พรีวิว โตโยต้า ลีก คัพ รอบ 8 ทีม : แบงค็อก ยูไนเต็ด – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โตโยต้า ลีกคัพ 2016 | รอบ 8 ทีม | สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต | วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2559 | เวลา 19.00 น.

ก่อนเกม

เรียกได้ว่าจุใจคอบอลไทยเป็นอย่างมาก เมื่อในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแต่บิ๊กแมตช์ลงสนามฟาดแข้งกันอย่างต่อเนื่องในทุกราย รวมถึงเกมนี้ที่เป็นการโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่สามของฤดูกาล สำหรับสองทีมยักษ์แห่งประเทศไทย

แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลงานกำลังอยู่ในช่วงบินฉิวติดลมบนแบบสุดๆในลีก เกมล่าสุดแม้จะเกือบเก็บได้แค่แต้มเดียว แต่สุดท้ายก็บวกเพิ่มได้อีกสองประตู กลับมาเอาชนะได้ 4-2 ทำให้พวกเขาเก็บชัยในลีก 5 นัด ติดต่อกันเข้าไปแล้ว และเป็นการไม่แพ้ใครในศึกโตโยต้า ไทย ลีก 15 นัดต่อกันอีกต่างหาก

ทว่าผลงานในบอลถ้วยกลับไปค่อยหวือหวาเท่าที่ควร เมื่อสองเดือนก่อนก็พลาดท่าตกรอบช้างเอฟเอ คัพ โดยการแพ้จุดโทษ นครราชสีมา เอฟซี ส่วนในรอบที่ผ่านมาของรายการนี้ ก็ต้องสู้กันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ กว่าจะยิงประตูชัยเอาชนะ ตาก​ ซิตี้ ไปได้ 2-1

ด้าน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผลงานในลีกพักหลังไม่ค่อยสู่ดีเท่าไหร่นักในเรื่องผลการแข่งขัน สามนัดที่ผ่านมา ชนะ เสมอ แพ้ ไปอย่างละครั้ง รวมถึงเกมล่าสุดที่น่าเสียดายมากๆ กับการบุกไปเสมอ ชัยนาท เอฟซี ถึง 4-4 ที่แม้จะได้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ระเบิดฟอร์มแฮทริก แต่ก็ไม่ดีพอที่จะช่วยทีมคว้า 3 คะแนนกลับบ้าน

ในส่วนของบอลถ้วย ล่าสุดเพิ่งตกรอบช้าง เอฟเอ คัพ โดยการถูกคู่อริตลอดกาลอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ย้ำแค้นในรอบสองสัปดาห์ด้วยสกอร์เดิม 3-1 ตกรอบไปตามระเบียบ แต่ในศึก โตโยต้า ลีก คัพ ยังคงอยู่ในเส้นทางที่ดีเช่นเคย รอบที่ผ่านมา บุกไปชนะเกษตรศาสตร์ได้สบายๆ 2-0

สถิติที่พบกันมาทั้งหมด 17 นัดในทุกรายการ ต้องบอกว่า “ปราสาทสายฟ้า” แทบจะเก็บกินเรียบ เอาชนะได้ถึง 13 ครั้ง เสมอ 3 และ “แข้งเทพ” คว้าชัยได้แค่ 3 หน รวมถึงการพบกันในลีกทั้งสองนัดที่ผ่านมา เจ้าบ้านในเกมนี้ก็ไม่สามารถเอาชนะได้ แพ้คาบ้านเลกแรก และบุกไปแบ่งแต้มที่สนาม ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม

ข่าวข้างสนาม

พลพรรค “แข้งเทพ” ของกุนซือจอมอินเนอร์ มาโน โพลกิ้ง สภาพทีมสมบูรณ์เต็มร้อยทุกตำแหน่ง ไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเกมที่แล้ว รวมถึงไม่มีคนไหนต้องรอเช็คสภาพความฟิต หรือติดโทษแบนแม้แต่คนเดียว พร้อมเปิดบ้านหวังคว้าชัยเหนือคู่ต่อสู้ให้ได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาล แต่จะมีการโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่ง

ผู้รักษาประตู: กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก กองหลัง: พุทธินันท์ วรรณศรี, มิก้า ชูนวลศรี, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, นพพล ปิตะฝ่าย กองกลาง: สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ, สุมัญญา ปุริสาย, แอนโทนี่ เพ็ชร อำไพพิทักษ์วงศ์ กองหน้า: เลอันโดร ตาตู, ธีรเทพ วิโนทัย, กิลแบร์โต มาเชนา

