พรีวิว WCQ2018 ไทย VS ซาอุดิอาระเบีย : แมตช์ล้างตาของช้างศึก

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก | รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 6 | วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2560 | เวลา 19.00 น. | สนาม ราชมังคลา กีฬาสถาน 

ก่อนเกม

ทีมชาติไทย เจ้าของตำแหน่งแชมป์อาเซียน 5 สมัย ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่แค้นใหม่อย่าง ซาอุดิอาระเบีย ที่บุกไปพ่ายมาก่อน 0-1 ในเกมแรกที่สนามคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา จากลูกจุดโทษสุดกังขาของเจ้าบ้าน ในนาทีที่ 84 ก่อนที่อีก 4 นัดต่อมา ทัพ “ช้างศึก” จะแพ้ติดต่อกัน 3 นัด และมาคืนฟอร์มเก่งด้วยการเปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย ไป 2-2 พร้อมคว้าแต้มแรกในรอบนี้

ด้านทีมเยือนอย่าง ซาอุดิอาระเบีย ทีมอันดับ 57 ของโลก ผลงานดีอย่างต่อเนื่องหลังเป็นฝ่ายเอาชนะไทยไปได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อบุกไปคว้าชัยเหนืออิรักไป 2-1 ต่อด้วยเสมอออสเตรเลีย 2-2 และชนะ ยูเออี 3-0 ก่อนพลาดท่าบุกพ่ายญี่ปุ่น 1-2 ในเกมล่าสุด สำหรับเกมนี้พวกเขาต้องรับมือกับทัพ “ช้างศึก” ที่หมายมั่นปั้นมือจะล้างแค้นพวกเขาแบบเต็มที่

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ช้างศึก” ของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เพิ่งประกาศรายชื่อ 23 ขุนพลลงทำศึกนัดนี้ บรรดานักเตะที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างช่วงเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ นครราชสีมา อย่าง ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต่างก็กลับมาฟิตสมบูรณ์และลงซ้อมได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมลงสนามในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอนแล้ว

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง: ประทุม ชูทอง, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์ กองกลาง: ธีราทร บุญมาทัน, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, วัฒนา พลายนุ่ม, ทริสตอง โด กองหน้า: อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ แดงดา

ด้านขุนพล “เหยี่ยวมรกต” ของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ที่กล่าวในช่วงแถลงข่าวก่อนเกมว่า ศึกษาระบบการเล่นของไทยมาเป็นอย่างดีนั้น จะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 นักเตะตัวหลักอย่าง อุซามะห์ เฮาซาวี, ฮัสซัน มุอ๊าต ที่ติดโทษแบน และ ฟาฮัด อัล มุวาลัต ที่สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ แต่หัวหอกตัวเก่งที่ไม่ได้ลงในเกมแรกที่เอาชนะไทยไป 1-0 อย่าง มุฮัมหมัด อัล ซะห์ลาวี จะมีชื่อกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมได้ในแมตช์นี้

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ยาสซิร อัล มุไซลีม(GK) - มันซูร อัล-ฮัรบี, ยาซิร อัล ชะห์รอนี, อุมัร เฮาซาวี, มุตาซ เฮาซาวี, ตัยซิร ญัซซิม, อับดุลมาลิก อัล-คอยบรี, นาวาฟ อัล-อะบิด, ซัลมาน อัล-ฟารัจญ์, โมฮัมหมัด อัล ชะห์ลาวี, ซัลมาน อัล-มุอาชิร

คีย์แมน : ชนาธิป สรงกระสินธ์ VS โมฮัมหมัด อัล ชะห์ลาวี

ดาวเด่นของทัพช้างศึกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจอมทัพวัย 23 ปี รายนี้ ที่ทัวร์นาเม้านต์บอลโลกยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมรักษามาตรฐานได้น่าชื่นชม

แน่นอนว่าการเจอกันครั้งที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย ย่อมรู้สไตล์การเล่นของมิดฟิลด์รายนี้มาบ้างแล้วจึงอาจเป็นงานที่ลำบากกว่าเดิมที่เจ้าตัวจะทำเกมรุกให้ทีมลุ้นเก็บชัยชนะได้ อย่างไรก็ตามเขาคือผู้เล่นที่ยากต่อการเข้าประกบ เพราะสามารถเล่นบอลกับพื้นได้ดี และครองบอลได้อย่างยอดเยี่ยมยามที่บอลอยู่กับเท้าจึงเป็นนักเตะที่อาจทำให้ผู้เล่น “เหยี่ยวมรกต” ต้องออกแรงเหนื่อยในการประกบอยู่มากทีเดียว

หัวหอกวัย 30 ปี พลาดช่วยทีมในเกมที่เจอกับไทยในนัดก่อน มาครั้งนี้เจ้าตัวสลัดอาการบาดเจ้บพร้อมลงล่าตาข่ายให้ทัพ “เหยี่ยวมรกต” อีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นเขาจัดเป็นผู้เล่นที่แนวรับทีมชาติไทยต้องพึงระวังมากที่สุดหลังกระหน่ำประตูในรอบคัดเลือกเป็นว่าเล่นที่กดไปแล้ว 14 ประตู บวกกับความเร็ว, แข็งแกร่ง และดุดัน พ่วงด้วยลีลาการยิงประตูที่เฉียบคม ทำให้เกมนี้แนวรับช้างศึกต้องเจองานยากลำบากแน่นอนแม้จะได้โอกาสเล่นในบ้านก็ตาม

สถิติที่น่าสนใจของทั้ง 2 ทีม

- ทั้งคู่พบกันมาทั้งหมด 15 ครั้ง เป็นซาอุดิอาระเบีย ชนะ 13 นัด เสมอ 1 นัด และไทย ชนะเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก พบกัน 5 ครั้ง ซาอุดิอาระเบีย ชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด ส่วนไทยยังไม่เคยเก็บชัยเหนือขุนพล ‘เหยี่ยวมรกต” ได้เลย

- ธีรศิลป์ แดงดาคือนักเตะทีมชาติไทยชุดปัจจุบันเพียงรายเดียวที่เคยทำประตูทีมชาติซาอุดิอาระเบียได้ โดยเคยยิง 1 ประตูในเกมนัดกระชับมิตรที่ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009 แต่เป็น ซาอุดิอาระเบีย ที่ชนะไป 2-1

- ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เก็บชัยในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปแล้ว 3 เกม โดย เสมอ 1 แพ้อีก 1 เกม รั้งจ่าฝูงของกลุ่มบีอยู่ในเวลานี้ ส่วนทีมชาติไทย ยังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลย โดยเสมอ 1 และแพ้ไปถึง 4 จาก 5 นัด

- เกมล่าสุด ซาอุดิอาระเบีย เพิ่งพลาดท่าบุกไปพ่ายทีมชาติญี่ปุ่น 1-2 ส่วนทัพช้างศึกสามารถแบ่งแต้มจากการเปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย 2-2