พรีวิว WCQ อิรัก VS ไทย : ชี้ชะตาแชมป์กลุ่มที่แดนอาหรับ

ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก / ปาส เตะราน สเตเดี้ยม / วันที่ 24 มีนาคม 2559 / เวลา 21.00 น.

ช้างศึกต้องการอย่างน้อย 1 คะแนนกลับจากเตหะรานเพื่อการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่มและการเข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 15 ปี แต่ขุนพลสิงโตแห่งเมโสโปเตเมียก็หวัง 3 คะแนนเพื่อพลิกสถานการณ์โค้งสุดท้ายเช่นกัน ใครจะพร้อมกว่าสำหรับเกมนี้ติดตามได้

ก่อนเกม

ปัญหาความไม่สงบภายในประเทศทำให้ อิรัก ต้องใช้ ปาส เตหะราน ภายในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เป็นรังเหย้าตลอดทัวร์นาเม้นท์นี้ โดยเกมแรกสามารถถล่มเอาชนะ ไต้หวัน ไป 5-1 ก่อนจะมาเล่นอีกครั้งในเกมอุ่นเครื่องล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2016 และแพ้ซีเรีย ไป 0-1 ฉะนั้นความคุ้นเคยของนักเตะเองก็ดูจะไม่มากนัก แม้ไม่ต้องเดินทางไกลก็ตาม

อิรัก จำเป็นต้องเก็บ 6 คะแนนเต็มจาก ไทย และ เวียดนาม ใน 2 นัดสุดท้ายที่จะได้เล่นบน ปาส เตหะราน เพื่อพลิกสถานการณ์แซงทัพช้างศึกขึ้นมาเป็นแชมป์กลุ่มการันตีการเข้าไปเล่นรอบ 12 ทีมสุดท้าย โดยที่ไม่ต้องลุ้นแย่งอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 4 จาก 8 ทีม

นอกจากนี้ทีมของ ยะห์ยา อัลวาน เองก็คงต้องการแก้มือกับทีมแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่น้อย เพราะเกมแรกที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2015 พวกเขาน่าจะเก็บ 3 คะแนนและกุมความได้เปรียบบนตารางคะแนนไว้ได้ เมื่อออกนำก่อนถึง 2-0 กระทั่งมาเสีย 2 ประตูในช่วงเวลาห่างกันแค่ 3 นาทีก่อนหมดเวลาทำให้ได้เพียงแต้มเดียวกลับออกมา

ขณะเดียวกันสองประตูจากจุดโทษของ ธีราทร บุญมาทัน และ ลูกยิงของมงคล ทศไกร ในเกมนั้นกลับทำให้ ทีมชาติไทย เป็นผู้กุมความได้เปรียบและมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์สายเอฟมากที่สุดเพราะหลังจากนั้น 1 เดือนก็เปิดบ้านทุบไต้หวันได้ตามความคาดหมาย 4-2 ทำให้มี 13 แต้มจากผลงานชนะ 4 เสมอ 1

ขุนพลช้างศึกต้องการอย่างน้อยเพียง 1 คะแนนจาก ปาส เตะราน ก็จะการันตีการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มทันทีเมื่อจบการแข่งขันโดยจะมีแต้มมากกว่า อิรัก 5 คะแนน ซึ่งฝ่ายหลังเหลือโปรแกรม 1 นัดกับเวียดนาม จึงไล่ไม่ทันแน่นอน

หาก ทีมชาติไทย ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการจากเกมนี้พวกเขาจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกเอเชียนคัพ 2019 ที่ ยูเออี ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่ได้เล่นรอบสุดท้ายรายการนี้ ทั้งยังเป็นการผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งแรกรอบ 15 ปีอีกด้วย

ข่าวข้างสนาม

สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็ม 100% นักเมื่อได้รับข่าวร้ายจากการที่สองผู้เล่นซึ่งค้าแข้งในยุโรปอย่าง อะหมัด ยาซีน กอนี ปีกเอไอเคในลีกสวีเดน และ ยาซิร กอซิม กองกลาง สวินดอน ทาวน์ ในลีกรองของอังกฤษ พร้อมใจกันได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกจากทีม

นอกจากนี้ อัยมีน ฮุสเซน กองหน้าดาวรุ่งของทีมและ มุฮัมมัด กอสสิด ผู้รักษาประตูมือสองก็มาได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่องที่แพ้ ซีเรีย 0-1 ก่อนเกมนัดนี้ไม่กี่วัน ทำให้ ยะห์ยา อัลวาน ต้องเรียกใช้บริการผู้เล่นหน้าใหม่และดาวรุ่งหลายราย อย่าง Bashar Rasan และ Amjad Attwan สองกองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปี ส่วน จัสติน มีรอม กองหน้าจากโคลัมบัส ครูว์ ผู้ยิงประตูให้อิรักออกนำไทยในเกมที่แล้วก็ไม่ถูกเรียกมาติดทีม

อย่างไรก็ตามดาวดังอย่าง ยูนิส มะห์มูด ดาวยิงจอมเก๋า , อาลี อั๊ดนาน จาก อูดิเนเซ ในอิตาลี, ดุรกอม อิสมาอิล ที่ค้าแข้งกับ ริเซสปอร์ในตุรกี และ โอซามา ราชิด จาก ฟาเรนเซ ในโปรตุเกส ยังคงพร้อมสร้างความอันตรายให้ทีมเยือนอยู่เช่นเดิม

ส่วนพลพรรคช้างศึกต้องใช้เวลาร่วม 15 ชั่วโมงในการเดินทางจากกรุงเทพฯ มา เตหะราน แต่การได้มาปรับสภาพถึง 6 วันน่าจะทำให้พวกเขาเริ่มคุ้นชินกับสภาพอากาศที่หนาวกว่าบ้านเกิดได้ไม่มากก็น้อย

