พรีวิว โตโยต้าไทยลีก : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด vs ชลบุรี เอฟซี : บิ๊กแมตช์เดิมพันสามแต้มแรก

โตโยต้าไทยลีก / สนามไอโมบาย สเตเดียม / วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ / เวลา 18.00 น.. 

ก่อนเกม

“ปราสาทสายฟ้า” ปิดเกมปรีซีซั่นด้วยการชนะ อ่างทอง เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 2 ซึ่งในฤดูกาลนี้ยังคงไว้ใจให้ รานโก โปโปวิช คุมทัพต่อไปเพื่อพาทีมทวงความสำเร็จให้ได้อีกครั้ง หลังฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาต้องพบกับความผิดหวังไม่สามารถคว้าถ้วยรายการใดติดมือ อีกทั้งยังจบซีซั่นเพียงอันดับ 4 ทำให้พลาดเป็นเตะเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม บุรีรัมย์ ประเดิมซีซั่นใหม่ด้วยการคว้าแชมป์แม่โขงคลับเป็นแชมป์แรกของปี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ประกอบสำคัญที่พาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้คือเหล่าบรรดาแข้งหน้าใหม่ที่ทยอยมาร่วมทัพในช่วงตลาดนักเตะเลกแรกที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจอย่างมากคือรายของ โรเจอริโอ คูตินโญ ที่โชว์ลีลาสไตล์แซมบ้าได้สุดประทับใจในเกมปรีซีซั่น ที่สำคัญแนวรุกบราซิลเลี่ยนผู้นี้ยังประสานงานกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้ดีอีกด้วย ส่วนแนวรับป้ายแดงทั้ง พรรษา เหมวิบูลย์ กับ ยศวรรธน์ มนทา ก็โชว์ผลงานได้ดีไม่แพ้กัน

ทว่าการขาดหายไปของ อันเดรส ตูเญซ ปราการหลังตัวหลักที่ย้ายออกจากทีมค่อนข้างน่าเป็นห่วงพอสมควร แม้จะได้ โซลวี ออตเตเซน แนวรับดีกรีทีมชาติไอซ์แลนด์เข้ามาแทน แต่ก็ต้องรอลุ้นว่าจะสามารถปรับตัว และเล่นได้เข้าระบบกับทีมมากแค่ไหน

ด้าน ชลบุรี เอฟซี ของกุนซือจอมฮา เทิดศักดิ์ ใจมั่น ล่าสุดเพิ่งพลาดแชมป์คาบ้านในศึกช้าง ชลบุรี อินวิเตชัน 2017 หลังประเดิมพ่าย ราชนาวี 2-4 ก่อนที่ “ตะหานน้ำ” จะผ่านเข้าไปคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ส่วนทาง “ฉลามชล” เข้าชิงอันดับ 3 กับ ซูวอน เอฟซี แต่ก็ต้องแพ้เป็นนัดที่ 2 จากการดวลจุดโทษตัดสิน ทำให้พวกเขาจบเกมปรีซีซั่นไม่ค่อยดีนัก

ที่สำคัญในซีซั่นนี้ “ฉลามชล” ต้องขาด 2 แข้ง ตัวหลักอย่าง แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส และ เลอันโดร อัสซัมเซา ที่ย้ายออกจากทีม ซึ่งผลงานในปรีซีซั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าส่งผลกระทบต่อศักยภาพของพวกเขาไม่น้อย รวมไปถึงรายของ ปกเกล้า อนันท์ ที่ย้ายไปอยู่กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วย

สำหรับสถิติ 5 นัดหลังสุด บุรีรัมย์ ยังเหนือกว่าด้วยการชนะ “ฉลามชล” ถึง 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 เท่านั้น โดยเกมล่าสุดที่เจอกัน “ปราสาทสายฟ้า” ได้เปิดรังเล่นในบ้านเหมือนในแมตช์วันอาทิตย์นี้ โดยเบียดชนะไป 3-2

ข่าวข้างสนาม

นอกจากได้เปรียบการเล่นในบ้าน เกมนี้ บุรีรัมย์ ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ โดยเตรียมจัดขุมกำลังลงเต็มชุดเพื่อประเดิมคว้า 3 แต้มของฤดูกาล

สำหรับผู้เล่น 11 คนแรกที่คาด ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลัง : นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, โซลวี ออตเตเซน, พรรษา เหมวิบูลย์, , กรกช วิริยอุดมศิริ กองกลาง : สุเชาว์ นุชนุ่ม, โก ซุล กิ, จักรพันธ์ แก้วพรม, สุภโชค สารชาติ กองหน้า : โรเจอริโอ คูตินโญ, ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ส่วน ชลบุรี เอฟซี ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน สุทธินันท์ พุกหอม ปราการหลังตัวเก่ง ที่บาดเจ็บตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา และยังต้องรอเช็คความฟิต แต่ดาวเด่นอย่าง นูรูล ศรียานเก็ม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ รวมไปถึงแข้งใหม่อย่าง เรนาน มาร์เกวส ก็น่าจะได้รับโอกาสลงสนามในเกมนี้

11 ตัวจริงที่คาด ผู้รักษาประตู : ธนชัย หนูราช กองหลัง : นพนนท์ คชพลายุกต์, ชลทิตย์ จันทคาม, โฟเด้ ดิอากิเต้, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์ กองกลาง : ณรงค์ จันทรเสวก, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, นูรูล ศรียานเก็ม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กองหน้า : เรนาน มาร์เกวส, ปรินซ์ อัมปองซ่า

คีย์แมน : ดิโอโก หลุยส์ ซานโต VS เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ดาวยิงแซมบ้า ได้รับบาดเจ็บจนชวดลงสนามไปหลายนัดในซีซั่นที่ผ่านมา จนทำให้หมดสิทธิ์ลุ้นดาวซัลโว 2 ปี ติดต่อกัน ซึ่งการขาดหายไปของ ดิโอโก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประสิทธิภาพเกมรุกของ “ปราสาทสายฟ้า” ด้อยลงไปอย่างมาก

อย่างไรก็ตามหัวหอกวัย 29 ปี สามารถกลับมาช่วยทีมในเลกที่สอง ก่อนจะซัดไป8 ประตูจาก 11 นัด และฤดูกาล 2017 นี้เจ้าตัวไม่มีอาการบาดเจ็บ และกลับมาฟิตเต็มถังเพื่อเติมเต็มความเฉียบคมในเกมรุกของทีมอีกครั้ง

ด้านปีกตัวจี๊ดของ “ฉลามชล” ก็พร้อมลงรับใช้ต้นสังกัดในการบุกเยือยยักษ์ใหญ่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาในเกมทีมชาติผลงานอาจจะดร็อปลงไปบ้าง ทว่าในส่วนของสโมสรเขายังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเสมอ

ความเร็ว พาบอลไปกับตัวได้ดี และหลายครั้งมักตัดเข้ามาตรงกลางสนามพร้อมตะบันเต็มแข้งใส่ประตูคู่แข่งก็จัดเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ดที่เขามีติดตัวจึงถือเป็นตัวความหวังในแนวรุกของ ชลบุรี ที่จะขาดไม่ได้แต่อย่างใด