พรีวิว โตโยต้า ลีก คัพ : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด vs สงขลา ยูไนเต็ด : ถ้วยสุดท้ายของปราสาทสายฟ้า

โตโยต้า ลีกคัพ 2016 | รอบรองชนะเลิศ | สนาม ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม | วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2559 | เวลา 18.00 น.

ก่อนเกม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องลุ้นกันเหนื่อยถึงฎีกา หลังจากไล่ตามตีเสมอ แบงค็อก ยูไนเต็ด สองครั้งสองหนเป็น 2-2 ในเวลาปกติ ก่อนที่จะฮึดตีตื้นเป็น 3-3 อีกครั้งในช่วงต่อเวลาพิเศษ จนต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ สุดท้ายทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ก็จัดการเขี่ย “แข้งเทพ” ออกจากศึกโตโยต้า ลีก คัพ ทะลุเข้ามาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ทว่าผลงานในลีกกลับสวนทาง หลังจากเปิดบ้านถล่ม บีบีซียู ไป 4-0 สถานการณ์ก็เหมือนทำท่าจะดูดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าสองนัดที่ผ่านมา กลับสะดุดขาตัวเองเสมอไปทั้งสองนัด ทำให้ยังไม่สามารถแซง บางกอกกล๊าส ขึ้นไปรั้งอันดับสามได้เสียที และพวกเขาก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องประสบความสำเร็จในรายการนี้ให้ได้ เพราะเป็นถ้วยสุดท้ายที่ยังมีลุ้นคว้าแชมป์

ด้านทีมเยือน สงขลา ยูไนเต็ด จะเรียกว่าเป็นแจ็คจอมฆ่ายักษ์อีกทีมก็ว่าได้ เริ่มจากรอบ 64 ทีม ที่เอาชนะทีมจากลีกวันด้วยกันอย่าง ระยอง เอฟซี ไป 3-2 ก่อนที่ในรอบ 32 ทีม, 16 ทีม , 8 ทีม ที่ผ่านมา ไล่เขี่ยทีมยักษ์จากลีกสูงสุดตกรอบกันกระเจิง เริ่มจากเอาชนะ นครราชสีมา เอฟซี 4-1 ตามด้วยเฉือน ซุปเปอร์ พาวเวอร์ 2-1 และล่าสุดที่เอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี ไป 2-1 เช่นกัน

แต่ก็เช่นเดียวกับเจ้าบ้าน เมื่อผลงานในลีกไม่ได้สวยงามเหมือนกับบอลถ้วย ก่อนหน้าที่จะเจอกับ “กูปรีอันตราย” พวกเขาเพิ่งเสียสถิติชนะติดต่อกันสองนัด โดยการบุกไปเสมอ ขอนแก่น ยูไนเต็ด 1-1 และหลังจากผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศลีก คัพ ได้แล้ว กลับมาเล่นในลีกวัน กลับบุกไปพ่าย แอร์ ฟอร์ซ 1-2 ทำให้อันดับบนตารางยังนิ่งอยู่ที่ 6 เช่นเคย

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ของกุนซือชาวอิหร่านอย่าง อัฟชิน ก็อตบิ ไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม อีกทั้งยังไม่มีใครโดนแบน ฟิตพร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง พร้อมจัดหนักจัดเต็มใส่ผู้มาเยือนแน่นอน เพื่อกุมความได้เปรียบก่อนไปเยือนแดนใต้ โดย 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะถูกส่งลงสนาม มีดังนี้

ผู้รักษาประตู: ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลัง กรวิทย์ นามวิเศษ, อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองกลาง: 4 คน กษิดิศ ซีกฮาร์ท, รูเบนิลสัน ดอส ซานโตส, จักรพันธ์ แก้วพรม, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ กองหน้า: ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, ไคโอะ ฟิลิเป

สำหรับทีมเยือน “วัวชนแดนใต้” ของ “โค้ชชาย” สมชาย มากมูล ก็ไม่มีนักเตะบาดเจ็บ, ติดโทษแบน หรือต้องรอเช็คสภาพความฟิตเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน และในเกมนี้ก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นรองในทุกด้าน แต่ในรอบที่ผ่านไมาก็จัดการล้มยักษ์ไปเสียสามตัว เกมนี้ไม่หวังที่จะไปแพ้ในแดนอีสานแน่นอน มั่นใจว่าจะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู: นิพนธ์ นิลจันทร์ กองหลัง: สมชาย หมาดเอียด, นันทพล พิบูลย์พล, เอเลียส ดอเลาะ, มะอูเซ็ง สาและ กองกลาง: ดิโอโก แรนเจล, เซอร์จิโอ ซัวเรซ, อาทิตย์ วิเศษศิลป์ กองหน้า: ฟรานซิส ซัวเรซ, วิลเล่น โมต้า และพัฒนา ซอกจอหอ

