พรีวิว WCQ2018 ไทย vs ยูเออี : ช้างศึกยุคใหม่หวังประเดิมแต้ม

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก | รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 8 | วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2560 | เวลา 19.00 น. | สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน

ก่อนเกม

ทีมชาติไทยยุคใหม่ ภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซิร์บ ผู้ที่เคยพาทีมชาติกานา ทะลุถึงรอบ 8 ทีม สุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว ขนทัพผู้เล่นหน้าใหม่มากมาย ไปประเดิมเกมอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ถือว่ามีรูปแบบการเล่นที่ดี แสดงให้เห็นถึงเกมรับอันแข็งแกร่งในหลายๆจังหวะ และแม้ในรอบคัดเลือกปีนี้ ทัพ “ช้างศึก” จะตกรอบแน่นอนแล้ว แต่พวกเขาก็ยังหวังที่จะเก็บแต้มเพิ่มให้ได้

ผู้ที่หลุดจากทีมไปคือ สุริยา สิงห์มุ้ย โดยที่ยังเลือกเก็บ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ ทว่าเขาจะไม่สามารถลงเล่นได้ในเกมนี้ โดยที่ต้องพักรักษาอาการ 1 สัปดาห์ โดยคาดว่าตำแหน่งหน้าเป้า จะตกเป็นของเพื่อนร่วมทีม เมืองทองฯ อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร แทน

ด้านทีมเยือน ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ยังคงมีลุ้นเข้ารอบต่อไป แต่ต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวในเกมนี้ และในเกมกระชับมิตรตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์นัดล่าสุด พวกเขาก็โชว์ฟอร์มข่มขวัญเจ้าบ้านแดนสยามด้วยการถล่มเอาชนะทีมอาเซียนอย่าง ลาว ไปได้ถึง 4-0

สำหรับสถิติการพบกัน ทั้งสองทีมเคยเจอกันในเกมระดับนานาชาติที่ฟีฟ่ารับรอง 11 นัด ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชนะ 7 นัด ทีมชาติไทย ชนะ 2 นัด และเสอมกัน 2 นัด

ข่าวข้างสนาม

ทัพ “ช้างศึก” ของ มิโลวาน ราเยวัช ส่งรายชื่อ 23 ผู้เล่นชุดสุดท้ายก่อนวันเดดไลน์ โดยผู้ที่หลุดจากทีมไปคือ สุริยา สิงห์มุ้ย โดยที่ยังเลือกเก็บ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ ทว่าเขาจะไม่สามารถลงเล่นได้ในเกมนี้ โดยที่ต้องพักรักษาอาการ 1 สัปดาห์ โดยคาดว่าตำแหน่งหน้าเป้า จะตกเป็นของเพื่อนร่วมทีม เมืองทองฯ อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร แทน

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง: เควิน ดีรมรัย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองกลาง: ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธนบูรณ์, เกษารัตน์, สรรวัชญ์ เดชมิตร กองหน้า: สิโรจน์ ฉัตรทอง, อดิศักดิ์ ไกรษร, นูรูล ศรียานเก็ม

ด้านนักรบชุดขาวจากทะเลทรายของ เอ็ดการ์โด เบาซ่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไม่นานมานี้ ยืนกรานว่าจะเอาชนะทีมชาติไทยให้ได้ และแม้ลูกทีมของเขาจะอยู่ในช่วงรอมฏอน แต่ก็ได้วางแผนจัดทัพมาแล้วเป็นอย่างดี และในเกมนี้ไม่มีนักเตะได้หรับบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน พร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู: มาญิด นาซิร กองหลัง: อับดุลอะซิซ ไฮกัล , อิสมาอีล อะหมัด , มุฮันนัด ซาลีม,วะลีด อับบาส กองกลาง อุมัร อับดุลเราะห์มาน , ตะริค อะหมัด , คอมิส อิสมาอีล , อิสมาอีล อัล ฮามาดี กองหน้า: อะหมัด คอลีล , อาลี มับคูต

คีย์แมน: ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ vs อุมัร อับดุลเราะห์มาน

การหวนคืนสู้ทัพ “ช้างศึก“ อีกครั้งของเขา ช่วยให้แดนกลางสมดุลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โชว์ฟอร์มโดดเด่นสุดๆทั้งรุกและรับกับ เชียงราย ยูไนเต็ด จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช และทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน ที่ทั้งขยันไล่บอล ตัดบอล แถมยังเชื่อมเกมระหว่างแดนได้อย่างแนบเนียน และศึกครั้งนี้เขาต้องรับมือกับพ่อมดหัวฟูแห่งยูเออีโดยตรงอีก น่าติดตามว่าเขาจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน

ทรงผมไม่ใช่แค่สิ่งเดียวที่ทำให้คนสนใจ ฝีเท้าของเขาคือสิ่งที่โดดเด่นยิ่งกว่า

ความคล่องแคล่วและทักษะฟุตบอลที่โดดเด่น การเล่นฟุตบอลที่ชาญฉลาดด้วยจ่ายบอลจังหวะเดียวที่ง่ายและแม่นยำ ทำให้อุมัรเป็นเฟืองจักรสำคัญในเกมบุกของอัล-ไอน์และยูเออีที่สามารถพลิกเกมรับเป็นเกมบุกได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการต่อบอลบุก วางบอลเข้าหาประตูและพาบอลลากเลี้ยงเข้าหาประตูด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ฟรีคิกเท้าซ้ายของเขายังเป็นอาวุธอันตรายที่ทีมชาติไทยจะไม่สามารถประมาทได้เลย