พรีวิว : สุพรรณบุรี เอฟซี – เชียงราย ยูไนเต็ด: ช้าง’ยุทธ หวังคืนฟอร์ม

ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม | สุพรรณบุรี สเตเดี้ยม | วันพุธที่ 3 สิงหาคม 2559 | เวลา 18.00 น.

ก่อนเกม

นี่คือ 1 ใน 4 คู่ ของศึกช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม ที่สองสโมสรจากลีกสูงสุดอย่าง สุพรรณบุรี เอฟซี ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สนาม สุพรรณบุรี สเตเดี้ยม

สุพรรณบุรี เอฟซี ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้โดยการเปิดบ้านถล่มทีมจากดิวิชั่น 2 อย่าง กรุงธนบุรี เอฟซี ไป 3-0 เรียกได้ว่าอยู่ในเส้นทางที่ดีมาโดยตลอดสำหรับเส้นทางในศึกบอลถ้วยฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นรายการที่พวกเขาหวังจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อโอกาสไปเล่นในเวทีเอเชีย

ทว่าผลงานในลีกของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” กลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง หลังจากที่ลุ่มๆดอนๆมาพักใหญ่ มีชนะกับเสมออย่างละนัดตามลำดับ ก่อนเกมล่าสุดที่ต้องพ่ายอีกครั้งให้กับ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ที่คุมทัพโดย โค้ชเบ๊ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่ปีก่อนก็พาสระบุรีมาชนะได้ถึง สุพรรณบุรี สเตเดี้ยม เช่นกัน ทำให้อันดับบนตารางคะแนนยังไม่ขยับไปไหน

ด้านทีมเยือน เชียงราย ยูไนเต็ด รอบที่ผ่านมาคือผลงานชิ้นโบว์แดงอย่างปฏิเสธไม่ได้ เมื่อจัดการเปิดบ้านเฉือนชนะทีมในลีกระดับเดียวกันอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี ไป 2-1 และยังต้องเข้ารอบมาเจอกับทีมไทยลีกอีกครั้งในเกมนี้

ในส่วนของผลงานในลีก ที่ล้มลุกคลุกคลานๆมาหลายนัด แถมยังโดน “กระต่ายแก้ว” แก้แค้นโดยการทวงชัยไปได้ 3-1 เมื่อสองนัดก่อนหน้า ก็กลับมาคว้าชัยได้อีกครั้งด้วยการเปิดรังยูไนเต็ด สเตเดี้ยม เฉือน อาร์มี่ ยูไนเต็ด ไป 2-1 แต่ยังคงรั้งอันดับ 6 เช่นเคย

ข่าวข้างสนาม

เจ้าบ้าน สุพรรณบุรี เอฟซี จะสามารถเรียกใช้บริการ มาร์ซิโอ โรซาริโอ ได้แล้ว เพราะโดนแบนแค่เฉพาะในเกมลีกเท่านั้น ส่วนหัวหอกที่กำลังฟอร์มขึ้นอย่าง เดลลาตอร์เร่ ที่โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกมในนัดล่าสุด ก็ไม่ได้มีอาการสาหัสอะไร พร้อมลงสนามช่วยทีมได้แล้ว และสุดท้ายคือ ชนานันท์ ป้อมบุปฝา หัวหอกป้ายแดง จะไม่สามารถลงทำการแข่งขันได้ เพราะติดคัพไทจากการลงเล่นให้ บีอีซี เทโรศาสน ไปแล้ว

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ สุพรรณบุรี เอฟซี มีดังนี้ ผู้รักษาประตู: สินทวีชัย หทัยรัตนกุล กองหลัง: ณัฐพงษ์ สมณะ, มาร์ซิโอ โรซาริโอ, ธฤติ โนนศรีชัย, วสันต์ ฮมแสน กองกลาง: รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, จอง ฮุน กองกลางตัวรุก: ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, ชาริล ชัปปุยส์, ชิดชนก ไชยเสนสุรินทร กองหน้า: เดลลาตอร์เร่

ด้านทีมเยือน เชียงราย ยูไนเต็ด สภาพทีมสมบูรณ์แบบสุดๆ ไม่มีนักเตะคนไหนได้รับบาดเจ็บ, ติดโทษแบน หรือต้องรอเช็คสภาพความฟิตแม้แต่คนเดียว พร้อมจัดชุดใหญ่ลงสนามแบบเต็มสูบ

