พรีวิว : ราชบุรี เอฟซี VS บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : แค้นนี้ต้องชำระ

โตโยต้า ไทย ลีก | วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559 |  เวลา 19.00 น. | สนาม มิตรผล สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

เจ้าบ้าน ราชบุรี เอฟซี หลังจากที่ผลงานย่ำแย่มา 3 นัดติดต่อกัน ก็กลับคืนสู่ฟอร์มเก่งของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อเปิดบ้านหยุดฟอร์มแรงของ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ไปได้ 3-0 ทวงอันดับ 5 คืนจากชลบุรี เอฟซี ได้สำเร็จ แถมยังมีลุ้นในรายการเอฟเอ ค้พ หลังจากเข้ารอบรองชนะเลิศแบบอัตโนมัติ เพราะ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน

ด้านทีมเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องออกนอกบ้านต่อเนื่องเป็นนัดที่สาม หลังจากเก็บชัยได้สองนัดซ้อนในลีก ทว่าเกมที่ผ่านมาฟอร์มเริ่มเป๋อีกหน เมื่อบุกไปพ่าย นครราชสีมา เอฟซี ถึงถิ่น 0-3 และแม้จะยังไม่เสียอันดับ 3 ให้กับ บางกอกกล๊าส แต่พวกเขาก็หมดสิทธิ์ไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าเรียบร้อยแล้ว เพราะ เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ หลังแพ้ให้ ชลบุรี เอฟซี ถึง 3-0

สำหรับสถิติการพบกันของทั้งสองทีม เจอกันมาทั้งหมด 9 ครั้ง แทบจะเรียกได้ว่า “ปราสาทสายฟ้า” เก็บกินเรียบ เอาชนะได้ถึง 6 ครั้ง เสมอ 2 โดย “ราชันมังกร” คว้าชัยได้แค่หนเดียว คือในเลกแรกที่บุกไปยิงประตูโทน ยัดเยียดความปราชัยให้คารัง ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ได้แบบเจ็บแสบ

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ราชันมังกร” ของ“ปาเชต้า” ฆวน โฆเซ โรโฆ มาร์ติน กุนซือชาวสเปน ไม่หวังอะไรนอกจากการย้ำแค้น พร้อมรักษาระยะห่างจาก “ฉลามชล” ให้ได้ แถมสภาพทีมตอนนี้ก็พร้อมแบบสุดๆ ไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ, ติดโทษแบน หรือต้องรอเช็คฟิตแม้แต่คนเดียว พร้อมจัดชุดใหญ่ลงสนาม

โดย 11 ผู้เล่นที่จะลงสนามมีดังนี้ ผู้รักษาประตู: อุกฤษณ์ วงษ์มีมา กองหลัง: ศิลา ศรีกำปัง, คาร์ลอส ซานโตส, ชุมพล บัวงาม, เอกลักษณ์ ทองกริต กองกลาง: ชุติพนธ์ ทองแท้, ปฐมชัย เสือสกุล, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, ทาคุยะ มุรายามะ กองหน้า: ยานนิค ยาโล, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา

ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ของ “โปโป้” รันโก โพโพวิช ก็สภาพทีมสมบูรณ์พร้อมทุกตำแหน่งเช่นกัน แน่นอนว่าต้องจัดหนักจัดเต็มส่งลูกทีมลงฟาดแข้งแบบเต็มอัตราศึก เพื่อเป็นการแก้ตัวจากฟอร์มอันย่ำแย่ในเกมที่แล้ว และแก้แค้นในเลกแรกที่โดนทำแสบเอาไว้ให้ได้

11 ผู้เล่นที่จะถูกส่งลงสนาม คือ ผู้รักษาประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลัง: กรวิทย์ นามวิเศษ, อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง ริมเส้นซ้าย-ขวา: กษิดิศ ซีกฮาร์ท, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองกลาง: จักรพันธ์ แก้งพรม, จิตปัญญา ทิสุด กองหน้า: ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, ไคโอะ ฟิลิเป, บรูโน โมไรรา

คีย์แมน: ยานนิค ยาโล vs อันเดรส ตูเญซ

อดีตดาวเตะชื่อดังของโปรตุเกส ผู้ผ่านประสบการณ์ลูกหนังมาอย่างโชกโชน แม้ช่วงแรกเจ้าตัวเปิดตัวได้อย่างสวยหรูกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ยังตามมารังควานทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า เขาจะเป็นคนที่ใช่ของทีมราชันมังกรจริงๆเหรอ

แต่หลังจากสลัดอาการกลับมาลงสนามอีกครั้ง ความเร็วและการจบสกอร์ของเขาก็ยังดีพอ ที่จะหากินในเมืองไทยได้สบาย เขาประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี และเริ่มกลับมาทำประตูได้ต่อเนื่องอีกครั้ง รวมถึงที่เพิ่งยิงเบิ้ลไปในเกมล่าสุด ชอบที่จะใช้ความเร็วเล่นงานคู่แข่งอยู่เสมอ ล่าสุดซัดไปแล้วกว่า 15 ประตูในลีก ภายใต้สีเสื้อของทีมเมืองโอ่ง

ปราการหลังทีมชาติเวเนซุเอล่า ยังคงทำหน้าที่ในเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง แถมยังยิงประตูได้เรื่อยๆ ไม่น่าแปลกว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นความหวังสูงสุดของทีมในเวลานี้

ไม่เพียงแต่การยืนจัดการกองหน้าของคู่แข่งแต่ความสามารถในการทำประตูของ ตูเญซ ยังโดดเด่นไม่แพ้ศูนย์หน้าระดับท็อปของไทยลีกโดยในปีนี้เขายิงไปถึง 17 ประตู รวมทุกรายการ กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมเหนือบรรดาศูนย์หน้าที่มีอยู่ แน่นอนว่านอกจาก ราชบุรี เอฟซี จะต้องพยายามผ่านเขาเข้าไปทำประตูแล้ว ยังต้องระวังการเติมขึ้นมาทำสกอร์ของดาวเตะรายนี้ด้วย