ทางด้านขุนพล “ปราสาทสายฟ้า” ของ อัฟชิน ก็อตบิ มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ กรกช วิริยอุดมศิริ ที่เจ็บเข่าสะสมจนถึงขั้นต้องผ่าตัด แต่ทว่าเจ้าตัวก็คิดคัพไทอยู่ดี เพราะเคยลงเล่นรายการนี้ให้ ชลบุรี เอฟซี มาก่อนแล้ว นอกเหนือจากนี้ก็พร้อมลงสนามทุกคน เตรียมใส่หมดแม็กหวังกรุยทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

11 ที่คาดว่าจะลงสนาม มีดังนี้ ผู้รักษาประตู: ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลัง: อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, สุรีย์ สุขะ ริมเส้นซ้าย-ขวา: กษิดิศ ซีกฮาร์ท ฝั่งขวาเป็น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองกลาง: จักรพันธ์ แก้งพรม, รูเบนิลสัน ดอส ซานโตส, ซากีรีน ตีกาสม กองหน้า: ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, ไคโอะ ฟิลิเป

คีย์แมน: กิลแบร์โต้ มาเชน่า vs ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

อดีตคู่หูนรกแตกของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องกลับมาเจอกันอีกเป็นครั้งที่สอง ภายใต้เครื่องแบบคนละทีม

ความเร็วของเขา การพาบอลตะลุยไปข้างหน้า การจบสกอร์ที่เฉียบขาด ยิงได้ทุกรูปแบบ ทำให้เขา คือ กองหน้าชั้นยอด…

แม้จะได้รับบทบาททางริมเส้นกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด เสียส่วนใหญ่ แต่ กิลแบร์โต้ มาเชน่า ก็ยังทำผลงานได้ตามมาตรฐาน ล่าสุดมีชื่อเป็นผู้ทำประตูได้อีกหน พาทีมออกนำ บางกอกกล๊าส เอฟซี 3-2 ก่อนที่มาริโอ ยูรอฟสกี้ จะมายิงตอกฝาโลง ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องโคจรมาเจอกับอดีตต้นสังกัดเป็นหนที่สองในเกมนี้

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อดีตดาวซัลโวไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมาเริ่มกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีของตัวเองเรื่อยๆและดูเหมือนจะถูกเวลาพอดิบพอดี แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะเปลี่ยนบทบาทจากความหวังในการถล่มประตูมาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น

แต่ฝีเท้าที่หาตัวจับยากของเขายังอันตรายเช่นเดิม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีอิทธิพลต่อเกมรุกของทีมอย่างยิ่ง ทั้งการพักบอล ล้วงบอล หรือจะเป็นการใช้ความสามารถเฉพาะตัวทำลายแนวรับคู่แข่ง ฉะนั้นแม้สถิติการทำประตูจะไม่น่ากลัวเหมือนปีที่แล้ว แต่แนวรับคู่ต่อสู้ต้องอย่าปล่อยให้เขาคลาดสายตาและจำเป็นต้องตัดเขาออกจากเกมให้ได้ หากหวังคว้าชัยในเกมนี้

สองกุนซือ

มาโน โพลกิ้ง กุนซือจอมแท็คติก แสดงให้เห็นหลายนัดแล้วว่า เขาเป็นโค้ชที่รับมือเก็บเกมบิ๊กแมตช์ได้เป็นอย่างดี บวกกับสไตล์การทำทีมที่เน้นเกมรุก เอ็นเตอร์เท็นผู้ชมแบบเต็มสูบ

ด้วยสไตล์ดังกล่าวแสดงให้เห็นแล้วว่าไปได้สวยกับเกมฟุตบอลในแดนสยามแบบมากๆ ล่าสุดเฮดโค้ชจอมอินเนอร์รายนี้ พาทีม “แข้งเทพ” บินสูงเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ลีกสมัยที่สองของทีม แถมยังมีลุ้นถ้วยนี้อีกหนึ่งรายการ ต้องรอดูกันว่าเขาจะพาทีมคว้าชัยเหนือ “ปราสาทสายฟ้า” ได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลหรือไม่ หลังจากที่เกมล่าสุดบุกไปเสมอ รวมถึงในเลกแรกที่พ่ายไปก่อน ณ สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต แห่งนี้

เป็นอีกหนึ่งเกมโหดหินในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาของ อัฟชิน ก็อตบิ เพราะโอกาสลุ้นโควตาเอเชีย ในศึกเอฟเอ คัพ ก็หลุดลอยไปแล้วเรียบร้อยด้วยน้ำมือของ เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่หากยังหวังซิวถ้วยโทรฟี่ติดมือ ศึกครั้งนี้พวกเขาแพ้ไม่ได้

อีกหนึ่งความหวังคือต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับไม่เกินที่ 3 ปัจจุบัน “ปราสาทสายฟ้า” รั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลัง บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายที่ได้ลุ้นโควตา เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้น โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 9 นัด ต้องบอกกันตรงๆเลยว่าจะพลาดไม่ได้อีกแล้วในทุกรายการที่เหลือของฤดูกาลนี้