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เชียงราย ยูไนเต็ด มีดังนี้ ผู้รักษาประตู: อินทรัตน์ อภิญญากุล กองหลัง: มุราคามิ คาซูกิ, ประทุม ชูทอง, วรวุฒิ นามเวช กองกลาง: ปิยพล ผานิชกุล, วันเฉลิม ยิ่งยง, อาทิตย์ สุนทรพิธ, บดินทร์ ผาลา กองหน้า: ลาซารัส คาอิมบี้, มาร์ค บริดจ์, บรูโน่ เวลลิงตัน

คีย์แมน : ชาริล ชัปปุยส์ vs บรูโน่ เวลลิงตัน

หลังจากสลัดอาการบาดเจ็บหายขาด จนกลับมาลงสนามวาดลวดลายเพลงแข้งได้อีกครั้ง มิดฟิลด์รูปหล่อรายนี้ก็ทำยิ่งทำผลงานได้ดีวันดีคืน จนทวงตำแหน่ง 11 ตัวจริง กลับมาได้สำเร็จ

ความสามารถในการผ่านบอล, อ่านเกม รวมไปถึงการทำประตูของ ชาริล ชัปปุยส์ ยังคงสุดยอดไม่เปลี่ยน ทั้งยิงทั้งจ่ายให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้อย่างต่อเนื่อง หลังหวนคืนผืนหญ้าในรอบปีครึ่ง แถมเกมล่าสุดยังซัดเบิ้ลให้กับทีม แต่ยังไม่ดีพอที่จะพา “ช้างศีกยุทธหัตถี” คว้าแต้มในบ้านตัวเองได้ ล่าสุดซัดไปแล้ว 3 ประตู นับตั้งแต่กลับมาสู่ทีม และจะไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่ๆ

แข้งชาวบราซิลเลียนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” กลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้อย่างแท้จริงเสียแล้ว

บรูโน่ เวลลิงตัน ระเบิดฟอร์มสุดยอดได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล ด้วยความเร็ว, ความสามารถเฉพาะตัว และทักษะอันเหลือล้น ทำให้เขาคือตัวอันตรายของทุกทีมที่ต้องต่อกรด้วย อีกทั้งยังสามารถจบสกอร์ได้แบบคมกริบ ล่าสุดกดไป 9 เม็ด รั้งอันดับดาวซัลโวของทีม แถมยังมีลูกคิลเลอร์พาส ที่จ่ายให้เพื่อนทำประตูได้อยู่บ่อยๆ เป็นนักเตะที่สุพรรณบุรีต้องประกบติดให้แน่นหนา หากไม่อยากจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีม

สองกุนซือ: ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น vs แซร์โจ้ ฟารีอัส

การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ทำได้อย่างเหนือความคาดหมาย และประคับประคองผลงานได้ดีอยู่เรื่อยมาจนจบเลกแรก ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารเทงบให้เลือกจับจ่ายใช้สอยนักเตะเข้าทีมมากมาย รวมไปถึงบิ๊กดีลอย่าง มาร์ก บริดจ์ ที่ฟอร์มตอนนี้กำลังฮอต ถล่มประตูคู่แข่งเป็นว่าเล่น จับคู่อันตรายกับ บรูโน่ เวลลิงตัน ได้อย่างลงตัว

ทว่าผลงานในเลกสองกลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ 6 นัดล่าสุดในศึกโตโยต้า ไทย ลีก พวกเขาเก็บชัยได้แค่สองนัดเท่านั้น รวมไปถึงเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเอาชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทำให้ขาเก้าอี้ของ “โค้ชโจ” ก็ยังคงแข็งแรง สำหรับเกมนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม เพื่อพาทีมคว้าชัยและเข้าสู่รอบต่อไปให้ได้

อดีตกุนซือ โปฮัง สตีลเลอร์ เคยพาทีมคว้าแชมป์เคลีกและบอลถ้วยในประเทศ รวมทั้งแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2009 มาแล้ว เคยนั่งแท่นกุนซือของทีมช้างศึกยุทธหัตถีเมื่อปี 2015 ทว่าด้วยผลงานที่ไม่ดีนักทำให้เจ้าตัวตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบผลงาน

ทว่าการกลับมาของ แซร์โจ้ ฟารีอัส ในครั้งนี้ แม้รูปเกมและการเข้าทำจะดีขึ้นกว่าในช่วงเลกแรก แต่ผลการแข่งขันก็ยังคงไม่ต่อเนื่อง ผลัดกันชนะ เสมอ แพ้ ปนๆกันไป แต่จะไม่หนักไปทางชนะเสียเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากหนแรกที่เขาเคยคุมเท่าไหร่นัก คงต้องใช้เวลาปรับจูนอีกสักพัก แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะพาทีมคว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ ให้ได้ ซึ่งเป็นรายการเดียวที่ยังพอมีหวัง และจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้ในเกมนี้เด็ดขาด