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ต้องรอเช็คความฟิตของ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก่งจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพียงรายเดียว หลังจากที่ผ่านมาเพิ่งได้ลงเป็น 11 คนแรกให้ต้นสังกัดเพียงเกมเดียวคือนัดเปิดบ้านแพ้ บีอีซี เทโรศาสน 0-1 แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าพร้อมสำหรับเกมนี้ และคาดว่าน่าจะออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง

ซิโก้ จะยังยึดระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ในการรับมืออิรักเช่นเดิมโดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยืนเฝ้าเสา แบ็กซ้าย-ขวา ธีราทร บุญมาทัน และ ทริสตอง โด ประจำการ คู่เซนเตอร์ กรวิทย์ นามวิเศษ เป็นตัวหลักซึ่งน่าจะจับคู่กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ทำผลงานได้ดีกว่า สุทธินันท์ พุกหอม ในการรับใช้ต้นสังกัด

ส่วนกองกลางมี สารัช อยู่เย็น คอยตัดเกมและคุมจังหวะบอล ขณะที่ ปกเกล้า อนันต์ ขับเคลื่อน ให้ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง ริมเส้น ซ้าย-ขวา ,เป็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กับ มงคล ทศไกร เช่นเดิม โดย ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าเป้า

คีย์แมน : ยูนิส มะห์มูด VS ชนาธิป สรงกระสินธุ์

เจ้าของสถิติติดทีมชาติและยิงประตูสูงสุดของทีมชาติอิรักมักจะเป็นตัวแสบสำหรับช้างศึกเสมอยามพบกันนับตั้งแต่เขาพังประตูตีเสมอ 1-1 ในเกมพบกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน บนเวทีเอเชียนคัพ 2007 ก่อนพา สิงโตแห่งเมโสโปเตเมียสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยแรก เขาก็ยังทำประตูช้างศึกอย่างต่อเนื่องทั้งใน เอเชียนเกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ รอบชิงเหรียญทองแดง และ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก นัดล่าสุดที่พบกัน

ในวัย 33 ปี แม้จะอยู่ในช่วงบั้นปลายของการค้าแข้งแต่พิษสงของ มะห์มูด ยังมีอยู่รอบด้าน เขาเป็นกองหน้ที่ชาญฉลาด หาตำแหน่งการยืนได้อย่างยอดเยี่ยม ประสบการณ์สูงเก๋าเกม เก็บบอลดี ทั้งยังทำประตูได้จากลูกกลางอากาศอีกด้วย ซึ่งเป็นผู้เล่นในรูปแบบที่กองหลังของไทยมักไม่ได้เจอในลีก

ในขณะที่ช้างศึกยุคของ ซิโก้ มีสไตล์การเล่นเฉพาะตัวที่เฮดโค้ชรายนี้เรียกว่า "ติ๊กต๊อก" หรือดัดแปลงคำมาจากตีกี-ตากา ที่มี บาร์เซโลนา เป็นต้นตำรับ และหัวใจของระบบนี้คือการเคลื่อนไหวและส่งบอลในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจุดศูนย์รวมการคุมจังหวะของทีมจะฝากไว้ที่ "เมสซี่เจ"

ด้วยความเร็วของ ชนาธิป ที่สามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งให้เสียขบวนได้เขายังมีการจ่ายบอลระยะสั้นและวางบอลตัดหลังแนวรับได้ดี จึงเป็นผู้กำหนดทิศทางในเกมรุกของช้างศึก และหากสามารถพลิกตัวเล่นบอลได้อย่างอิสระแล้วอาจทำให้อิรักต้องน้ำตาตกได้เลยทีเดียว

สองกุนซือ

ยะห์ยา อัลวาน วัย 55 ปี ผ่านประสบการณ์การคุมทีมมาอย่างโชกโชน และคุ้นเคยกับทีมชาติอิรักเป็นอย่างทั้งในระบบทีมชาติชุดเยาวชน ยู-17 และ ยู-23 รวมถึงยังคว้าพาทีม อัล ทาลาบา คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอิรักมาครองได้ 1 สมัย ก่อนที่ปี 2015 จะขยับจากเฮดโค้ชชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ขึ้นมาเป็นกุนซือชุดใหญ่

อัลวาน คุมทีมชาติอิรักมาแล้วทั้งสิ้น 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ 2 รวมถึงยังเคยพาทัพสิงโตแห่งเมโสโปเตเมียมาเยือนไทยแล้ว ก่อนจะเสมอไปแบบน่าเจ็บใจ 2-2 ซึ่งเขายอมรับว่า สาเหตุที่ลูกทีมไม่สามารถเอาชนะทีมชาติไทยได้เป็นเพราะบรรยากาศของกองเชียร์ที่ปลุกเร้าจนช้างศึกกลับมาฮึดตีเสมอได้สำเร็จ ทั้งที่ออกนำไปก่อน 1-0

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำผลงานได้หล่อระดับพระเอก ด้วยการพาทีมชาติไทยผงาดขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของตาราง และเกมนัดนี้ที่จะพบกับทีมชาติอิรักที่สนามกลาง ประเทศอิหร่าน ช้างศึกต้องการเพียงแค่ 1แต้มก็จะการันตีเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม เกมนี้กุนซือจอมตีลังกา ยืนยันว่าจะเล่นอย่างรัดกุม ไม่ผลีผลามเปิดหน้าแลกกับอิรัก เพื่อเน้นผลการแข่งขัน ขณะเดียวกันหากมีจังหวะโจมตีสวนกลับเร็ว ก็หวังว่าจะพิฆาตให้ได้ พร้อมเผยว่ามาเยือนครั้งนี้หวังต้องมีแต้มกลับไทย และต้องการเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้