คีย์แมน: ดิโอโก หลุยส์ ซานโต vs วิลเล่น โมต้า

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อดีตดาวซัลโวไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมาเริ่มกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีของตัวเองเรื่อยๆและดูเหมือนจะถูกเวลาพอดิบพอดี เปลี่ยนบทบาทจากความหวังในการถล่มประตูมาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น แม้จะออกอาการเกเรบ้างเป็นครั้งคราว แต่ต้องยอมรับว่าเขาคือคนที่ “ปราสาทสายฟ้า” ขาดไม่ได้จริงๆ

ฝีเท้าที่หาตัวจับยากของเขายังอันตรายเช่นเดิม เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขามีอิทธิพลต่อเกมรุกของทีมอย่างยิ่ง ทั้งการพักบอล ล้วงบอล หรือจะเป็นการใช้ความสามารถเฉพาะตัวทำลายแนวรับคู่แข่ง ฉะนั้นแม้สถิติการทำประตูจะไม่น่ากลัวเหมือนปีที่แล้ว แต่แนวรับคู่ต่อสู้ต้องอย่าปล่อยให้เขาคลาดสายตาและจำเป็นต้องตัดเขาออกจากเกมให้ได้ หากหวังคว้าชัยในเกมนี้

หัวหอกชาวบราซิลเลียน ดีกรีอดีตเยาวชน วาสโก ดา กาม่า และติดทีมชาติบราซิลชุดยู-15 และ ยู-17 กำลังฮอตเหลือเกินในชั่วโมงนี้กับทีม “วัวชนแดนใต้”

วิลเลน โมต้า ระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงกับ สงขลา ยูไนเต็ด ถลุงตาข่ายในศึก ยามาฮ่า ลีก วัน ไปกว่า 12 ประตู รวมถึงในรายการโตโยต้า ลีก คัพ ที่กดไปแล้วกว่า 6 เม็ด เป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าสไตล์แซมบ้าที่เปี่ยมไปด้วยความเร็ว ทักษะอันล้นเหลือ และการจบสกอร์ที่เฉียบขาด เป็นตัวความหวังที่จะสามารถพาทีมไปทำเซอร์ไพรส์ในรัง ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม บรรดาแนวรับของ “ปราสาทสายฟ้า” ต้องจับตาดูเขาเอาไว้ให้ดี

สองกุนซือ

หลังจากผ่านเกมโหดหินกับ แบงค็อก ยูไนเต็ดไป นี่คืออีกหนึ่งเกมสำคัญสุดๆในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาของ อัฟชิน ก็อตบิ เพราะโอกาสลุ้นโควตาเอเชีย จากศึกเอฟเอ คัพ ก็หลุดลอยไปแล้วเรียบร้อยด้วยน้ำมือของ เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่หากยังหวังซิวถ้วยโทรฟี่ติดมือ ศึกครั้งนี้พวกเขาแพ้ไม่ได้

อีกหนึ่งความหวังคือต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับไม่เกินที่ 3 ปัจจุบัน “ปราสาทสายฟ้า” รั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลัง บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายที่ได้ลุ้นโควตา เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้น ทว่าฟอร์มในลีกพักหลังกลับสะดุดอยู่บ่อยๆ แถมเหลือการแข่งขันอีกเพียง 7 นัด เท่านั้น ต้องบอกกันตรงๆเลยว่าเขาจะพลาดไม่ได้อีกแล้วในทุกรายการที่เหลือของฤดูกาลนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ชายรินโญ่” คือผู้มีส่วนพา สุโขทัย เอฟซี เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศไทย และเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ เพชรบุรี เอฟซี ผ่านเข้าไปเล่นรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก หาทีมขึ้นสู่ลีกวัน ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์แบบเหนือความคาดหมาย ด้วยงบที่จำกัด

และในชั่วโมงนี้ ฉายา “กุนซือจอมฆ่ายักษ์” ช่างเหมาะสมกับชายผู้นี้เหลือเกิน เมื่อเขาพาทีม สงขลา ยูไนเต็ด ไล่เก็บทีมจากโตโยต้า ไทย ลีก ตกรอบ โตโยต้า ลีก คัพ ถึงสามทีมรวด ไล่ตั้งแต่รอบ  32 ทีม จนถึงรอบ 8  ทีม ล่าสุด ที่เพิ่งเขี่ย “กูปรีอันตราย” พ้นจากการแข่งขันไปแบบสุดมัน