บรรดาแข้งต่างชาติกลับมาช่วยทีม ทั้ง คิม จุง อู มิดฟิลด์ชาวเกาหลีใต้ ส่วน เกร็ก เอ็นโวโคโล่ กองหน้าตัวเก่งของทีมมีข่าวลือเรื่องย้ายทีม กำลังอยู่ในช่วงเรียกความฟิต น่าจะกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง คาดว่านัดนี้ กุนซือชาวเซอร์เบีย น่าจะโรเตชั่นนักเตะ เผื่อรักษาสภาพร่างกาย เนื่องจากทีมกรำศึกตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
 
ทีมเยือน จะลงเล่นในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู : ประสิทธิ์ ผดุงโชค, แบ็กขวา : พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ,  เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : อดิศร พรหมรักษ์ และ อภิเชษฐ์ พุฒตาล, แบ็กซ้าย :สุริยา สิงห์มุ้ย
 
กองกลาง 3 ราย ประกอบด้วย : คิม จุง อู, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, มิลอส โบซานซิค  และตัวรุกแดนหน้า 3 ราย วาง มิลาน บูบาโล, เจนรบ สำเภาดี, และ ศิวกรณ์ เตียตระกูล ฮีโร่ตัวสำรองนัดที่แล้ว น่าจะได้รับโอกาสเป็นตัวจริง

คีย์แมน : โนอาห์ ชิวูต้า VS มิลาน บูบาโล

กองกลางผิวสีวัย 32 ปี  คือนักเตะเพียงคนเดียวของทีมนครราชสีมาฯ ที่ยิงประตูได้ในฤดูกาลนี้ แถมแมตช์ที่เอาชนะ มังกรไฟ 1-0 ซีซั่นที่แล้ว เจ้าตัวก็คือผู้ทำประตูชัยนั้นเอง
 
อดีตมิดฟิลด์ดีกรีแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ คือ ตัวขับเคลื่อนเกม และคอนโทรลจังหวะต่างๆของทีม แม้ว่าเพื่อนร่วมทีมอาจจะไม่ใช่ดาวดังมากนัก แต่ทุกครั้งที่ ชิวูต้า ได้บอลเขาจะมองหาเพื่อนอยู่ที่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเพื่อจ่ายให้ 
 
แม้โคราชจะมีผลงานในซีซั่นไม่ดี แต่เขายังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่รักษาฟอร์มการเล่นอยู่ในมาตรฐานที่เขาทำมาตลอด 3 ปีที่ค้าแข้งให้กับทีม
 
กลับมาแจ้งเกิดบนเวทีไทยลีกอีกครั้ง สำหรับอดีตแข้งกิเลนผยอง ชุดแชมป์ไร้พ่าย และปีนี้กับภารกิจใหม่ ความท้าทายใหม่ ในฐานะคีย์แมนที่ต้องประคองทีมมังกรไฟ ที่อุดมไปด้วยดาวรุ่ง ที่ส่วนใหญ่ย้ายมาจาก ต้นสังกัดเก่าของเขา และเคยร่วมงานกันมาแล้วที่ พัทยา ยูไนเต็ด 
 
ปีกชาวเซอร์เบีย เป็นนักเตะประเภทมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ แม้อาจจะไม่ใช่พวกดาวเตะที่เล่นตามแท็คติกทุกกระเบียดนิ้ว แต่ความคิดสร้างสรรค์ บวกกับจินตนาการด้านลูกหนังทำให้ บูบาโล กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้ง 
 
ผลงานของเขานัดล่าสุด เพิ่งยิงไป 1 จ่าย 1 พาทีมบีอีซี เทโรศาสน เก็บชัยนัดแรกของซีซั่นได้สำเร็จ และดูเหมือนว่า บูบาโล คนเดิมที่แฟนบอลคุ้นเคยสมัยเล่นให้เมืองทอง ภาพเก่าๆฟอร์มเดิมๆ กำลังจะกลับมาอีกครั้งในสีเสื้อของบีอีซี เทโรศาสน

สองกุนซือ

ซูกาโอะ คัมเบะ คือเทรนเนอร์ ที่เน้นเรื่องของระบบทีมที่ดีต้องมาก่อนดีกรีผู้เล่น ปีนี้มีทรัพยากรนักเตะมีให้ใช้ค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่คือนักเตะดาวรุ่งที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์บนเวทีระดับไทยลีกมาก่อน นั้นเป็นงานหนักที่กุนซือชาวญี่ปุ่นต้องปรับและรีดศักยภาพดาวเตะเหล่านี้ออกมาให้ได้
 
ปัญหาของทีมโคราชคือการเสียประตูง่ายเกินไป โดยเฉพาะเกมรับยังเป็นจุดอ่อนที่แก้ไม่ตก เขาลองปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายคนลงมาใน 2 เกมที่ผ่านมาแต่ยังไม่สามารถแก้ได้ ส่วนเกมรุกก็ใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย การจังหวะการเข้าทำยังไม่ดีพอ 
 
ทั้งหมดคือการบ้านที่ คัมเบะ รู้ดีว่าต้องปรับแก้ตรงไหน.. คงต้องลุ้นว่า สวาทแคท ของกุนซือชาวญี่ปุ่น จะพลิกสถานการณ์กลับมาคำรามอีกครั้งเหนือทีมเยือนอีกครั้งหรือไม่? ท่ามกลางแฟนบอลจำนานมากที่รอเฮกับ 3 แต้มแรกในซีซั่นนี้
 
บรังโก้ สมิลยานิช กุนซือมังกรไฟ นี่ก็เป็นโค้ชอีกหนึ่งคน ที่เข้มงวดเรื่องการฝึกซ้อมและแท็คติกการเล่นเป็นอย่างมาก เขาไม่ชอบการทำทีมที่ต้องตามใจสตาร์ เขายึดเสมอว่า ใครซ้อมดี ใครทำผลงานดีกว่า คนนั้นจะได้รับโอกาสลงสนาม
 
เพราะเมื่อดูจาก Line up ที่เขาส่งลงสนามแต่ละเกมจะเห็นได้ว่า แข้งชื่อดังหลายราย หลุดกระเด็นไปเป็นตัวสำรอง แต่กลับเลือกดาวรุ่งชื่อไม่ดัง ให้ลงสนามเป็นตัวจริง 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดร็อปนายทวารอย่าง สมพร ยศ และ ทศพร ศรีเรือง ที่มีชื่อเสียงและเคยลงสนามมากกว่า เพื่อเลือกใช้ ประสิทธิ์ ผดุงโชค เป็นมือ 1 ของทีม ด้วยเหตุผลที่จากการฝึกซ้อมและการลงอุ่นเครื่องนั่นเอง การทำทีมที่เน้นระบบ และศักยภาพผู้เล่น มากกว่าชื่อเสียงของพวกสตาร์ นับว่าเหมาะกับ มังกรไฟ พ.ศ.นี้ ในยุคที่พวกเขาไร้แข้งทีมชาติไทย